สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตยอดกองกลางของ ลิเวอร์พูล แสดงความเชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ถือเป็นหนึ่งในกุนซือที่เก่งที่สุดตลอดกาลของ ลิเวอร์พูล รวมถึงของโลกด้วย
คล็อปป์ เข้ามาคุม ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2015 โดยตอนนั้นพวกเขายังเป็นทีมที่ไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร แต่กุนซือชาวเยอรมันก็พัฒนาทีมได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน รวมถึงแชมป์ลีกในซีซั่นนี้ จนทำให้บางคนมองว่าเขาสมควรได้รับการยกย่องในระดับเดียวกับ บิลล์ แชงค์ลี่ย์, บ็อบ เพสลี่ย์ และ โจ ฟาแกน 3 อดีตกุนซือของ ลิเวอร์พูล
เจอร์ราร์ด เผยว่า "ความเป็นสถาบันของ ลิเวอร์พูล มันเกือบจะเหมือนศาสนาเลย หลายคนจะส่งไม้ต่อเพื่อสานต่อแนวทางของ ลิเวอร์พูล ถ้ามองย้อนกลับไปดูทีมในช่วง แชงค์ลี่ย์, เพสลี่ย์, ฟาแกน คุณก็จะเห็นถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี"
"เจอร์เก้น เข้ามาคุมทีมโดยที่แบกรับความกดดันของการทำงานกับหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดของโลกเอาไว้, ทำให้ทีมเล่นได้ยอดเยี่ยม, มีเกมการเล่นที่ดุดัน และได้แชมป์มาครองด้วย เขาเข้ามาคุมทีมพร้อมกับมีความเชื่อมั่นว่าจะนำความสำเร็จมาสู่ทีมได้ เขาสมควรได้อยู่ในระดับเดียวกับบรรดาผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดของ ลิเวอร์พูล และในระดับเดียวกับบรรดากุนซือที่เก่งที่สุดของโลกเลยด้วย นั่นคือความจริง"
bostonareahomesales.com และตนก็จะจดจำความทรงจำที่สร้างร่วมกับ ลิเวอร์พูล ไปตลอดกาล "มันเหนือกว่าความฝันที่ผมฝันเอาไว้ซะอีกที่เราได้ทั้งแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และ พรีเมียร์ลีก ในช่วงที่ผมทำงานร่วมกับทีม มันเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของผู้จัดการทีม, นักเตะ และเหล่าสตาฟฟ์ ทีมชุดนี้สมควรได้รับคำชมและการยกย่องอย่างเต็มที่ ผมจะจดจำความทรงจำเหล่านี้ไปตลอดกาล"
สำหรับคนที่จะเข้ามารับงาน ซีอีโอ ลิเวอร์พูล ต่อจาก มัวร์ ได้แก่ บิลลี่ โฮแกน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการที่เป็นกำลังสำคัญในการปรับปรุงฝ่ายการตลาดของ ลิเวอร์พูล และมีส่วนทำให้ทีมได้เซ็นสัญญากับสปอนเซอร์หลายเจ้า โดยว่ากันว่าเขาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเจรจากับ ไนกี้ จนทำให้บริษัทผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตชุดแข่งให้กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งข้อเสนอนี้จะทำให้ทีมดังแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ได้รับเงินจาก ไนกี้ ปีละ 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) เลยทีเดียว
ด้าน โฮแกน เผยว่ารู้สึกเป็นเกียรติสุดๆ ที่จะได้รับตำแหน่งสำคัญระดับนี้ "หลังจากได้รับเกียรติให้ทำงานร่วมกับสโมสรแห่งนี้มานานเกิน 8 ปีแล้วน้น ผมก็ถือว่ามันเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้เป็นประธานบริหารของทีม และจะได้สานต่องานอันยอดเยี่ยมที่ทุกคนในองค์กรทำร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ ผมขอขอบคุณ จอห์น (ดับเบิ้ลยู เฮนรี่), ทอม (เวอร์เนอร์) และ ไมค์ (กอร์ดอน) สำหรับโอกาสในครั้งนี้ที่ทำให้ผมได้นำองค์กรเข้าสู่ช่วงต่อไปของเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น"