3.1 การเป็นพลเมืองดิจิทัล
การเป็นพลเมืองดิจิทัล
เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันของเราทุกคน เราจึงต้องเรียนรู้เข้าใจ และตระหนัก ว่าจะปฏิบัติตนบนโลกออนไลน์อย่างไรถึงจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่า ปลอดภัย ตลอดจน เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ป้องกัน และปกป้องข้อมูลของตนเองและผู้อื่น จากการที่ทุกภาคส่วนเห็นความสําคัญใน การปลูกฝังลักษณะการเป็นพลเมืองดิจิทัล (digital citizenship) ให้แก่เยาวชนเพื่อใช้ชีวิตในโลกจริงและ โลกออนไลน์ได้อย่างสมดุล ในปี พ.ศ. 2562 ไมค์ ริบเบิล (Mike Ribble) ได้ปรับปรุงกรอบแนวคิดในการ เป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดี โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การมีความรู้ทางเทคโนโลยีและการแบ่งปันความรู้ให้ กับผู้อื่น (savvy) การป้องกันตนเองและผู้อื่น (Safe) และการเคารพตนเองและผู้อื่นในสังคมออนไลน์ Social) กรอบแนวคิดนี้จึงเป็นประโยชน์ในการสร้างแนวปฏิบัติของการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดี
สําหรับเยาวชนที่ต้องเติบโตและเป็น พลเมืองที่ดีในอนาคตนั้น การมีความรู้ในเรื่องของ เทคโนโลยีและใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งแบ่งปันความรู้ด้านเทคโนโลยีให้กับผู้อื่นควร มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
3.1.1 การรู้ดิจิทัล
การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะใน ห้องเรียนเราสามารถเรียนรู้ได้จากเพื่อนผู้ปกครอง บุคคลในชุมชน นอกจากแหล่งข้อมูลที่เป็นบุคคล แล้วยังสามารถเรียนรู้ได้จากแหล่งข้อมูลออนไลน์ ต่าง ๆ แต่ข้อมูลที่ได้รับไม่ว่าจากที่ใดก็ตาม เราจะ ต้องวิเคราะห์ได้ว่าข้อมูลใดถูกต้อง และสามารถนํา มาใช้เพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ของเราเองได้
3.1.2 การมีทักษะทางการสื่อสาร
เทคโนโลยีในปัจจุบัน ทําให้เรา สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ทั่วโลก โดยผ่าน แพลตฟอร์มหรือสื่อกลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารใน รูปแบบต่าง ๆ เราต้องคํานึงถึงรูปแบบของสาร และ สื่อกลางที่จะใช้ในการติดต่อสื่อสาร และแบ่งปัน ความรู้ให้กับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม รวมทั้ง ระมัดระวังการทิ้งร่องรอยดิจิทัลที่เกิดจากการสื่อสาร ในสื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย การเขียนแสดง ความคิดเห็น หรือการแชร์ที่ไม่เหมาะสมบนโลก ออนไลน์เนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อตัวนักเรียนต่อไป ในอนาคตในการเข้าศึกษาต่อ หรือการทํางาน
3.1.3 การซื้อขายสินค้าออนไลน์
เทคโนโลยีทําให้การซื้อขายสินค้า ทําได้สะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลก เมื่อมีการ ซื้อขายสินค้าระหว่างกัน ข้อมูลส่วนตัวจํานวนมาก จะถูกแชร์เพื่อให้สามารถซื้อขายกันได้จนเสร็จสิ้น
ดังนั้นจึงต้องมีทักษะในการป้องกันข้อมูลส่วนตัว - และมีทักษะในการซื้อขายในตลาดออนไลน์ได้อย่าง
ปลอดภัย เนื่องจากในขณะนี้การซื้อขายสินค้า ออนไลน์ได้รับความนิยม และเกี่ยวข้องกับการดําเนินชีวิตประจําวันเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับเรื่อง ทางการเงิน ดังนั้นการเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกก่ออาชญากรรมทางดิจิทัลจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น
การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (Scam) อาจเกิดจากผู้ที่หลอกลวงส่งอีเมลให้เรายืนยันข้อมูลบัญชีบัตรเครดิต เพื่อที่จะนําข้อมูลหมายเลขบัตรชื่อ หมายเลข ด้านหลังบัตรของเราไปใช้ในการซื้อสินค้าออนไลน์
การโจรกรรมข้อมูลเอกลักษณ์บุคคล (identity theft) เป็นการหลอกลวงที่นําข้อมูลส่วนบุคคลของเราไปใช้ในการเปิดบัญชี หรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ รวมทั้งการทําธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ โดยอาจใช้การหลอกลวงแบบฟิชชิง คือ ใช้อีเมลหรือเว็บไซต์ปลอมในการขอข้อมูลส่วนบุคคลของเรา