ชุดคำถามนำสะท้อนคิด (Reflection) ตามแนวทางจิตศึกษา โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์)
-จากกิจกรรมที่ทำหรือเรียนรู้ นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง และรู้สึกอย่างไร เพราะเหตุใด
– นักเรียนเจออุปสรรคปัญหาอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
– นักเรียนได้ความรู้หรือความเข้าใจใหม่อะไรบ้าง
– จะดีกว่านี้ถ้า….
– นักเรียนจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปรับใช้กับชีวิตจริงอย่างไร
ชุดคำถามสรุปการเรียนรู้ (AAR) ตามแนวทางจิตศึกษา โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์)
– จากกิจกรรมที่ทำหรือเรียนรู้ นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง และรู้สึกอย่างไร เพราะเหตุใด
– นักเรียนได้ความรู้หรือความเข้าใจใหม่อะไรบ้าง
– มีความรู้อะไรบ้างที่เราเข้าใจผิดหรือมักเข้าใจผิด และความรู้ที่ถูกต้องคืออะไร
– นักเรียนเจออุปสรรคปัญหาอะไร และมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
– นักเรียนจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร
– อะไรที่จะทำสำเร็จในวันนี้ สำเร็จอย่างไร
– บรรลุเป้าหมายหรือไม่ อย่างไร
– จะดีกว่านี้ถ้า….
– สิ่งนั้นมีหลักการ วิธีการอย่างไร
– พรุ่งนี้จะทำอะไรต่อ
– วันนี้มีการสื่อสาร มีการบ้านอะไรหรือไม่
– สิ่งที่ทำให้รู้สึกภูมิใจในวันนี้ เพราะอะไร
– วันนี้อยากบอกอะไรตัวเอง
– วันนี้เห็นอะไรในตัวเองที่เปลี่ยนไป
การตั้งคำถามด้วย KWL (โดย Carr and Ogle)
K (What do I know) นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร
W (What do I want to learn) นักเรียนต้องการรู้อะไรในเรื่องนี้ (เป้าหมาย)
L (What did I learn) นักเรียนรู้อะไรบ้าง จากเรื่องนี้โดยตอบคำถามจาก W
การตั้งคำถามด้วย 5W1H (โดย Carr and Ogle)
Who ใคร
What ทำอะไร
Where ที่ไหน
When เมื่อไหร่
Why ทำไม
How อย่างไร
หลักการถามของคาร์ลีนี้ มีอยู่ด้วยกัน 6 ประเภท คุณครูสามารถนำคำถามเหล่านี้ไปประยุกต์ในชั้นเรียนทุกวิชาได้
ถามถึงเหตุผล (Reasons): “ที่หนูตอบ/ตัดสินใจแบบนี้เพราะอะไร”
ถามถึงหลักการ (Evidence): “หนูอธิบายให้ครูและเพื่อนๆ ฟังได้ไหมว่าทำไมนี่จึงควรเป็นคำตอบ/วิธีที่ดีที่สุด”
ถามถึงขั้วตรงข้าม (Argument) : “หนูคิดว่าฝ่ายตรงข้ามที่ไม่เห็นด้วยกับหนู เขาคิดอย่างไรและเขามีเหตุผลอะไรบ้าง”
ถามถึงผลกระทบต่อผู้อื่น (Impact on others): “การตัดสินใจนี้หรือคำตอบนี้ส่งผลกระทบต่อคนอื่นอย่างไรบ้าง”
ถามถึงผลลัพธ์ (Consequences): “เมื่อตัดสินใจทำสิ่งนี้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป”
ถามถึงบทเรียนที่ได้รับ (Reflection): “อะไรคือสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจนี้ และครั้งต่อไปจะทำในสิ่งที่แตกต่างหรือเหมือนเดิมอย่างไรบ้าง”
จากคำถามที่ช่วยกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ข้างต้น เมื่อลงมือทำแล้วผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคิด คำถามที่ดีจะช่วยนำทางให้พวกเขาเรียนรู้ว่า ยิ่งผิดเท่าไหร่ ยิ่งมากประสบการณ์
ปีเตอร์ เอลเลอร์ตัน (Peter Ellerton) อาจารย์สอนการคิดวิเคราะห์เคยกล่าวไว้อยู่มากทีเดียว โดยปีเตอร์แนะให้คุณครูที่ตั้งใจสร้างนักเรียนให้เป็นนักคิดคนเก่ง มุ่งเน้นไปที่การสร้างโอกาสให้นักเรียนถกเถียงในชั้นเรียน โดยฝึกให้มองประเด็นอย่างต่างขั้วกันเสียก่อน ข้อดี-ข้อเสียคืออะไร การถกกันจะนำไปสู่การหาเหตุผลที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมาใช้สนับสนุน และพิจารณาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรมในขณะนั้นด้วย เช่น อารมณ์ บริบทสังคม ค่านิยม ความเชื่อ อคติบางอย่าง
ท้ายที่สุด การหาข้อพิสูจน์ด้วยการทดลองปฏิบัติจริง พร้อมกับเก็บข้อมูล สืบค้นสถิติและงานวิจัยมาอ้างอิงก็เป็นเครื่องมือช่วยหาข้อสรุปหรือทางออกในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
ในขณะที่การถามคำถามเป็นหนทางพานักเรียนไปสู่นักคิดที่ดีได้ ฟีดแบคที่คุณครูแสดงออกก็ต้องส่งแรงสนับสนุนให้พวกเขามั่นใจในตนเองและพิสูจน์ความคิดเห็นของตนอย่างมีเหตุผล ไปจนถึงกล้าเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในความผิดพลาดล้มเหลวด้วยเช่นกัน เพราะเส้นชัยปลายทางไม่ใช่คำตอบที่ถูกที่สุด แต่คือการพัฒนากระบวนคิดของเด็กให้เติบโตรอบด้านต่างหาก
“ฮะ?” “อะไรนะ?” “แล้วไงต่อ” วลีเด็ดที่ครูใช้ได้ตลอดกาล (Prompt)
เจมส์ มาร์คัส บัค (James Marcus Bach)
คุณครูจอมขบถที่ดร็อปจากโรงเรียนด้วยวัยเพียง 13 ปีและศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองจนกลายเป็นผู้จัดการอายุน้อยที่สุดในบริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ผู้เขียนหนังสือ Secrets of a Buccaneer-Scholar ที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์การเรียนรู้ของตนเอง แนะว่า 3 คำยอดฮิตที่คุณครูใช้กระทุ้งบรรยากาศการคิดของนักเรียนได้ตลอดกาลคือ “Huh?” “Really?” “So?” หรือ “ฮะ?” “จริงเหรอ?” และ “แล้วไงต่อ?” โดยความหมายที่แท้จริงของ 3 คำนี้ลึกซึ้งกว่าที่เห็นมากนัก กล่าวคือ
“ฮะ?” หมายถึง – “พวกหนูเข้าใจหัวข้อนี้รึเปล่า”
– “ลองใช้วิธีอื่นอธิบายอีกครั้งได้ไหมจ๊ะ”
-“งงตรงไหนไหม”
“จริงเหรอ?” หมายถึง -“ที่หนูอธิบายมานี่เป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้รึเปล่า”
– “มีหลักฐานอะไรมาสนับสนุนไหมจ๊ะ”
“แล้วไงต่อ?” หมายถึง - “ใจความสำคัญคืออะไร”
-“เรื่องนี้ส่งผลอย่างไร”
-“เรื่องนี้ส่งผลกับใครบ้าง”
บอกใบ้เพื่อให้คิดต่อ (Cue)
การสะท้อนโดยมองย้อนกลับไป Backward - Looking
เป็นการชวนให้เด็ก ๆ ได้สะท้อนคิดยึดโยง เชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยทำผ่านมาก่อนหน้านี้
1.เนื้อหาที่เรียนคาบนี้ เราเคยรู้ เคยเข้าใจมาก่อนแค่ไหน ?
2.ในการทำงานชิ้นนี้ / ทำกิจกรรมครั้งนี้ มีวิธีคิด กระบวนการยังไงบ้าง ?
3.เคยทำผลงานที่คล้าย ๆ แบบนี้มาก่อนมั้ย ? ไม่ว่าจะเป็นเทอมที่แล้ว หรือทำนอกโรงเรียน
4.ทำผลงานในรูปแบบคล้าย ๆ กันประมาณนี้ได้ดีขึ้นมั้ย ? ดีขึ้นอย่างไรบ้าง ?
5.คิดว่าตัวงาน / ผลจากกิจกรรมนี้ที่ทำออกมา ควรเพิ่มเติมตรงไหนอีก ?
6.ระหว่างที่ทำ ระหว่างมีส่วนร่วม มีติดขัดตรงไหนบ้าง ? แล้วแก้ปัญหายังไง ?
7.อะไรคือสิ่งที่ถ้ามีการซัพพอร์ตเพิ่มแล้ว เราจะทำงานได้ง่ายขึ้น ?
8.งานชิ้นนี้ / ผลจากกิจกรรมกำลังสื่อสารอะไรในใจเราอยู่มั้ย ?
การสะท้อนโดยมองเข้ามาข้างในตัวเอง Inward - Looking
เป็นการชวนให้เด็ก ๆ ได้สะท้อนคิด โดยรับรู้ เข้าใจทั้งความรู้สึก และตัวตนของตัวเองเป็นหลัก
9.รู้สึกยังไงกับงาน หรือกิจกรรมที่เพิ่งทำไปบ้าง ? มีส่วนไหนที่ชอบ / ไม่ชอบ
10.รู้สึกพึงพอใจกับพาร์ทไหนของงานนี้บ้าง ? ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการระหว่างทำ หรือผลลัพธ์ที่เสร็จแล้ว ?
11.แล้วส่วนไหนของงานนี้ที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิด ?
12.งานนี้พอทำได้เต็มที่ที่สุดจะออกมาเป็นยังไง ?
13.แล้วงานนี้ทำเต็มที่ไปกี่เปอเซนต์ ? ไม่ว่ากันถ้าทำได้ไม่ดี เพราะข้อจำกัดอาจจะต่างกันในแต่ละครั้ง
14.ตอนทำมีเป้าหมายอะไรมั้ย ? มีปรับระหว่างทางหรือเปล่า ?
15.ตัวงาน / กิจกรรมครั้งนี้ เราได้รู้จักตัวเองเพิ่มขึ้นยังไงบ้าง ?
16.เราได้เข้าใจความรู้สึกตอนเป็นผู้เรียนเพิ่มขึ้นมั้ย ? อะไรที่ชอบ ไม่ชอบบ้าง ?
17.มุมมองที่เคยมีต่อเนื้อหาในคาบนี้ เปลี่ยนไปแค่ไหน ?
18.ถ้าเปรียบเทียบกับงานอื่น ๆ ที่เคยทำ รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปมั้ย ?
19.เปรียบเทียบกับงานอื่นที่เคยทำ รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปแค่ไหน ?
20.ได้เข้าใจรูปแบบการเรียนรู้ (Learning Style) ของตัวเองขึ้นมั้ย ? ชอบเรียนรู้ยังไง ทำได้ดีเมื่อเป็นยังไง ?
การสะท้อนโดยมองออกสู่ภายนอก Outward - Looking
เป็นการชวนให้เด็ก ๆ ได้สะท้อนคิด โดยเห็นคนอื่น ๆ ที่ทำงาน หรือกิจกรรมเหมือนกับเราว่าเขาคิดยังไงกันบ้าง
21.เรามีวิธีการคิด / วิธีทำงาน เหมือนเพื่อน ๆ หรือไม่ ?
22.ถ้าวิธีการต่างกัน มีรายละเอียดต่างกันอย่างไรบ้าง ?
23.แล้ววิธีการไหนที่มีความคล้ายกันบ้าง ?
24.ถ้าลองสวมบทบาทเป็นคุณครู คิดว่าจะคอมเมนต์งานตัวเองยังไง ?
25.ถ้าให้เกรดได้ จะให้เกรดงานตัวเองเท่าไหร่ ? เพราะอะไร ?
26.อะไรที่เป็นความตั้งใจจุดเล็ก ๆ ที่อยากให้คนอื่นสังเกตเห็นในงาน ?
27.ลองหันไปถามเพื่อน เขาสังเกตเห็นอะไรในงานเราบ้างนะ ?
28.คิดว่างานนี้ / กิจกรรมนี้ คุณครูมีมาตรฐานที่รับได้ประมาณไหน ?
29.งานของเราไปถึงมาตรฐานนั้นมั้ย ? มากน้อยแค่ไหน ?
30.ถ้าคนนอกที่ไม่รู้จักเห็นงานนี้ เขาจะคิดว่าเราเป็นคนอย่างไร ?
การสะท้อนโดยมองไปข้างหน้า Forward - Looking
เป็นการชวนให้เด็ก ๆ ได้สะท้อนคิดผ่านการวางแผน ปรับเปลี่ยนเพื่อทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม
31.หนึ่งประเด็นที่ต้องการจะพัฒนาตอนนี้เลยคือ ?
32.ถ้าได้ทำงานนี้ / ทำกิจกรรมนี้ใหม่อีกครั้ง จะปรับอะไรบ้าง ?
33.แล้วถ้าต้องต่อยอดงานนี้ต่อไป จะทำเป็นอะไรได้บ้าง ? จะแก้อะไร ?
34.อะไรที่ได้เห็นจากกระบวนการ / ผลงานของเพื่อน ที่อยากลองเอามาใช้ในครั้งหน้า ?
35.อะไรคือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนอื่นไม่ได้สังเกต แต่เราอยากปรับปรุง ?
36.ในครั้งหน้า อยากตั้งเป้าหมายอะไรก่อนเริ่มทำ ?
37.กิจกรรม หรือเรื่องอะไรที่อยากใช้เวลาให้มากขึ้นในคาบเรียน
38.มีอะไรที่อยากให้คุณครูวิชาอื่น ๆ หรือปีการศึกษาอื่น ได้เข้าใจเกี่ยวกับเราบ้าง ? จะเป็นเรื่องดี หรือความกังวลก็ได้
39.ในอนาคต อะไรคือสิ่งที่อยากให้คุณครูเข้ามาช่วยเหลือ ซัพพอร์ตให้มากขึ้นบ้าง ?
40.ถ้ายังไม่เข้าใจเนื้อหาในคาบเรียนต่อ ๆ ไป คิดว่าอะไรจะช่วยให้เข้าใจเพิ่มขึ้นได้อีก ?