๑. เหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงสำคัญของระบอบการปกครองของไทย
๑.๑ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕
การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ มีความสำคัญมากต่อการเมืองการปกครองของไทยเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. ๒๔๗๕ สังคมไทยมีแนวคิดในด้านการปรับเปลี่ยนการปกครองเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และกรณีกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ปฏิบัติการไม่สำเร็จ
๑) สาเหตุการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. ๒๔๗๕ มีดังนี้
(๑) การได้รับการศึกษาตามแนวความคิดตะวันตก อิทธิพลจากการปฏิรูปการศึกษาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทำให้
คนไทยส่วนหนึ่งที่ ไปศึกษายังประเทศตะวันตกได้รับอิทธิพลแนวคิดทางการเมืองสมัยใหม่ และนำกลับมาเผยแพร่ในประเทศไทย
(๒) ความเคลื่อนไหวของบรรดาสื่อมวลชน สื่อมวลชนมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการปกครองแบบใหม่และปฏิเสธระบบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ต่างเรียกร้องให้มีการปกครองในระบบรัฐสภาที่มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการปกครองประเทศ
(๓) ความขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัชกาลที่ ๗ ทรงเล็งเห็นความ
สำคัญของการมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และทรงเต็มพระทัยที่จะสละพระราชอำนาจ
มาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่อภิรัฐมนตรีสภากลับไม่เห็นด้วยโดยอ้างว่าประชาชนยังขาดความ
พร้อมและเกรงจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เป็นผลให้คณะผู้ก่อการ ชิงลงมือ ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน
วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕
(๔) สถานะการคลังของประเทศและการแก้ปัญหา การคลังของประเทศเริ่มประสบปัญหามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ เพราะการผลิตข้าวเกิดความเสียหายจากภาวะนํ้าท่วมและฝนแล้งติดต่อกันหลายปี ภายในประเทศก็ ขาดแคลนข้าวเพื่อการบริโภค และไม่สามารถส่งข้าวไปขายต่างประเทศได้ ทำให้รัฐขาดรายได้เป็นจำนวนมาก จนต้องจัดสรรเงินงบประมาณมาช่วยเหลือชาวนา ข้าราชการ และผู้ประสบกับภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลยังได้นำเงินคงคลังที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้จ่ายจนหมดสิ้น และต้องกู้เงินจากต่างประเทศทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างไม่ประหยัด ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ ทรงดำเนินนโยบายตัดทอนรายจ่ายของรัฐบาลด้วยการลดจำนวนข้าราชการ และทรงตัดทอนงบประมาณรายจ่ายส่วนพระองค์ ให้น้อยลง
แต่เนื่องจากเศรษฐกิจของโลกเริ่มตกตํ่ามาเป็นลำดับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๒ ทำให้มีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่าง
ไม่มีทางหลีกเลี่ยง รัฐบาลต้องตัดทอนรายจ่ายอย่างเข้มงวดที่สุด เป็นต้นว่าปลดข้าราชการ งดจ่ายเบี้ยเลี้ยงและ
เบี้ยกันดารของข้าราชการ การเก็บภาษีเงินเดือนจากข้าราชการ แต่ก็ไม่สามารถจะกอบกู้สถานะการคลังของประเทศ
ขึ้นได้ ทำให้คณะผู้ก่อการใช้เป็นข้ออ้างในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
๒) ผลกระทบที่มีต่อสังคมไทย มีดังนี้
(๑) ผลกระทบทางด้านการเมือง การเปลี่ยนแปลงการปกครองในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการสิ้นสุดพระราชอำนาจในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
(๒) ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ระบบเศรษฐกิจยังคงเป็นแบบทุนนิยมเช่นเดิม แต่กลุ่มผลประโยชน์เปลี่ยนแปลงจากเชื้อพระวงศ์และขุนนางมาเป็นกลุ่มพ่อค้าและกลุ่มผู้นำทางการปกครอง
(๓) ผลกระทบทางด้านสังคม หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองประชาชนเริ่มมีเสรีภาพและมีสิทธิต่าง ๆ ตลอดจนความเสมอภาคภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในขณะที่บรรดาเจ้าขุนมูลนายขุนนางต้องสูญเสียอำนาจและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เคยมี
๑.๒ เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖
เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖ เป็นเหตุการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมือง ครั้งสำคัญของกลุ่มนักศึกษาประชาชน โดยเป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลทหารของจอมพล ถนอม กิตติขจร ซึ่งนำไปสู่การใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามผู้ที่มาชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ยุติลงได้ด้วย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมีพระราชดำรัสขอให้ทุกฝ่ายระงับความรุนแรง ผู้นำรัฐบาลลาออกจากตำแหน่งและเดินทางออกนอกประเทศ
๑) สาเหตุของเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖
(๑) ความไม่พอใจคณะรัฐบาลทหารของจอมพล ถนอม กิตติขจร เนื่องจากประชาชนไม่พอใจการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาลหลายประการ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลทหารเข้าปกครองประเทศยาวนาน ผูกขาดอำนาจและผลประโยชน์
(๒) ความไม่พอใจคณะทหาร ตำรวจชั้นผู้ใหญ่และบุคคลใกล้ชิดจอมพล ถนอม กิตติขจร มีการล่าสัตว์ที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกที่ใช้ในการล่าสัตว์ตก พบซากสัตว์ป่าจำนวนมาก ทำให้มีกลุ่มนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำผิด
(๓) คณะนักศึกษาและอาจารย์ที่เรียกร้องรัฐธรรมนูญถูกจับ
๒) ผลกระทบที่มีต่อสังคมไทย
(๑) ประชาชนเกิดความตื่นตัวทางการเมือง มีการรวมกลุ่มผลประโยชน์และชุมนุมเรียกร้องทางด้านต่าง ๆ เช่น กลุ่มชาวนา ชาวไร่ กลุ่มกรรมกร
(๒) ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง สิทธิทางการเมืองในสังคมเป็นไปอย่างเปิดเผยและกว้างขวางมากขึ้น
๑.๓ เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙
เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นเหตุการณ์ที่สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ โดยกลุ่มนักศึกษาที่ต่อต้านการกลับมาของกลุ่มเผด็จการทหารของจอมพล ถนอม กิตติขจร ประชาชนและนักศึกษาจึงออกไปประท้วงกลุ่มอนุรักษ์นิยมและเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้กลุ่มนักศึกษาที่ต่อต้าน สูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
๑) สาเหตุของเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙
(๑) ความไม่พอใจที่จอมพล ถนอม กิตติขจร เดินทางกลับเข้าประเทศ
(๒) ความแตกแยกในสังคมไทย แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มที่สนับสนุนบทบาทของนิสิตนักศึกษา และกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ต่อต้านนิสิตนักศึกษา โดยกล่าวหาว่ามีอุดมการณ์คอมมิวนิสต์สร้างความไม่สงบในประเทศ ความขัดแย้งขยายตัวนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
๒) ผลกระทบที่มีต่อสังคมไทย
สังคมไทยแบ่งแยกเป็นฝ่ายขวา คือ กลุ่มอนุรักษ์นิยม และฝ่ายซ้ายที่มีอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ นักศึกษาส่วนหนึ่งหลบหนีเข้าป่าและร่วมมือกับองค์การคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นเหตุให้สังคมไทยหวาดกลัวการขยายตัวของคอมมิวนิสต์เช่นประเทศเพื่อนบ้าน (เวียดนาม กัมพูชา และลาว) ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสังคมนิยม
๑.๔ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. ๒๕๓๕
เป็นเหตุการณ์ที่นิสิตนักศึกษาและประชาชนประท้วงรัฐบาลของพลเอก สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ และขยายตัวกลายเป็นการจลาจล และรัฐบาลได้สั่งการให้ทหารเข้าปราบปรามมีการเสียเลือดเนื้อและชีวิต นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลาต่อมา
๑) สาเหตุที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. ๒๕๓๕
ประชาชนเคลื่อนไหวประท้วงรัฐบาลและต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ “คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ” (รสช.) โดยมีการอดอาหาร การเดินขบวน และการชุมนุมประท้วงในที่ต่าง ๆ รัฐบาลได้ใช้กำลังทหารและตำรวจสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงมีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ยุติลงได้ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้นำของทั้งสองฝ่ายเข้าเฝ้าฯ และพระราชทานพระราชดำรัสให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง
๒) ผลกระทบที่มีต่อสังคมไทย
(๑) กองทัพขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ของทหารที่มีความรุนแรงต่อประชาชนมาหลายเหตุการณ์
(๒) เศรษฐกิจของไทยชะลอตัว เนื่องจากการชะลอตัวลงของภาวะการใช้จ่ายภายในประเทศซึ่งเป็นผลมาจากความไม่สงบทางการเมือง
(๓) บทบาทของสื่อสาธารณะเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การเรียกร้องสื่อเสรีที่มีคุณภาพมีความเป็นกลางทางการเมือง ดำเนินการอย่างเป็นอิสระเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน
๒. หลักการเลือกรับข้อมูลข่าวสารทางการเมือง
๒.๑ สื่อกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
บทบาทของสื่อนับว่ามีความสำคัญต่อสังคมในทุกด้าน รูปแบบของสื่อที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน เช่น สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ สื่ออินเทอร์เน็ต สื่อโทรศัพท์เคลื่อนที่สื่อสิ่งพิมพ์ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสื่อได้ง่ายและรวดเร็วกว่าในอดีต ซึ่งความสะดวกรวดเร็วในการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อในปัจจุบันอาจทำให้ผู้รับสื่อรับข้อมูลมาอย่างรวดเร็วจนขาดการใช้วิจารณญาณไตร่ตรอง
สื่อมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข่าวสารทางการเมือง ผู้รับสื่อจึงควรมีวิจารณญาณและไตร่ตรองข้อมูลก่อนทุกครั้ง
อิทธิพลของสื่อโดยเฉพาะสื่ออินเทอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงบุคคลได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกพื้นที่และรวดเร็วทุกเวลา จึงมีการใช้สื่อเพื่อประโยชน์ในด้านต่าง ๆอย่างกว้างขวางทั้งการโฆษณาขายสินค้าการชักจูงความคิด ความเชื่อ การให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้คนในสังคม
๒.๒ หลักปฏิบัติในการเลือกรับข้อมูลข่าวสาร มีดังนี้
1) ติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อที่จะได้มีข้อมูลเป็นปัจจุบันไว้ประกอบการคิดพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
2) รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อหลายประเภทหลายแหล่งข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่หลากหลายมาประกอบการคิดพิจารณาถึงความถูกต้องของเรื่องราวต่าง ๆ ในสังคมไทย
3) พิจารณาแหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารว่ามีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารนั้นหรือไม่ และแหล่งที่มานั้นน่าเชื่อถือเพียงใด
4) รับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ มีวิจารณญาณ ไม่มีอคติไม่ยึดติดหรือเชื่อมั่นกับบุคคลใด กล่าวคือไม่ควรเชื่อในทันที ควรมีการตรวจสอบ วิเคราะห์จากข้อมูลหลาย ๆ แหล่ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล
หรือบุคคลที่ให้ข่าว
5) ไม่ควรเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ยังมิได้มีการตรวจสอบความถูกต้อง โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางอินเทอร์เน็ตที่สามารถกระทำได้ทันทีง่ายในการส่งต่อข้อมูล และสามารถเผยแพร่ขยายไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว