ยินดีต้อนรับคณะกรรมการทุกท่าน
การประเมินผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลง (PA) ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สายงานการสอน ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
ยินดีต้อนรับคณะกรรมการทุกท่าน
การประเมินผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลง (PA) ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สายงานการสอน ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
รายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานตามข้อตกลง (PA)
ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานการสอน
ภาคเรียนที่ 1/2567
ยินดีต้อนรับคณะกรรมการทุกท่าน
ยินดีต้อนรับคณะกรรมการประเมินการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานการสอน ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
ตอนที่ 1:การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน
ส่วนที่ 1 : การพัฒนางานตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
ด้านที่ 1 การจัดการเรียนรู้
ตัวชี้วัดที่ 1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
ข้าพเจ้าดำเนินการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรสถานศึกษา สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะและการเรียนรู้เต็มศักยภาพให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียนและท้องถิ่น และสามารถแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้ได้และเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชาออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยให้ครอบคลุมเนื้อหาของหลักสูตรโดยดำเนินการวิเคราะห์หลักสูตรมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด ผลการเรียนรู้ และนำไปจัดทำคำอธิบายรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้สอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดและผลการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาด้านจัดการเรียนการสอน ปรับปรุงหลักสูตรรายวิชาภาษาอังกฤษและหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาตามหลักสูตรมาตรฐานการเรียนรู้รายวิชาภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนประเมินผลการใช้หลักสูตรอย่างเป็นระบบและนำผลการประเมินเพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนรวม ทั้งเป็นแบบอย่างทีดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นในการสร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
ร้อยละของตัวชี้วัดตามข้อตกลง
1. ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้เรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาที่สถานศึกษาที่ได้รับการปรับปรุง
2. ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้เรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ที่สถานศึกษาที่ได้รับการปรับปรุง
3. ผู้เรียน ร้อยละ 80 ได้เรียนรู้คำอธิบายรายวิชาที่สถานศึกษาที่ได้รับการปรับปรุง
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1. ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้เรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาที่สถานศึกษาที่ได้รับการปรับปรุง
2. ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้เรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ ที่สถานศึกษาที่ได้รับการปรับปรุง
3. ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้เรียนรู้คำอธิบายรายวิชาที่สถานศึกษาที่ได้รับการปรับปรุง
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 1.2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
1.2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ข้าพเจ้าดำเนินการจัดทำและพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชาธรรมชาติของสาระการเรียนรู้เหมาะสมกับผู้เรียนบริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้มีทักษะกระบวนการคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะที่สำคัญตามหลักสูตรโดยริเริ่มพัฒนาจัดทำโครงสร้างรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานและภาษาอังกฤษความเป็นเลิศชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนริเริ่มพัฒนาออกแบบหน่วยการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เพื่อนำไปใช้ในการการจัดการเรียนรู้ เป็นแบบอย่างทีดี และสามารถให้ คำปรึกษากับผู้อื่นในการออกแบบการจัดการเรียนรู้
ร้อยละของตัวชี้วัดตามข้อตกลง
1. ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้เรียนรู้ตามโครงสร้างรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษความเป็นเลิศที่สถานศึกษาได้พัฒนาและปรับปรุง
2. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ (K) ด้านทักษะกระบวนการ (P) และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ประจำหน่วยการเรียนรู้ สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1. ผู้เรียน ร้อยละ 80 ได้เรียนรู้ตามโครงสร้างรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษความเป็นเลิศที่สถานศึกษาได้พัฒนาและปรับปรุง
2. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ (K)สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ผู้เรียนร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษ (P) สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และผู้เรียนร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ประจำหน่วยการเรียนรู้ สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2/2566 ร้อยละ 80
- นักเรียนที่ได้ผลการเรียน 3 ขึ้นไปรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2/2566 ร้อยละ 80
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 1.3 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
1.3 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้าพเจ้ามีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ริเริ่มพัฒนา ออกแบบและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง KALASIN MOTTO ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ริเริ่มพัฒนา ออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ และนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาให้มีคุณภาพสูงขึ้น เป็นแบบอย่างทีดี เป็นพี่เลี้ยงและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ร้อยละของตัวชี้วัดตามข้อตกลง
1. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความรู้ประจำแผนการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจ
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความรู้ประจำแผนการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2/2566 ร้อยละ 80
นักเรียนที่ได้ผลการเรียน 3 ขึ้นไปรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2/2566 ร้อยละ 80
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
ข้าพเจ้าดำเนินการสร้างและพัฒนาโดยใช้ แบบเสริมทักษะการอ่าน เกม และ ใช้สื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ประกอบการอธิบายเนื้อหาในการจัดการเรียนรู้ สามารถแก้ไขปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน ริเริ่ม พัฒนา สื่อ การเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง KALASIN MOTTO เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ริเริ่ม พัฒนา รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ประเมินผลสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ครูสร้างขึ้น โดยหาประสิทธิภาพและหาคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ RITRA MODEL เป็นแบบอย่างทีดี และสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นในการสร้างและหรือพัฒนา สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
ร้อยละของตัวชี้วัดตามข้อตกลง
1. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีความรู้ประจำหน่วยการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจ
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความรู้ประจำหน่วยการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจ
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
ข้าพเจ้าดำเนินการสร้างและพัฒนาเครื่องมือเพื่อใช้ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้อย่างหลากหลาย และครอบคลุมทั้งด้านความรู้ (K) ด้านทักษะ (P) และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน แบบประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม และแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สอดคล้องกับสาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ ดำเนินการวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง เพื่อปรับปรุง พัฒนา ตัดสินผลการเรียนรู้ ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือวัดประเมินผล เรื่อง KALASIN MOTTO ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยสร้างแบบทดสอบและตรวจสอบความสอดคล้องของแบบทดสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ริเริ่ม พัฒนา ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือวัดผลและประเมินผล รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ เป็นแบบอย่างทีดี และสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นเรื่องการวัดผลและประเมินผลการจัดการเรียนรู้
ร้อยละของตัวชี้วัดตามข้อตกลง
1. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความรู้ประจำแผนการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจ
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความรู้ประจำแผนการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2/2566 ร้อยละ 80
นักเรียนที่ได้ผลการเรียน 3 ขึ้นไปรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2/2566 ร้อยละ 80
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 1.6การศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
1.6 การศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
ข้าพเจ้าได้ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ปัญหาที่เกิดจากการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้ระบบวิธีการวิจัย เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ส่งผลต่อคุณภาพ ผู้เรียน และนำผลการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์มาใช้แก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยจัดทำแบบวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามแผนการจัดการเรียนรู้เข้าร่วมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้เสริมสร้างทักษะและกระบวนการทางภาษาอังกฤษ วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาโดย ริเริ่ม พัฒนา นวัตกรรมใช้รูปแบบการสอน แบบ RITRA MODEL ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างทักษะและกระบวนการทางภาษาอังกฤษ เป็นแบบอย่างทีดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นในการศึกษาวิเคราะห์สังเคราะห์และหรือวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
ร้อยละของตัวชี้วัดตามข้อตกลง
1. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีความรู้ประจำหน่วยการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจ
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความรู้ประจำหน่วยการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจ
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
ข้าพเจ้าได้การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนข้าพเจ้าได้ริเริ่มคิดค้นและพัฒนาการจัดบรรยากาศที่ เหมาะสมสอดคล้องกับความแตกต่างผู้เรียนเป็นรายบุคคล สามารถแก้ไขปัญหาการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดกระบวนการคิด ทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และเป็นแบบอย่างที่ดีในการอบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียนโดยข้าพเจ้ามี การจัดตกแต่งห้องเรียนเพื่อให้ผู้เรียนส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการจัดสภาพแวดล้อมบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความปลอดภัยและมีความสุข จัดทำสื่อสารสนเทศต่างๆเพื่อสร้างบรรยากาศในการจัดการเรียนการสอนไม่น่าเบื่อเน้นเนื้อหาวิชาการมากจนเกินไป ให้ผู้เรียนได้ลงมือคิด ดำเนินกิจกรรม และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จัดทำรายงานผลการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ โดยใช้ห้องเรียนแบบผสมผสาน เพื่อใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ผู้เรียนและครูมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความปลอดภัยและมีความสุข ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดมีทักษะชีวิตและทักษะการทำงาน เป็นแบบอย่างที่ดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นในการจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน เป็นแบบอย่างทีดี และสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นในการศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และหรือวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหา หรือพัฒนา การเรียนรู้
ร้อยละของตัวชี้วัดตามข้อตกลง
1. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการจัดบรรยากาศการเรียนรู้
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1. ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการจัดบรรยากาศการเรียนรู้
ผลการประเมินตนเอง
(4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
✅(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 1.8 การอบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
1.8 การอบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
ข้าพเจ้าได้อบรมบ่มนิสัยให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค่านิยมที่ดีงามปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกำกับดูแลผู้เรียนเข้าร่วมโครงการอบรมคุณธรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมศีลธรรม จัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้เรียนเป็นแบบอย่างที่ดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นในการอบรมและพัฒนา คุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
ร้อยละของตัวชี้วัด
1.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ด้านที่ 2 การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ตัวชี้วัดที่ 2.1 การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
2.1 การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
ข้าพเจ้ามีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา ให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน อาทิเช่น ข้อมูลการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล การจัดทำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน งานธุรการในห้องเรียน แบบ ปพ.ทะเบียนแสดงผลการเรียน อื่นๆเป็นต้น จัดทำ แบบรายงานข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการเรียนการส่งงานและพฤติกรรมของผู้เรียน จัดตั้งกลุ่มไลน์ กลุ่มแชทในการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.1/2 , ม.1/4, ม.4/1 และ ม.4/2 เพื่อติดต่อประสานงานกับนักเรียน สร้างห้องเรียนออนไลน์ในการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษเป็นแบบอย่างที่ดี และสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นได้
ร้อยละของตัวชี้วัด
1.ผู้เรียน ร้อยละ 80 ได้รับการกำกับ ติดตาม จากครูผู้สอน
2.ผู้เรียน ผู้ปกครองร้อยละ 80 มีการประสานงานกับครูผู้สอน
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียน ร้อยละ 80 ได้รับการกำกับ ติดตาม จากครูผู้สอน
2.ผู้เรียน ผู้ปกครองร้อยละ 80 มีการประสานงานกับครูผู้สอน
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
ข้าพเจ้าดำเนินการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยรวบรวมข้อมูลจากแบบบันทึกข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลของผู้เรียน เพื่อแบ่งกลุ่มของผู้เรียน ประกอบด้วย กลุ่มไว้ใจ เป็นกลุ่มที่ส่งเสริม , กลุ่มห่วงใย และกลุ่มใกล้ชิด คือ ผู้เรียนที่ต้องกำกับ ดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด จัดทำ แบบวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลการเยี่ยมบ้าน การเรียน ครอบครัวและการดำรงชีวิตของผู้เรียน คัดกรองนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียน ความประพฤติและด้านอื่นๆ จัดกิจกรรมการแก้ปัญหา/ส่งเสริมผู้เรียน
ติดต่อประสานงานกับผู้ปกครองนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียน ความประพฤติ และด้านอื่นๆ เป็นแบบอย่างที่ดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นได้
ร้อยละของตัวชี้วัด
1.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์สูงกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
2.ผู้เรียน ร้อยละ 80 ได้รับการดูแลช่วยเหลือ/ส่งเสริมด้านการเรียน ความประพฤติ และด้านอื่นๆ
3.ผู้ปกครอง ร้อยละ 80 ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการเรียน ความประพฤติ และด้านอื่น ๆ
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียน ร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์สูงกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
2.ผู้เรียน ร้อยละ 80 ได้รับการดูแลช่วยเหลือ/ส่งเสริมด้านการเรียน ความประพฤติ และด้านอื่นๆ
3.ผู้ปกครอง ร้อยละ 80 ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการเรียน ความประพฤติ และด้านอื่น ๆ
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 2.3 การปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ ของสถานศึกษา
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
2.3 การปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ ของสถานศึกษา
ข้าพเจ้าได้ร่วมปฏิบัติงานทางวิชาการ และงานอื่นๆของสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาโดยมีการวิเคราะห์หลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยวิเคราะห์ตามตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นเจ้าหน้าที่หน้ากลุ่มบริหารงานบุคคลและงานอื่นๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบมายปฏิบัติหน้าที่ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 รายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาครูโรงเรียนเมืองสมเด็จปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเกี่ยวกับงานวิชาการของสถานศึกษาปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา งานอื่นๆ นอกเหนือจากงานวิชาการที่ได้รับมอบหมายเป็นแบบอย่างที่ดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นได้
ร้อยละของตัวชี้วัด
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้และสมรรถนะด้านการสื่อสาร
2.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะด้านการสื่อสาร
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้และสมรรถนะด้านการสื่อสาร
2.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะด้านการสื่อสาร
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองภาคีเครือข่ายและหรือ สถานประกอบการ
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองภาคีเครือข่ายและหรือ สถานประกอบการ
ข้าพเจ้าใช้หลักกัลยาณมิตร และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้เรียน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ทุกกลุ่มทุกเพศและทุกวัย จึงได้รับการยอมรับจากผู้บริหารโรงเรียน ผู้ร่วมงาน เด็กผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป โดยจัดตั้งกลุ่มไลน์ของผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.4/2 เพื่อติดต่อประสานงานแจ้งข้อมูลข่าวสารปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายในการประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและผู้ปกครอง ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายในการประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและกับหน่วยงานภายนอก
ร้อยละของตัวชี้วัด
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้คุณลักษณะอันพึงประสงค์สมรรถนะด้านการสื่อสาร
2.ผู้ปกครอง ร้อยละ 80 ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
3.หน่วยงานภายนอกร้อยละ 80 ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้คุณลักษณะอันพึงประสงค์สมรรถนะด้านการสื่อสาร
2.ผู้ปกครอง ร้อยละ 80 ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
3.หน่วยงานภายนอก ร้อยละ 80 ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ด้านที่ 3 การพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ตัวชี้วัดที่ 3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ข้าพเจ้ามีการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการศึกษา สมรรถนะวิชาชีพครูและความรอบรู้ในเนื้อหาวิชาและวิธีการสอน และนำผลการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียน โดยจัดทำแผนพัฒนาตนเอง
รายบุคคล (ID Plan) ปีการศึกษา 2566 เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนางานในหน้าที่ของครูผู้สอน และเพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ตลอดจนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเมืองสมเด็จ ให้มีประสิทธิภาพและเกิดคุณภาพสูงสุด เข้ารับการอบรมสัมมนาหรือศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร ตำราพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการศึกษา สมรรถนะวิชาชีพครู และความรอบรู้ในเนื้อหาวิชาและวิธีการสอน เป็นแบบอย่างที่ดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นได้
ร้อยละของตัวชี้วัด
1. ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้ (K) ทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษ (P) และผู้เรียนร้อยละ 80 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A)
2. ครูรายงานการไปอบรมสัมมนาร้อยละ 80 และนำความรู้ที่ได้มาจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ เทคนิค วิธีการที่เน้นการปฏิบัติมีความหลากหลาย ใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้ (K) ทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษ (P)
และผู้เรียนร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
2.ครูรายงานการไปอบรมสัมมนาร้อยละ 80 และนำความรู้ที่ได้มาจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบ เทคนิค วิธีการที่เน้นการปฏิบัติ
มีความหลากหลาย ใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ข้าพเจ้ามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมวิชาชีพทั้งภายในและนอกสถานศึกษา ทั้งในรูปแบบเครือข่ายทางวิชาการ หรือชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น แอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) หรือ เฟสบุ๊ค (Facebook) เป็นต้น จัดทำแบบบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ของครูและผู้อำนวยการโรงเรียนในกลุ่ม PLC นำผลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างหรือปรับเปลี่ยน สื่อการเรียนรู้และได้นวัตกรรม รูปแบบการสอนแบบ RITRA MODEL มาจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ให้มีคุณภาพสูงขึ้น เป็นแบบอย่างที่ดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นได้
ร้อยละของตัวชี้วัด
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้ (K) ทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษ (P) และผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A)
2.ครูรายงานการไปอบรมสัมมนาร้อยละ 80 และนำความรู้ที่ได้มาจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ เทคนิค วิธีการที่เน้นการปฏิบัติมีความหลากหลายใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีใน การจัดการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้ (K)ทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษ (P) และผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A)
2.ครูรายงานการไปอบรมสัมมนาร้อยละ 80 และนำความรู้ที่ได้มาจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ เทคนิค วิธีการที่เน้นการปฏิบัติ มีความหลากหลาย ใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ตัวชี้วัดที่ 3.3 นำความรู้ความสามารถทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
3.3 นำความรู้ความสามารถทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้
ข้าพเจ้าได้นำความรู้ความสามารถทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการจัดการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนและเพื่อเป็นการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังได้ศึกษาความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้ทันต่อเทคโนโลยีในปัจจุบันตลอดจนเพื่อเพิ่มพูนทักษะความสามารถด้านการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนำความรู้ความสามารถทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างหรือปรับเปลี่ยนสื่อการเรียนรู้โดยสร้างสื่อและได้นวัตกรรมรูปแบบการสอนแบบ RITRA MODEL มาจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพสูงขึ้นและเสริมสร้างทักษะและกระบวนการทางภาษาอังกฤษเป็นแบบอย่างที่ดีและสามารถให้คำปรึกษากับผู้อื่นได้
ร้อยละของตัวชี้วัด
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้ (K)ทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษ (P) และผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A)
2.ครูรายงานการไปอบรมสัมมนาร้อยละ 80 และนำความรู้ที่ได้มาจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบ เทคนิค วิธีการที่เน้นการปฏิบัติ มีความหลากหลาย ใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
ร้อยละของผลลัพธ์ผลการประเมินตนเอง
1.ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านความรู้ (K)ทักษะกระบวนการทางภาษาอังกฤษ (P) และผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A)
2.ครูรายงานการไปอบรมสัมมนาร้อยละ 80 และนำความรู้ที่ได้มาจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบ เทคนิค วิธีการที่เน้นการปฏิบัติ มีความหลากหลาย ใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
ผลการประเมินตนเอง
✅ (4) ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(3) ปฏิบัติได้ตามระดับฯที่คาดหวัง
(2) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวัง
(1) ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับฯที่คาดหวังมาก
ส่วนที่ 2 : การพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์ในการปฏิบัติงาน
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
๑. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้โดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยบุคคลเรียนรู้โดยการสร้างความรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ กัน อาศัยประสบการณ์เดิม โครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่ ความสนใจ และแรงจูงใจภายในเป็นพื้นฐาน คือรากฐานสำคัญของการสร้างความรู้ด้วยตนเอง หรือการใช้ความรู้เดิมที่ผู้เรียนมีอยู่ในการอ่านภาษาอังกฤษ เพราะต้องอาศัยความรู้ในการเรียนรู้คำศัพท์ ความหมาย แปลความในการฟังภาษาอังกฤษ ผสมผสานประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่เข้าไปสัมพันธ์กับความรู้หรือโครงสร้างทางปัญญา หรือสกีมา (Schemas) (ทิศนา แขมมณี. ๒๕๕๕ : ๙๑) ซึ่งสอดคล้องกับพื้นฐานการเรียนรู้ของเพียเจย์ (Piaget. ๑๙๗๒ : ๑-๑๒) ที่ได้กล่าวถึง การแบ่งขั้นพัฒนาการของเชาว์ปัญญาออกเป็น ๔ ขั้น ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยผู้ใหญ่แสดงให้เห็นถึงผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ให้แก่ตนเองให้เหมาะสมกับระดับพัฒนาการครูมีบทบาทในการจัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียน อีกทั้งผู้เรียนจะถูกกระตุ้นด้วยปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญา (Cognitive conflict) หรือเรียกว่า เกิดการเสียสมดุลย์ทางปัญญา(Disequilibrium)ผู้เรียนต้องพยายามปรับโครงสร้างทางปัญญา (Cognitive structuring) ให้เข้าสู่ภาวะสมดุล (Equilibrium) โดยวิธีการดูดซึม (Assimilation) ได้แก่ การรับข้อมูลใหม่จากสิ่งแวดล้อมเข้าไปไว้ในโครงสร้างทางปัญญา และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา (Accommodation) คือ การเชื่อมโยงโครงสร้างทางปัญญาเดิมหรือความรู้เดิมที่มีมาก่อนกับข้อมูลข่าวสารใหม่จนกระทั่งผู้เรียนสามารถปรับโครงสร้างทางปัญญาเข้าสู่สภาพสมดุลย์สามารถสร้างความรู้ใหม่ขึ้นมาหรือเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนั้นการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ หรือภาษาอังกฤษนั้น ครูผู้สอนควรจะจัดผู้เรียนเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันโดยการเรียนรู้เป็นกลุ่มแบบเพื่อนช่วยเพื่อนคอยแนะนำเมื่อผู้เรียนประสบปัญหา กระตุ้นให้ผู้เรียนปฏิบัติงานในกลุ่ม คิดพิจารณาประเด็นคำถาม และสนับสนุนด้วยการกระตุ้น แนะนำให้ผู้เรียนเผชิญปัญหาหรือสถานการณ์ด้วยตนเอง และเกิดความท้าทายในสิ่งที่กำลังเรียนรู้ ดังเช่น วีก็อทสกี้ (Vygotsky. ๑๙๗๘ : ๘๔-๙๑) เน้นความสำคัญของความแตกต่างระหว่างบุคคลและการให้ความช่วยเหลือผู้เรียน “Scaffolding” จากระดับพัฒนาการนำไปสู่ศักยภาพที่เหมาะสมสำหรับเชาว์ปัญญาของผู้เรียน หรือ “Zone of proximal development” โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษผู้เรียนจะต้องนำประสบการณ์ความรู้เดิมมาใช้เพื่อเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้เรื่องใหม่ ผ่านการใช้สถานการณ์ปัญหา ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิดและเชื่อมโยงความเข้าใจเน้นความสำคัญของเนื้อหาบริบทที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การความรู้ที่ใช้ในชีวิตประจำวันรวมทั้งสนับสนุนให้กลุ่มเพื่อนได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้
การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนเมืองสมเด็จ ตำบลลำห้วยหลัว อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในปัจจุบันยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จากการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เฉลี่ยเท่ากับ ๒.๙๒ (SAR โรงเรียนเมืองสมเด็จ. ๒๕๖๕ : ๖๕) เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง และพูดไม่ได้ รู้คำศัพท์น้อย ทำให้ฟังไม่ออก แปลไม่ได้ และพูดไม่ได้ รวมทั้งขาดทักษะ และเทคนิคในการอ่านจับใจความสำคัญของเนื้อหา ซึ่งการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ได้วิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และได้นำสิ่งที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งตรงตามหลักการของการยึดผู้เรียนเป็นสำคัญเหมาะที่จะใช้ในการสอน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “RITRA MODEL” มี ๗ องค์ประกอบ คือ ๑) แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน ๒) วัตถุประสงค์ ๓) ขั้นการสอน ๔) สาระความรู้ ๕) ระบบสังคม ๖) หลักการตอบสนอง และ ๗) สิ่งสนับสนุน โดยขั้นการสอน มี ๕ ขั้น ได้แก่ ๑) ขั้นตรวจสอบความเข้าใจในการอ่าน (Reading Comprehension : R) เป็นขั้นที่ครูผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับการเรียนด้วยแบบเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีวิจารณญาณ อธิบายจุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนรับแบบเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีวิจารณญาณ ทำแบบทดสอบก่อนเรียนและรับทราบคะแนนก่อนการเรียนรู้ ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนเพื่อดึงดูดความสนใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ ๒) ขั้นบูรณาการแนวคิดใหม่ (Integrating : I) เป็นขั้นที่ครูผู้สอนดำเนินการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้เนื้อหาใหม่ เกิดความเข้าใจจากการศึกษา เรียนรู้ด้วยตนเอง ครูคอยแนะนำและอธิบายเพิ่มเติม ๓) ขั้นการสอนการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ (Teaching : T) เป็นขั้นที่ผู้เรียนได้ฝึกอ่านอย่างมีวิจารณญาณจากแบบเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการกลุ่ม บันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า และทำแบบฝึกหัด ๔) ขั้นการทบทวน (Reviewing : R) เป็นขั้นที่ผู้เรียนได้ร่วมกันทบทวนและสรุปเนื้อหาเป็นองค์ความรู้ใหม่ มีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการกลุ่ม ผู้เรียนนำเสนอความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าหน้าชั้นเรียน ครูผู้สอนคอยให้คำแนะนำและอธิบายเพิ่มเติม ๕) ขั้นประเมินผล (Assessing : A) เป็นขั้นที่ผู้เรียนรับการประเมินผลการเรียนรู้โดยการทำแบบฝึกหัด และแบบทดสอบหลังเรียนเมื่อเรียนจบเนื้อหาแต่ละเรื่อง จากความสำคัญของการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ได้พิจารณาว่า RITRA MODEL ที่มีขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรมขั้นการสอน ๕ ขั้นตอน เป็นรูปแบบการสอนที่จะสามารถใช้พัฒนาความสามารถด้านการอ่าน การคิด และการเขียน โดยผ่านการเขียนสะท้อนความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเมื่อผู้เรียนได้รับการฝึกฝนการอ่านจนคล่องแคล่วและชำนาญแล้ว ผู้เรียนสามารถใช้ทักษะการอ่านกับการอ่านตำราเรียนวิชาอื่น ๆ ได้ หรือการอ่านสื่อในชีวิตประจำวันได้อย่างมีวิจารณญาณ และเป็นแนวทางในการพัฒนาการอ่านได้อย่างเป็นระบบสามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะการคิดรู้จักการคิดด้วยตนเองและพัฒนาทักษะการอ่านให้สูงขึ้นและทำให้ผู้เรียนเกิดความใฝ่รู้ใฝ่เรียนมากขึ้น เพราะหากผู้เรียนมีความความใฝ่รู้ใฝ่เรียนย่อมส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษต่อไป
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
๒. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
๑. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
๒. เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๗๕/๗๕
๓. เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
๔. เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ ด้วยการนำแบบแผนการวิจัยและพัฒนา และการออกแบบการสอนเชิงระบบมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการวิจัยทั้งกระบวนการ ประกอบด้วย ๔ ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ ๑ การวิจัย (Research : R๑) การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A) การศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน ศึกษา วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนา โดยการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การวิจัยและพัฒนา ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เมื่อได้ข้อมูลจากการวิเคราะห์เบื้องต้น ทำให้ได้แนวทางในการสังเคราะห์รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ในขั้นต่อไป
ขั้นตอนที่ ๒ การพัฒนา (Development : D๑) การออกแบบและพัฒนา (Design and Development : D and D) การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอน ได้แก่ ระบุเป้าหมายและผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ที่ชัดเจนร่างรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ศึกษาและกำหนดเงื่อนไข และความพร้อมของนักเรียนขณะเรียนและหลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินความสอดคล้องของรูปแบบการเรียนการสอนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจ ตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนการสอนและเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองโดยหาประสิทธิภาพแบบกลุ่มใหญ่กับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนเมืองสมเด็จ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน ๓๐ คน แล้วปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
ขั้นตอนที่ ๓ การวิจัย (Research : R๒) การนำไปใช้ (Implementation : I) เป็นขั้นตอนของการนำรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ไปทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนเมืองสมเด็จ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ จำนวน ๓๐ คน เริ่มจากการทดสอบก่อนเรียน (Pretest) แล้วดำเนินการทดลองสอนโดยใช้กระบวนการเรียนการสอนที่กำหนดไว้ หลังจากนั้นทดสอบหลังเรียน (Posttest)
ขั้นตอนที่ ๔ การพัฒนา (Development : D๒) การประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบ (Evaluation : E) เป็นการประเมินและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ได้วิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และได้นำสิ่งที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งตรงตามหลักการของการยึดผู้เรียนเป็นสำคัญเหมาะที่จะใช้ในการสอน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “RITRA MODEL” มี ๗ องค์ประกอบ คือ ๑) แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน ๒) วัตถุประสงค์ ๓) ขั้นการสอน ๔) สาระความรู้ ๕) ระบบสังคม ๖) หลักการตอบสนอง และ ๗) สิ่งสนับสนุน โดยขั้นการสอน มี ๕ ขั้น ได้แก่
๑) ขั้นตรวจสอบความเข้าใจในการอ่าน (Reading Comprehension : R) เป็นขั้นที่ครูผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับการเรียนด้วยแบบเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีวิจารณญาณ อธิบายจุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนรับแบบเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีวิจารณญาณ ทำแบบทดสอบก่อนเรียนและรับทราบคะแนนก่อนการเรียนรู้ ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนเพื่อดึงดูดความสนใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ
๒) ขั้นบูรณาการแนวคิดใหม่ (Integrating : I) เป็นขั้นที่ครูผู้สอนดำเนินการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้เนื้อหาใหม่ เกิดความเข้าใจจากการศึกษา เรียนรู้ด้วยตนเอง ครูคอยแนะนำและอธิบายเพิ่มเติม
๓) ขั้นการสอนการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ (Teaching : T) เป็นขั้นที่ผู้เรียนได้ฝึกอ่านอย่างมีวิจารณญาณจากแบบเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการกลุ่ม บันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า และทำแบบฝึกหัด
๔) ขั้นการทบทวน (Reviewing : R) เป็นขั้นที่ผู้เรียนได้ร่วมกันทบทวนและสรุปเนื้อหาเป็นองค์ความรู้ใหม่ มีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการกลุ่ม ผู้เรียนนำเสนอความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าหน้าชั้นเรียน ครูผู้สอนคอยให้คำแนะนำและอธิบายเพิ่มเติม
๕) ขั้นประเมินผล (Assessing : A) เป็นขั้นที่ผู้เรียนรับการประเมินผลการเรียนรู้โดยการทำแบบฝึกหัด และแบบทดสอบหลังเรียนเมื่อเรียนจบเนื้อหาแต่ละเรื่อง
รายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
๓. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
๓.๑ เชิงปริมาณ
๓.๑.๑ ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ มีความต้องการในการเรียนรู้ตามรูปแบบ RITRA MODEL
๓.๑.๒ ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
๓.๑.๓ ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ มีทักษะภาษาอังกฤษสูงขึ้น
๓.๑.๔ ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ด้วยรูปแบบ RITRA MODEL
๓.๒ เชิงคุณภาพ
๑. ผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
๒. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๗๕/๗๕
๓. ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
๔. ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง KALASIN MOTTO สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
ด้านที่ 1 การจัดการเรียนรู้ด้านที่ 1
1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร1.2 ออกแบบการจัดการเรียนรู้1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้1.6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน