คอลัมน์รายสะดวก
ชุด "เก็บตกเศรษฐกิจไทย" ตอนที่ 7
ฝ่าเสียงวิจารณ์... จนเกิดมีขึ้นได้
มองเทคโนโลยี "5G" ผ่านตัว A ใน Solow's Model

ย้อนกลับไปไม่นานนัก เมื่อปี พ.ศ. 2562

สำหรับ "คอข่าว" อย่างผม ถือว่าเป็นปีที่ "มีสีสัน" มากที่สุดปีหนึ่ง

นอกจาก "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก" พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของไทยแล้ว ข่าวสารต่าง ๆ ล้วนมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2560

หนึ่งใน "ข่าวใหญ่" ของหน้าเศรษฐกิจปีนั้น คือ การออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม

สาระสำคัญของคำสั่งฉบับนี้ เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ "ค่ายมือถือ" และ "ทีวีดิจิทัล" โดยให้ กสทช. ยืดระยะเวลาการจ่ายค่าประมูลคลื่น 4G ของค่ายมือถือออกไปอีก 5 งวด แลกกับการต้องเข้าร่วมประมูลคลื่น 5G ซึ่ง กสทช. เรียกคืนจากผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล แล้วนำมาจัดสรรใหม่ และยกเว้นการจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 งวดสุดท้าย พร้อมช่วยเหลือค่าเช่าโครงข่าย (MUX) เป็นการชดเชย

นี่คือการ "ปูทาง" นำประเทศไทยเข้าสู่ยุค 5G

ช่วงแรก ๆ หลังจากที่มีคำสั่งฉบับดังกล่าวออกมา ก็มีเสียงวิจารณ์จากหลายภาคส่วน และหลายแง่มุม

"ผู้บริหารค่ายมือถือ" แสดงความเห็นว่า การให้บริการ 5G ในเชิงพาณิชย์ อาจต้องรอเวลาอีก 2 ปี (รอให้ถึงปี พ.ศ. 2564) เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบการทำงานที่อิงกับเทคโนโลยี 5G เสียก่อน

กล่าวคือ 5G ไม่ใช่แค่การให้บริการเครือข่ายมือถือแก่ผู้บริโภคทั่วไป แต่ยังรวมถึงการนำไปใช้ในภาคธุรกิจ โดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับ ไม่ว่าจะในออฟฟิศ โรงงาน หรือแม้แต่เรือกสวนไร่นา

นัยหนึ่ง คือ มองว่ายัง "เร็วเกินไป"

และ "ภาระทางการเงิน" ก็มีผลต่อการตัดสินใจของค่ายมือถือ ในการเข้าร่วมประมูลคลื่น 5G

เอกชนบางรายแนะนำว่า ค่ายมือถือควรใช้คลื่นที่ได้จากการจัดสรรใหม่ เพื่อเพิ่มความเร็วของเครือข่าย 4G ที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท

อย่างไรก็ตาม เสียงวิจารณ์จากภาคธุรกิจ ไม่หนักหนาเท่าความคิดเห็นของ "นักวิชาการ" และ "ภาคประชาชน" ซึ่งมองว่ามาตรการช่วยเหลือค่ายมือถือ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 1.97 หมื่นล้านบาท (ส่งผลให้งบประมาณฯ พ.ศ. 2563 ขาดดุลเพิ่มขึ้น)

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ค่ายมือถือได้รับประโยชน์ เพราะไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนและไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย นักลงทุนก็ได้รับอานิสงส์ ขณะที่รัฐและประชาชนเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ นอกจากนี้ ยังมองว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ข้างต้น อาจเป็นการ "ลุแก่อำนาจ" ของรัฐบาลในขณะนั้นด้วย

ส่วนคุณสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุว่า คำสั่งฉบับนี้จะกระทบต่อการแข่งขัน และทำให้ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ทั้งสาม เป็นผู้เล่นเพียงไม่กี่รายในตลาดต่อไป

กล่าวได้ว่า รัฐบาล "ลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รับ "ก้อนอิฐ" จากสองท่านหลังนี้ไปเต็ม ๆ ในช่วงท้ายของยุค คสช.

ถึงกระนั้น การออกมาตรการช่วยเหลือค่ายมือถือ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2562 ก็นำไปสู่การประมูลคลื่น 5G เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ทำรายได้ให้รัฐไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท

แรกเริ่มเดิมที นักวิเคราะห์มองว่า ค่ายมือถือต้องการเวลาระยะหนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มลงทุนเครือข่าย 5G เพราะเมื่อครั้งประมูลคลื่น 4G ก็ใช้เงินไปเยอะแล้ว แถมความต้องการใช้ 5G ในขณะนั้นยังน้อย

แต่การระบาดของ COVID-19 ได้กลายเป็น "ตัวเร่ง" ให้มีการนำ 5G มาใช้เร็วขึ้น

ประเทศไทย จึงเริ่มมีการให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา

ถือเป็น "ประเทศแรก" ในอาเซียน

ประเดิมด้วยการแข่งขันกันให้บริการเครือข่าย 5G โดย AIS และ TRUE ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ เช่น ใช้กับหุ่นยนต์สำหรับการรักษาทางไกล (telemedicine) ป้องกันการสัมผัสโดยตรงระหว่างแพทย์และผู้ป่วยโควิด

เอาละ... ความเป็นมาคร่าว ๆ ของการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในไทย ก็มีอยู่เท่านี้

เมื่อกล่าวถึงเรื่อง 5G แล้ว ผมก็นึกถึงแบบจำลองการเติบโตทางเศรษฐกิจของ "Robert M. Solow" ขึ้นมา ตามประสาศิษย์เก่าเศรษฐศาสตร์

เพื่อให้ผู้อ่านทั่วไปเข้าใจง่าย ๆ ผมจะไม่ลงรายละเอียดมากจนเกินไป เพราะความจริงแล้ว แบบจำลองของ Solow ที่เผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 1956 เน้นอธิบายบทบาทของการสะสมทุน (หรืออีกนัยหนึ่งคือ การออม) ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง

ในที่นี้ ผมจะอาศัย "ฟังก์ชันการผลิต" ในแบบจำลอง มาอธิบายบทบาทของ "เทคโนโลยี" ต่อเศรษฐกิจไทย เขียนฟังก์ชันการผลิตได้ว่า...