ประวัติเพลงพระอาทิตย์ชิงดวง
เพลงพระอาทิตย์ชิงดวง เป็นเพลงอัตราจังหวะสองชั้น พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) แต่งขึ้นสำหรับใช้เป็นเพลงลา ให้กับวงปี่พาทย์ของสมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นที่โปรดปรานมาก สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์จึงให้ชื่อเพลงว่า “พระอาทิตย์ชิงดวง” ตามสร้อยราชทินนามและตราสุริยมณฑล ซึ่งเป็นตราประจำตำแหน่ง เพลงนี้มีความหมายใช้เชิงฝากรัก ฝากอาลัยลา
บทร้องของเก่า
เรื่อยเรื่อยภุมรินบินว่อน เกลือกเกสรบัวทองผ่องใส
รื่นรื่นรสสุคนธ์ปนไป สองใจจ่อจิตสนิทนอน
ดอกเอ๋ย ดอกบัวผัน บุหงาสวรรค์ของเรียมนี่เอย
เจ้าหน้านวลเอย
เจ้าหน้านวลยวนใจให้พีเชย ไม่ละไม่เลยไม่ลืมชม
แม้ห่างอินทรีย์อกพี่ระทม อกตรอมอกตรมเสียจริงเอย
เจ้าภุมรินกลั้วกลิ่นบุปผา เกสรผกาไม่ราโรย
จะคลึงจะเคล้าจะเฝ้าสงวน จะยั่วจะยวนเมื่อลมโชย
จะกอบจะโกยกลิ่นไปเอย
ดอกเอ๋ย เจ้าดอกโกมุท เจ้าแสนสวยสุดของเรียมนี่เอย
เพลงพระอาทิตย์ชิงดวง บทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน ณ ตำหนักปลายเนิน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2549 สำหรับใช้บรรเลงในวงมโหรี ณ ประเทศอังกฤษ โดยมีเนื้อหากล่าวถึงขนมไทยต่างๆ และใช้เป็นเพลงลาตามขนบเพลงเดิม
ประวัติเพลงไทยดำเนินดอย
เพลงไทยดำเนินดอย เป็นเพลงทำนองไทยเดิมเพลงหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี นักดนตรีไทย
ทุกคนสามารถบรรเลงได้ทุกคน นั่นคือเพลง ลาวดำเนินทราย ซึ่งเป็นเพลงอัตราจังหวะ ๒ ชั้น ที่มี
ความไพเราะและเป็นที่นิยมบรรเลงเรื่อยมา เนื้อเพลงที่นิยมใช้ขับร้อง แต่เดิมมาจากบทละครเรื่อง
พระลอ พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ที่ขึ้นต้นด้วย "สองนางงาม
ก็เล้าโลมถามพี่เลี้ยงเฉลย..." หลังจากนั้นก็มีบทขับร้องที่ใช้ขับร้องเพลงลาวดำเนินทรายอีกหลายบท แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก กระทั่งเมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชนิพนธ์บทร้องขึ้นบทหนึ่ง ตามทำนองเพลงลาวดำเนินทราย ทรงบรรยายถึงการตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงงานตามภูเขา(ดอย)ต่างๆ อันเป็นถิ่นทุรกันดาร ที่มีความลำบากยากเย็นในการ
ตามเสด็จฯ แล้วพระราชทานชื่อเพลงขึ้นใหม่ว่า "ไทยดำเนินดอย" ล้อชื่อตามเพลงของเดิมคือ
ลาวดำเนินทราย
บทร้อง เพลงไทยดําเนินดอย
เป็นบุญตัวได้โดยเสด็จประพาส พระจอมราชสู่สําเนาเขตเขาเขิน
ชมพฤกษาตลอดทางหว่างทางดําเนิน ท้องถิ่นเถินค่าล้นเป็นต้นธาร
(สร้อย) โอ้ว่าแสนเหนื่อยล้า สงสารสองขายิ่งนัก เมื่อไหร่จะได้หยุดพัก สองขาจะหักเสียแล้วเอย
เห็นยอดดอยดังคล้อยหนีไป นี่หนาหมู่เฮาเอย หายใจหอบ หัวใจเต้นเร็วรี่
เฮ้อ เดินอีกนาทีหรือ สองนาทีคงตายเอย
มีพระราชดําริตริตรองคิด จะกั้นปิดสายชลต้นละหาน
เพื่อได้น้ํากอบกิจเกษตรการ เพิ่มพูนงานผลิตผลของคนไทย
(สร้อย) โอ้ว่าแสนยินดีเดินไปถึงที่เห็นโครงการ ดุจเป็นรางวัลพระราชทาน เราชาวบ้านดีใจเอย
ไทยดําเนินดอย เหนื่อยหน่อยต้องอดทนใช่ไหมไทยเอย
เห็นขุนเขาแดนดอยงามตา น้ําจิตศรัทธา รักไทย หนักหนาเราเอย
(ที่มา: พระนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ หนังสือประชุมเพลงสวรรค์)