สาขาวิชาการตลาด
โครงการสอน (course outline) ภาคเรียนที่ 2 / 2563
รายวิชาการตลาดดิจิทัล รหัสวิชา 30202-2103 จำนวน 3 หน่วยกิต
(Digital Marketing)
จุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้ 2-2-3
1. เข้าใจเกี่ยวกับหลักการและการดำเนินกิจกรรมผ่านการตลาดดิจิทัล
2. สามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล
3. สามารถออกแบบและสร้างร้านค้าดิจิทัล
4. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีต่อการศึกษาเรียนรู้และประยุกต์ใช้ด้วยความรับผิดชอบความซื่อสัตย์สุจริต มีความคิดสร้างสรรค์ ความสนใจใฝ่รู้ ความขยัน ความประหยัด ความเชื่อมั่นในตนเอง และมีมนุษยสัมพันธ์
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการและการดำเนินกิจกรรมผ่านการตลาดดิจิทัล
2. กำหนดกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลตามหลักการและสถานการณ์
3. ออกแบบและสร้างร้านค้าดิจิทัลตามหลักการและสถานการณ์
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการของการตลาดดิจิทัล สถานการณ์ทางการตลาด การวิเคราะห์ความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล บทบาทของการตลาดดิจิทัลกับการสื่อสาร กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลแบบบูรณาการ การออกแบบและสร้างร้านค้าดิจิทัล การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ยุคดิจิทัล การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์และสื่อใหม่
กรอบการจัดการเรียนรู้
- ครูผู้สอนพูดคุยเรื่องปัญหายาเสพติดและอบายมุข ที่เป็นเรื่องเหตุการณ์ปัจจุบัน ก่อนเข้าบทเรียน
- ครูผู้สอนสอดแทรกหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้สอดคล้องกับบทเรียนในรายวิชาที่สอน
- ครูผู้สอนสอดแทรกสาระเนื้อหาการตระหนักในปัญหาการทุจริต มีค่านิยมตวามซื่อสัตย์สุจริต และดำรงฐานะด้วยความสุจริตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
สื่อการเรียนการสอน
1. หนังสือเรียนการตลาดดิจิทัล รหัสวิชา 30202-2103 เอกสารประกอบการสอน
2. สไลด์ประกอบการสอน Power point
3. บทเรียนออนไลน์ http://www.bbc-bangpakong.ac.th/
การวัดและประเมินผล
งานที่มอบหมาย 60 คะแนน
เวลาเรียน / จิตพิสัย 20 คะแนน
ทดสอบประมวลความรู้(ปลายภาค) 20 คะแนน (ปฏิบัติงานนำเสนอ 20 คะแนน)
เกณฑ์การประเมินผล
คะแนน 80 -100 ระดับคะแนน 4
คะแนน 75 - 79 ระดับคะแนน 3.5
คะแนน 70 - 74 ระดับคะแนน 3
คะแนน 65 - 69 ระดับคะแนน 2.5
คะแนน 60 - 64 ระดับคะแนน 2
คะแนน 55 - 59 ระดับคะแนน 1.5
คะแนน 50 - 54 ระดับคะแนน 1
คะแนน 0 - 49 ระดับคะแนน 0
งานครั้งที่1
P1 = ให้นักศึกษาทึการสร้างโลโก โดยทำการติดตั้ง App Logo Maker
P2 = ให้นักศึกษาสมัคร G-mail 20/12/2563
การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Marketing) คืออะไร
การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Marketing)
ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เรียกกันว่ายุคนี้ คือ ยุคดิจิตอล ระบบการตลาดก็เช่นเดียวกัน ผลจากเทคโนโลยีทำให้ระบบการตลาดเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้การตลาดต้องปรับตัวให้ทัน กับระบบการค้า บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวคิดทางการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า Electronic Marketing หรือ E-Marketing เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความแตกต่างระหว่างการตลาดแบบ ดั้งเดิม (Traditional Marketing) กับการตลาดแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งทางด้านแนวคิด ลูกค้า สินค้าและบริการ และกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญ
นิยามของการตลาดอิเล็กทรอนิกส์
การตลาดอิเล็กทรอนิกส์หมายถึง การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นกิจกรรม ที่เป็นการสื่อสาร 2 ทาง และเป็นกิจกรรมที่นักการตลาดสามารถติดต่อกับผู้บริโภคได้ทั่วโลกและ ตลอดเวลา
ลักษณะพิเศษของการค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์
1. ตลาดเป็นตลาดเฉพาะเจาะจง (Niche Market) ลูกค้ามาที่เว็บไซต์มีจุดมุ่งหมาย จะซื้อสินค้าที่เขาอยากได้ เช่น ผู้ที่ต้องการซื้อรองเท้าก็จะเข้ามาดูเว็บที่ขายรองเท้า
2. เป็นการแบ่งส่วนตลาดเชิงพฤติกรรม (Behavioral Segmentation) การจัดกลุ่มลูกค้าพิจารณาจากความ สนใจคุณค่าที่ลูกค้าให้ต่อสินค้าหรือ บริการใดบริการหนึ่ง และวิถีชีวิตของลูกค้า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งกำหนด พฤติกรรมของลูกค้า
3. เป็นการตลาดแบบตัวต่อตัว (Personalize Marketing / P - Marketing) ลูกค้าสามารถ กำหนดรูปแบบของสินค้าและบริการได้ตามความต้องการของตนซึ่งอาจจะแตกต่างกับผู้อื่น
4. ลูกค้ากระจายอยู่ทั่วโลก เพราะระบบอินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ทั่วโลก ทำให้ตลาดกว้างใหญ่ไพศาล
5. ทำธุรกิจได้ตลอดเวลา ผู้ขายสามารถเปิดร้านขายได้ 365 วัน 24 ชม. โดยมาตราฐานคงที่ ซึ่งคุณลักษณะ ข้อนี้ได้เปรียบกับการค้าแบบดั้งเดิม ซึ่งบุคลากรต้องการพักผ่อน ถ้าจะขาย 24 ชม. ต้องใช้พนักงานขายถึง 2 -3 คน
6. ข้อมูลของสินค้าและบริการเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคจะรู้จักและเกิดความรู้ในสินค้า (Product Knowledge) จากข้อมูลบนจอคอมพิวเตอร์ เขาไม่มีพนักงานขายคอยแนะนำ
7. ธุรกิจออนไลน์เป็นกิจกรรมทางการตลาดแบบผสม บนเว็บไซต์การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การขาย การชำระเงินและกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้เกิดซื้อขายสินค้า อยู่รวมกันบนเว็บไซต์
8. เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ผู้ซื้อกับผู้ขายสามารถโต้ตอบกันได้ทันที
9. เป็นการดำเนินธุรกิจด้วยต้นทุนต่ำ เพราะใช้บุคลากรจำนวนน้อย การสื่อสารการตลาดทำได้รวดเร็วและเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ซึ่งถ้าเป็นการตลาดแบบดั้งเดิมการจัดทำแค็ตตาล็อก หรือชิ้นงานโฆษณาจะต้องใช้เวลานาน และใช้งบประมาณสูง แต่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ผู้ขายสามารถจัดทำได้เร็วและราคาถูก นอกจากนี้ธุรกิจแบบนี้ยังไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินถาวรที่ราคาสูง เช่น สถานที่ทำงาน อุปกรณ์สำนักงาน เพราะติดต่อกับลูกค้าบนจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น
10. สินค้าบางประเภทจะถูกจัดส่งให้ลูกค้าได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เช่น การดาวน์โหลดเพลง หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
เครื่องมือหลักๆ ในการทำตลาดอิเล็กทรอนิกส์
1. เวิลด์ ไวด์ เว็บ (www) คือ การจัดทำเว็บไซต์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดเช่น เพื่อขายสินค้า เพื่อประชาสัมพันธ์บริษัท
2. อีเมล์ (E-mail) หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือในการส่งข้อมูลข่าวสารไปยังลูกค้า หรือบุคคลที่พบปะด้วย
3. เมล์ลิ่งลิสต์ (Mailing list) คือ กลุ่มของบุคคลที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ซึ่งในด้านการตลาดถือว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาด เนื่องจากแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน
4. เว็บบอร์ด (Web board) คือ กระดานข่าวที่ให้ผู้คนเข้ามาเสนอแนวความคิดหรือพูดคุยกัน ในด้านการตลาดสามารถใช้เว็บบอร์ดเป็นที่สร้างกระแสได้ ซึ่งจะทำให้ผู้คนรู้จักหรือทราบในเรื่องที่เราต้องการสื่อสารซึ่งถือเป็นสื่อ (Medium) ชนิดหนึ่งในการประชาสัมพันธ์
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 หน้า 15
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 2 หน้า 38
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 3 หน้า 57
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 4 หน้า 80
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 5 หน้า 104
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 6 หน้า 128
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 7 หน้า 167
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 8 หน้า 185
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 9 หน้า 208
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 10 หน้า 249
Digital Marketing คืออะไร?
ก่อนที่เราจะอธิบายคำรวมของการตลาดิจิทัลว่าคืออะไรนั้น เราขอขยายความคำว่า “การตลาด” เสียก่อนว่าแท้จริงแล้วคำคำนี้มีนัยสำคัญแค่ไหน ทำไมอุตสาหกรรมหรือธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดใหญ่ไปจนถึง SME ต่างต้องให้ความสำคัญอย่างมาก
การตลาด เป็นคำที่ถูกนิยามถึงวิธีการในการทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักจนไปสู่การสร้างผลกำไรหรือผลตอบแทนจากการลงทุน ดังนั้นคำว่าการตลาดจึงไม่ได้หมายถึงการโปรโมทสินค้าหรือแบรนด์เพียงอย่างเดียวแต่ครอบคลุมไปถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กรด้วย คุณจึงมักจะได้ยินเหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดหลายท่านที่มักจะแนะนำให้ธุรกิจที่เกิดใหม่หรือคนที่กำลังคิดจะปั้นธุรกิจขึ้นมาให้ใส่ใจกับเรื่องการตลาดอย่างมากตั้งแต่เริ่มต้น นั่นเป็นเพราะการตลาดถือเป็นโครงสร้างสำคัญและเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่าธุรกิจของคุณจะรอดหรือจะร่วง เมื่อคุณเข้าใจความหมายของการตลาดแล้ว ทีนี้กลับมาที่ Digital Marketing คืออะไรบ้าง คำตอบก็คือการทำการตลาดบนระบบดิจิทัลนั่นเอง นั่นคือทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต้องรับรู้ได้ผ่านสื่อหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือทีวี (หากรับชมผ่านอินเทอร์เน็ต) ก็ล้วนนับเป็นเครื่องมือของ Digital Marketing ด้วยกันทั้งสิ้น
เครื่องมือ Digital Marketing
จะเรียกว่าเป็นความท้าทายของนักการตลาดก็คงไม่ผิดสำหรับเรื่องเครื่องมือในการทำการตลาดดิจิทัล เพราะว่าหากเราเทียบกับการตลาดยุคก่อน (Offline Marketing) ก็จะมีพื้นที่หรือรูปแบบให้คนได้เสพสื่อกันอยู่ไม่กี่อย่าง เช่นสื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายบิลบอร์ด นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ใบปลิว แผ่นพับ หรือสื่อหลักอย่างโทรทัศน์แต่เมื่อโลกเปลี่ยนมาเข้าสู่ยุคของดิจิทัลแล้ว เรามีทั้งเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน Streaming ไปจนถึงแพลตฟอร์มต่างๆ อย่าง Google ก็เครื่องมือ Digital Marketing ให้เราเลือกใช้ทั้ง SEO, SEM, YouTube หรือ Facebook ก็ถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับการยอมรับว่ามีการกำหนดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำที่สุด ณ ปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าของเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราทำการตลาดดิจิทัลได้
วัตถุประสงค์ของ Digital Marketing
แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องการจากการทำการตลาดไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม นั่นก็คือผลสำเร็จใจการทำธุรกิจจะวัดเป็นกำไรหรือชี้วัดด้วยตัวแปรอย่างอื่นก็ได้ทั้งนั้น ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการทำการตลาดดิจิทัลก็เช่นกันที่จะผันแปรไปตามความต้องการของผู้ที่นำไปใช้ หากคุณต้องการผลกำไรจากการทำธุรกิจวัตถุประสงค์ Digital Marketing ของคุณก็คือทำเพื่อให้ได้กำไร ในทางเดียวกันหากคุณต้องการทำการตลาดดิจิทัลเพื่องานการกุศลวัตถุประสงค์ของคุณก็คือการประชาสัมพันธ์แคมเปญหรืองานที่คุณกำลังดำเนินการอยู่ ดังนั้นในบทความนี้เราจะขอแปลความหมายของวัตถุประสงค์ Digital Marketing ว่า “เป็นสิ่งที่ไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนำไปใช้เพื่ออะไร” ก็แล้วกัน
ประโยชน์ของ Digital Marketing
เช่นเดียวกันกับหัวข้อวัตถุประสงค์ การทำการตลาดดิจิทัลของคุณจะมีประโยชน์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้ในแง่ไหน เพราะคงไม่มีองค์กร แบรนด์หรือบริษัทใดที่ทำการตลาดดิจิทัลไปงั้นๆ โดยไม่หวังถึงผลตอบแทนเพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็น Digital Marketing หรือการตลาดแบบดั้งเดิมก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีงบประมาณในการลงทุนทั้งนั้น
สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดด้วยความที่เวลาเราทำการตลาดแบบเดิม อาจจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร โฆษณาในโทรทัศน์ ฯลฯ เราจะสามารถจับต้องได้ เห็นว่าเงินที่เสียไปจะได้อะไรกับมา เช่นเสียเงินสั่งพิมพ์ใบปลิว ก็จะได้ใบปลิวกลับมาเพื่อแจก แต่ในโลกของการตลาดดิจิทัลนั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย เพราะบางอย่างคุณอาจจะไม่สามารถสัมผัสหรือเข้าถึงได้ ณ เวลานั้นซะทีเดียว อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการวัดผล ดังนั้นเรื่องนี้เองจึงทำให้ใครหลายต่อหลายคนมักเข้าใจผิดว่าการทำ Digital Marketing คือการทำแบบไม้ต้องลงทุนเยอะ ไม่มีเงินก็ทำได้ ซึ่งเราจะบอกว่า “ผิด” ซะทีเดียวก็ไม่ใช่แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกเช่นกัน เพราะปัจจุบันแม้แต่แพลตฟอร์มที่เปิดให้คุณใช้ฟรีๆ อย่าง Google, Facebook เวลาที่เราต้องการจะทำโฆษณาโปรโมทต่างๆ ก็ต้องใช้เงินในการซื้อระยะเวลาและพื้นที่สำหรับโฆษณาด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งหากคุณต้องการทำการตลาดแบบจริงจัง การลงทุนก็แทบไม่ต่างอะไรจากการตลาดแบบออฟไลน์เลยก็ว่าได้
เมื่อคุณเข้าใจแล้วว่าการตลาดดิจิทัลคืออะไร วัตถุประสงค์ของมันมีไว้เพื่ออะไรและเราจะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง สิ่งที่คุณต้องทำต่อก็คือการวางกลยุทธ์ Digital Marketing ให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจที่คุณทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ว่านั้นก็ต้องเป็นคุณเองนั่นล่ะที่เป็นคนกำหนดว่าความสำเร็จในการทำการตลาดดิจิทัลของคุณคืออะไรและสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยนั่นก็คือการเปรียบเทียบว่า การตลาดแบบดิจิทัลดีกว่าการตลาดแบบดั้งเดิม
เพราะในปัจจุบันนั้น การเลือกทำการตลาดให้ตรงกับรูปแบบธุรกิจ ตรงกับความต้องการยังถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ นั่นหมายความว่าธุรกิจของคุณอาจจะเหมาะกับการตลาดแบบเดิม หรือเหมาะกับการทำการตลาดทั้งสองแบบควบคู่กันไปก็ได้ แต่ถ้าเกิดต่อไปข้างหน้าการทำ Digital Marketing คือคำตอบสุดท้ายของทุกธุรกิจบนโลก อันนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตแต่สำหรับวันนี้หากคุณอยากให้ธุรกิจของตัวเองประสบความสำเร็จควรจะรู้ก่อนว่าสิ่งที่ทำเหมาะกับการตลาดแบบไหนจะได้รู้ก็ต่อเมื่อคุณรู้แล้วว่าลูกค้าของคุณคือใคร
ในยุคนี้ หากคุณยังคิดว่า Digital Marketing ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ให้รีบเปลี่ยนความคิดด่วนครับ สังเกตได้อย่างชัดเจนแล้วว่าการทำโฆษณาแบบเดิมๆเริ่มมีประสิทธิภาพและมีปริมาณทึ่ลดลง ในขณะที่การทำการตลาดดิจิทัลมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 137% แล้วคุณรู้มั้ยครับว่าอะไรเป็นตัวการที่ทำให้ Digital Marketing ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ … คำตอบคือ ผู้บริโภคอย่างเราๆ
เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการรุ่นใหม่เริ่มมองเห็นแล้วว่า Digital Marketing ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซับซ้อนอย่างที่คิด และถือเป็นความสนุกท้าทาย ได้ประสบการณ์ อีกทังยังเพิ่มมูลค่าธุรกิจได้ด้วย บอกแค่นี้อาจยังบิ๊วต์คุณไม่พอ ถ้าอย่างนั้นมาลองดูผลสำรวจข้อดี 10 อันดับต้นๆของการทำตลาดดิจิทัลกันครับ
1. Digital Marketing ทำให้คุณได้ลูกค้าจาก internet ซึ่งถ้าย้อนไปสมัยก่อนยุคอินเทอร์เน็ต หากใครจะหาข้อมูลสินค้าหรือบริการอาจต้องหาจากสมุดหน้าเหลืองเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้บริโภคกว่า 80% หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก
2. Digital Marketing สามารถสร้าง Conversion Rate ได้สูงกว่า Conversion Rate หรืออัตราการเปลี่ยนแปลง ซึ่งว่ากันง่ายๆก็คือการที่ผู้บริโภคหรือผู้เข้าชมมีการตัดสินใจที่จะสั่งซื้อสินค้า ตัดสินใจเป็นสมาชิก หรือสมัครติดตามข่าวสารของคุณ ซึ่งการใช้ Digital Marketing สามารถเพิ่มอัตราส่วนนี้ได้ถึง 24% เลยครับ
3. Digital Marketing ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งจากผลสำรวจ คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดได้ถึง 40% เลยทีเดียว
4. Digital Marketing ทำให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ ซึ่งแน่นอนว่าการบริการและตอบปัญหาข้อซักถามของลูกค้าอย่างรวดเร็วเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ
5. Digital Marketing เชื่อมต่อคุณกับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ทราบมั้ยครับว่าการทำการตลาดผ่านโทรศัพท์มือถือนับเป็นอัตราส่วนถึง 34% ของ organic traffic (ปริมาณการเข้าชมเว็บจากการค้นหาใน search engine) และจากการสำรวจของ eMarketer พบว่า mobile technology มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคอย่างมากครับ
6. Digital Marketing ช่วยสร้างรายได้ที่สูงกว่า ข้อนี้น่าจะเป็นข้อสำคัญของหลายๆคนนะครับ
7. Digital Marketing ให้ผลตอบแทนต่อการลงทุน (ROI) ในแต่ละแคมเปญที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับการทำการตลาดแบบเก่าหรือแม้แต่การทำ telemarketing
8. Digital Marketing ทำให้คุณไม่น้อยหน้าคู่แข่งของคุณ อย่าลืมนะครับว่าธุรกิจต่างๆรวมถึงคู่แข่งของคุณก็เริ่มขยายช่องทางมาทำการตลาดดิจิทัลกันแล้วเช่นกัน หากใครยังช้าอยู่จะตามไม่ทันนะครับ
9. นอกจากจะไม่ล้าหลังคู่แข่งแล้ว Digital Marketing ทำให้คุณสามารถต่อกรเทียบชั้นกับบริษัทใหญ่ๆได้ด้วยครับ
10. Digital Marketing ช่วยให้คุณเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุค Internet of Things ตามรายงานของ Gartner ว่าไว้ว่าภายในปี 2020 อุปกรณ์ไฮเทคมากกว่า 2 หมื่นหกพันล้านชิ้น ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต นาฬิกาอัจฉริยะ ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จะเชื่อมโยงสื่อสารกันได้ผ่านอินเทอร์เน็ต
ตอนทีี่ 1 ให้นักศึกษาหาความหมายต่อไปนี้ให้ถูกต้องที่สุด (ส่งสมุด)
1. พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คือ
2. BI=Business Intelligence:
3. EC=E-Commerce:
4. CRM=Customer Relationship Management:
5. SCM=Supply Chain Management:
6. ERP=Enterprise Resource Planning:
7. ผู้ประกอบการ กับ ผู้บริโภค (Business to Consumer - B2C)
8. ผู้ประกอบการ กับ ผู้ประกอบการ (Business to Business – B2B
9. ผู้บริโภค กับ ผู้บริโภค (Consumer to Consumer - C2C
10. ผู้ประกอบการ กับ ภาครัฐ (Business to Government – B2G)
11. ภาครัฐ กับ ประชาชน (Government to Consumer -G2C)
12. ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
13. ขั้นตอนการทำธุรกรรม
14. การหาข้อมูล/การโฆษณาประชาสัมพันธ์ (Searching & Advertising)
15. การทำธุรกรรม(Transaction)
16. การทำคำสั่งซื้อ(Ordering) ระบบการชำระเงิน(Payment Systems)
17.ลักษณะของการตลาดแบบอิเล็กทรอนิกส์ มีอะไรบ้าง
18.การตลาดอิเล็กทรอนิกส์แบบตัวต่อตัวเป็นอย่างไร พร้อมยกตัวอย่าง
19.การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ที่มีต้นทุนต่ำเพราะอะไร
20.เครื่องมือในการทำตลาดอิเล็กทรอนิกส์
21.สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเปิดร้านค้าออนไลน์
22.ข้อดีการขายออนไลน์การขายออนไลน์แบบสั่งซื้อ
23.ข้อเสียการขายออนไลน์การขายออนไลน์แบบสั่งซื้อ
24.รูปแบบของการขายออนไลน์มีกี่อย่าง