เครื่องดนตรีเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เล่นประกอบการบรรเลง หรือขับร้องบทเพลงต่าง ๆ ทำให้เกิดความไพเราะขึ้น การเล่นหรือการบรรเลงเครื่องดนตรีสามารถบรรเลงได้ 2 รูปแบบ คือ การบรรเลงเดี่ยวและการบรรเลงหมู่ ซึ่งต้องอาศัยหลักการบรรเลงดนตรีและองค์ประกอบทางดนตรี
การบรรเลงดนตรีให้มีความไพเราะนั้นควรใช้หลักการโดยทั่วไป ดังนี้
1. เล่นให้ถูกต้องตามจังหวะและทำนองของเพลง
2. ปรับระดับเสียงของเครื่องดนตรีให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ในการบรรเลงเป็นวง
3. ปฏิบัติตามสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายทางดนตรีได้ถูกต้อง
4. ใช้หรือเล่นเครื่องดนตรีให้ถูกวิธีตามลักษณะเครื่องดนตรีชนิดนั้น
ในการบรรเลงเครื่องดนตรี ผู้เล่นจะต้องรับรู้และเข้าใจองค์ประกอบทางด้านดนตรีด้วย เพื่อสามารถนำไปใช้ในการบรรเลงดนตรีได้ถูกต้อง ซึ่งองค์ประกอบทางดนตรี มีดังนี้
จังหวะ คือ อัตราความช้า-เร็วของบทเพลง ซึ่งมีสัญลักษณ์กำหนดไว้ในโน้ตเพลง
ทำนอง คือ แนวระดับเสียงของเพลงซึ่งมีทั้งเสียงสูง-ต่ำ นำมาเรียบเรียงให้อยู่ในแนวระดับที่ต้องการ
การประสานเสียง คือ การขับร้องและบรรเลงดนตรีพร้อม ๆ กัน หรือการขับร้องเป็นหมู่คณะโดยเสียงที่ได้จะต้องสอดคล้องกลมกลืนกัน
รูปแบบของบทเพลง คือ โครงสร้างของเพลงซึ่งจะกำหนดวรรคตอนเนื้อเพลง การซ้ำและการเปลี่ยนทำนองเพลง เป็นต้น
เครื่องดนตรีแต่ละชนิดถูกสร้างขึ้น เพื่อใช้ในการบรรเลงให้มีความแตกต่างกัน โดยมีวิธีเล่นตามลักษณะเฉพาะของเครื่องดนตรีชนิดนั้น ซึ่งผู้เล่นควรเล่นให้ถูกต้องตามวิธีเล่น นอกจากนี้ ผู้เล่นจะต้องรู้จักวิธีการดูแลรักษาเครื่องดนตรีที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อรักษาและสามารถใช้งานได้นานยิ่งขึ้น
1. ฝีมือด้านการเล่นเครื่องดนตรี ( Musical Skill)
ได้มาจากการ ซ้อมทักษะ ทั้งทางหู ( Hearing ฟังแล้วเล่นเลย) ทางตา (Sight Reading อ่านโน้ตแล้วเล่นเล ) และทางกล้ามเนื้อ ( ขึ้นกับการซ้อมและความสม่ำเสมอในการเล่นและการท้าทายตนเองระหว่างเล่น )
2. ทักษะด้านการแสดง ( Perfomance Skill )
อันนี้เป็นทักษะที่ไม่มีสอนในบทเรียน นอกจากหน้าตาแล้วบางคนก็มีท่าทางที่ทำให้คนสื่อถึงจังหวะได้ชัดเจนขึ้น บางคนใช้ความนิ่งเป็น Performance ก็มีนะครับ นอกจากนั้น Performance Skill ยังควบรวมไปถึงการเล่นดนตรีในโน้ตที่ถูกต้องอย่างถูกกาลเทศะด้วย ไม่จำเป็นต้องเล่นยากมาก เพียงเล่นให้เข้าใจง่ายๆก็เพียงพอ แต่การออกเสียงทุกเสียงจากเครื่องดนตรีต้องมีคุณภาพและความมั่นใจ