พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในประเทศอินเดียและเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลา ๑,๕๐๐ ปี จนมาถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ (พ.ศ. ๑๗๔๓) พระพุทธศาสนาก็สูญไปจากดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศอินเดีย แต่จากการ ที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งคณะพระธรรมทูตออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่งผลให้พระพุทธศาสนาไปรุ่งเรืองอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริเวณใกล้เคียง
ประเทศเมียนมา
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเมียนมา
พระพุทธศาสนาที่เผยแผ่เข้าสู่ประเทศเมียนมาในระยะแรกเป็นแบบเถรวาท โดยเข้ามาทางเมืองสะเทิมหรือเมืองสุธรรมวดี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมอญ
ใน พ.ศ. ๑๕๘๗ พระเจ้าอนุรุทธมหาราช (อโนรธามังช่อ) ทรงรวบรวมดินแดนพม่าให้เป็นแผ่นดินเดียวกันสำเร็จ ในช่วงนี้เองนิกายมหายานได้แผ่ขยายเข้าสู่เมืองพุกาม แต่พระเจ้าอนุรุทธมหาราชไม่ทรงศรัทธา กลับทรงเลื่อมใสนิกายเถรวาท ครั้นเมื่อพระองค์ทรงทราบว่าพระพุทธศาสนาในอาณาจักรของมอญมีความเจริญรุ่งเรืองมาก จึงทรงส่งพระราชสาส์นไปถึงพระเจ้ามนูหะ ผู้ครองเมืองสุธรรมวดี เมื่อพระเจ้าธรรมเจดีย์ศรีปิฎกธร กษัตริย์มอญขึ้นครองราชย์ ทรงมีพระราชดำริว่าขณะนั้น พระพุทธศาสนาในเมืองมอญเสื่อมโทรมมาก คณะสงฆ์แตกแยกออกเป็น คณะต่าง ๆ ๖ คณะ พระสงฆ์ส่วนใหญ่ปฏิบัติผิดจากพระวินัยบัญญัติ
จึงทรงเริ่มฟื้นฟูพระพุทธศาสนาขึ้นมาใหม่ ทรงให้คณาจารย์จาก ๖ คณะ ลาสิกขาเพื่อไปอุปสมบทใหม่ที่ลังกา เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นของคณะสงฆ์อีกครั้ง เมื่อพระสงฆ์เหล่านี้เดินทางกลับมาถึงเมืองหงสาวดี ก็โปรดเกล้าฯ ให้พระภิกษุทั้งหลายในเมืองมอญลาสิกขาเพื่อรับการอุปสมบทใหม่ทั้งแผ่นดิน ยังผลให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท กลับสู่ความเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศเมียนมา
ปัจจุบันประเทศเมียนมามีประชากรประมาณ ๕๒.๑ ล้านคน (พ.ศ. ๒๕๕๘) มีผู้นับถือพระพุทธศาสนาร้อยละ ๙๐ ของประเทศ รัฐบาลเมียนมาได้พยายามฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง โดยมีการจัดสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยนิมนต์พระเถระผู้เชี่ยวชาญพระไตรปิฎกจากประเทศไทย ศรีลังกา ลาว และกัมพูชา ให้เดินทางมาร่วมงาน และได้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกพร้อมคัมภีร์อรรถกถาและปกรณ์ (ตำรา) พิเศษเป็นจำนวนมาก
ประเทศลาว
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศลาว
ในรัชสมัยของพระเจ้าฟ้างุ้ม (พ.ศ. ๑๘๙๖-๑๙๑๔) แห่งอาณาจักรล้านช้าง เนื่องจากมเหสีของพระองค์ คือ พระนางแก้วกัลยา ซึ่งเป็นพระธิดาของพระเจ้าศรีจุลราชแห่งเมืองอินทปัตย์ในอาณาจักรกัมพูชา ทรงเคารพนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาก่อน เมื่อพระนางเสด็จมาประทับที่อาณาจักรล้านช้าง จึงกราบทูลให้แต่งคณะราชทูต ไปทูลขอพระสงฆ์จากกัมพูชา เพื่อมาช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนา
พระเจ้าศรีจุลราชจึงโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระมหาปาสมันตะเถระ และพระมหา-เทพลังกาให้นำพระสงฆ์จำนวน ๒๐ รูป เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่อาณาจักรล้านช้าง นอกจากนี้ได้พระราชทานพระพุทธรูปปัญจโลหะองค์หนึ่งพระนามว่า “พระบาง” พร้อมด้วยพระไตรปิฎก และหน่อพระศรีมหาโพธิ์มาถวายพระเจ้าฟ้างุ้มด้วย
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศลาว
พุทธศาสนิกชนในประเทศลาวนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่หลังจากที่ถูกครอบงำด้วยการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ พระพุทธศาสนาในประเทศลาวก็ทรุดโทรมลง ต่อมาเมื่อบ้านเมืองคลายความตึงเครียดลงประเทศลาวจึงมีความพยายามที่จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาขึ้นมาอีก
โดยการส่งพระสงฆ์ลาว ๗ รูป พร้อมคฤหัสถ์ ๓ คน มาประเทศไทย เพื่อศึกษา แนวทางฟื้นฟูพระพุทธศาสนาขึ้นในประเทศลาว จากสมเด็จพระสังฆราชและพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของประเทศไทย
ประเทศกัมพูชา
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศกัมพูชา
เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๘ อันเป็นช่วงที่อาณาจักรฟูนันกำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ทางทิศใต้ของดินแดนที่เป็นประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นอาณาจักรใหญ่และมีสัมพันธไมตรีอันดีกับประเทศจีนและอินเดีย
ดังนั้นจึงได้รับอิทธิพลพระพุทธศาสนานิกายมหายานจากประเทศทั้งสอง ด้วยเหตุนี้ทำให้อาณาจักรฟูนันนับถือทั้งศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนาควบคู่กัน แต่ก่อนที่อาณาจักรฟูนันจะเสื่อมอำนาจลง พระพุทธศาสนานิกายมหายานก็ได้รับการทำนุบำรุงจนเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก
พระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชาได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งในรัชสมัยของพระเจ้าหริรักษ์รามาธิบดี พระภิกษุกัมพูชาได้รับการส่งเสริมให้เดินทางมาศึกษาพระพุทธศาสนาในกรุงเทพฯ แล้วกลับไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น ที่สำคัญคือมีการจัดตั้ง โรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมชั้นสูงขึ้นในกรุงพนมเปญ มีชื่อเรียกว่า “ศาลาบาลีชั้นสูง” และยังนำนิกายธรรมยุตจากเมืองไทยเข้ามาเผยแผ่ที่ประเทศกัมพูชาเป็นครั้งแรกอีกด้วย
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชา
ด้วยเหตุที่สภาพทางการเมืองของกัมพูชาขาดความมั่นคง โดยเฉพาะการสู้รบ ทำสงครามกลางเมืองระหว่างชาวเขมรด้วยกัน ทำให้พระพุทธศาสนาไม่เจริญถึงขั้นสูงสุด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พระพุทธศาสนาในกัมพูชาก็เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังสงครามกลางเมืองเริ่มสงบลงใน พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐบาลเขมรรวมทั้งพุทธศาสนิกชนชาวเขมรมีความพยายามที่จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชาขึ้นมาใหม่พร้อม ๆ กับการบูรณะฟื้นฟูประเทศ อันเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์ของพระพุทธศาสนามีแนวโน้มที่จะดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้น ได้แก่ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาพระสีหนุราช ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของพระภิกษุสงฆ์ชาวเขมร
ประเทศเวียดนาม
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเวียดนาม
ประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กับประเทศจีนมาแต่สมัยโบราณ ดังนั้น เมื่อจีนนับถือศาสนาใด ศาสนานั้นก็จะเผยแผ่เข้ามาในเวียดนามด้วย เริ่มแรกอิทธิพลของลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื๊อได้เผยแผ่เข้ามาสู่ประเทศเวียดนามก่อนจนถึงคณะธรรมทูตจากจีนหลายคณะจึงได้เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนานิกายมหายานในเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม พระพุทธศาสนาในสมัยเริ่มแรกยังไม่เป็นที่นิยมนับถือกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งเมื่อราชวงศ์ดินห์ขึ้นมามีอำนาจปกครองเวียดนาม พระพุทธศาสนานิกายมหายานจึงได้รับการฟื้นฟูและได้รับการนับถือกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
เมื่อเวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส พระพุทธศาสนาก็ได้รับความ กระทบกระเทือนอย่างหนัก ทั้งนี้เพราะชาวพุทธได้รวมตัวกันจัดตั้งกระบวนการชาตินิยมทำสงครามกองโจรสู้รบกับทหารฝรั่งเศส เพื่อปลดปล่อยเวียดนามให้เป็นอิสระ รัฐบาลฝรั่งเศสจึงดำเนินการตอบโต้โดยการควบคุมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิด
การร่วมชุมนุมของพุทธศาสนิกชนเพื่อประกอบพิธีกรรมจะต้องได้รับการอนุญาตจากทางการฝรั่งเศสก่อน นอกจากนี้ชาวเวียดนามที่ต้องการสมัครเข้าทำงานกับรัฐบาลฝรั่งเศสจะต้องโอนสัญชาติเป็นชาวฝรั่งเศสและจะต้องเข้ารีตหันไปนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจึงจะมีสิทธิสมบูรณ์ ส่งผลให้ชาวเวียดนามจำนวนไม่น้อยหันไปเข้ารีต นับถือศาสนาคริสต์
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศเวียดนาม
เนื่องจากสงครามเวียดนามยาวนาน ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเวียดนามต้องหยุดชะงักลง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๐ เป็นต้นมา เมื่อเหตุการณ์สงครามในคาบสมุทรอินโดจีนสงบลง และมีสันติภาพมากขึ้น ทางรัฐบาลก็ได้ผ่อนปรนมาตรการจำกัดสิทธิการนับถือศาสนาของประชาชนลงไปบ้าง จึงทำให้ชาวพุทธบางกลุ่มมีความพยายามฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในเวียดนามขึ้นมาใหม่ แต่ก็ไม่สำเร็จมากนัก ทั้งนี้เพราะมีพระสงฆ์นิกายมหายานเหลือเพียงไม่กี่รูป และชาวเวียดนามรุ่นใหม่ก็นิยมไปเข้ารีตเพื่อนับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่
ประเทศมาเลเซีย
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย
ดินแดนประเทศมาเลเซียแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งอยู่บนแหลมมลายูและอีกส่วนหนึ่งอยู่บน เกาะบอร์เนียว นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า พระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้าสู่ประเทศมาเลเซีย เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ โดยระยะแรกเป็นแบบเถรวาท แต่มีผู้นับถือไม่มากนัก จนกระทั่งเมื่อแหลมมลายูตกอยู่ ภายใต้การปกครองของอาณาจักรศรีวิชัย พระพุทธศาสนานิกายมหายานจึงได้เผยแผ่เข้ามาสู่บริเวณนี้
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศมาเลเซีย
ประเทศมาเลเซียมีประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่มีประชาชนจำนวนหนึ่งเป็นชาวจีนยังนับถือพระพุทธศาสนาทั้งนิกายมหายานและนิกายเถรวาทอย่างเหนียวแน่น ปัจจุบันมีองค์กรทางพระพุทธศาสนามากมาย เช่น สมาคมผู้สอนพระพุทธศาสนาที่วัดพระพุทธศาสนาในกัวลาลัมเปอร์ ปัจจุบันรัฐบาลประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการทั่วประเทศมาเลเซีย
ประเทศสิงคโปร์
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ทางทิศใต้ของประเทศมาเลเซีย ในอดีตรวมกันเป็นสมาพันธรัฐมลายูเช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย แต่ได้แยกตัวออกมาเป็นอิสระเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ ดังนั้น การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์จึงมีลักษณะเดียวกันกับประเทศมาเลเซีย นิกายที่ได้รับการเคารพนับถือมาก ได้แก่ นิกายมหายาน
ด้วยเหตุผลที่พลเมืองส่วนใหญ่ของสิงคโปร์เป็นชาวจีน พระพุทธศาสนานิกายมหายานจึงมีความเจริญรุ่งเรือง
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศสิงคโปร์
ปัจจุบันนี้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสิงคโปร์มีลักษณะเป็นองค์กรต่าง ๆ เช่น ห้องสมุดพุทธศาสนา ก่อตั้งโดยท่านธรรมรัตนะ พระภิกษุชาวศรีลังกา เพื่อจัดกิจกรรมการบรรยายและปฏิบัติธรรม พุทธสมาคมมหาปรัชญา มีพระภิกษุจากไต้หวันเป็นที่ปรึกษา กิจกรรมหลักคือการสอนพระพุทธศาสนา ทั้งในแบบอินเดียและแบบจีน กลุ่มพุทธสมาคมแห่งมหาวิทยาลัย มีกิจกรรมสอนพระธรรม และการนั่งสมาธิภาวนา และสมาคมพุทธศาสนาแห่งสิงคโปร์ มีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอพระพุทธศาสนาในรูปแบบที่เหมาะสมกับความก้าวหน้าของสังคมสมัยใหม่
ประเทศอินโดนีเซีย
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย
พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งพระโสณะและพระอุตตรเถระเดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแถบนี้ ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เพราะได้เกิดอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอาณาจักรหนึ่งชื่อว่า “อาณาจักรศรีวิชัย” ซึ่งมีอิทธิพลครอบคลุมตั้งแต่ภาคใต้ของประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซียทั้งหมด สันนิษฐานว่าอาณาจักรศรีวิชัยมีการนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานอย่างแพร่หลายเพราะได้ค้นพบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญ ได้แก่ พระพิมพ์ ดินดิบและรูปพระโพธิสัตว์ซึ่งสร้างขึ้นตามคติความเชื่อของผู้นับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายาน
พระพุทธศาสนาในอินโดนีเซียถึงจุดเสื่อมโทรมมากในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เมื่ออาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมโทรมลง และอาณาจักรมัชปาหิตขึ้นมามีอำนาจแทน ประกอบกับมีกษัตริย์องค์หนึ่งของอาณาจักรมัชปาหิตทรงพระนามว่า ระเด่นปาทา ทรงมีศรัทธาในศาสนาอิสลามมาก ทรงประกาศห้ามการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรของพระองค์ และทรงยกย่องให้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ
นับตั้งแต่นั้นมาศาสนาอิสลามก็เผยแผ่ไปยังเกาะต่าง ๆ ของอินโดนีเซียอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นศาสนาที่ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่นับถือไปในที่สุด ส่วนชาวอินโดนีเซียที่ยังมีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ยังคงมีอยู่ประปรายในเกาะชวาสุมาตรา และบาหลี
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย
พระพุทธศาสนานิกายมหายานเจริญรุ่งเรืองในประเทศอินโดนีเซียราว พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ เห็นได้จากพุทธสถานสำคัญ ๆ ที่เหลือเป็นหลักฐานหลายแห่ง โดยเฉพาะพระวิหารบุโรพุทโธ (บรมพุทโธ) หลังจากที่ศาสนาอิสลามได้แพร่เข้ามาและชาวชวาได้ยอมรับนับถือเป็นศาสนาประจำชาติแล้ว พระพุทธศาสนาก็เริ่มเสื่อมถอยลงตามลำดับ ปัจจุบันมีชาวอินโดนีเซียประมาณร้อยละ ๑ ที่ยังนับถือพระพุทธศาสนา เช่น ชาวอินโดนีเซียบนเกาะบาหลี นับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานควบคู่ไปกับศาสนาพราหมณ์ และชาวจีนจำนวนหนึ่งบนเกาะชวาทุก ๆ ปีประชาชนกลุ่มนี้จะมาร่วมกันประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาที่พระวิหารบุโรพุทโธ ซึ่งจัดเป็นเทศกาลประจำปีที่สำคัญงานหนึ่งของเมือง นอกจากนี้มีการจัดตั้งพุทธสมาคมขึ้นในเมืองจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซียด้วย