ในตอนกำเนิดนั้น เชื่อว่าพระเจ้ามอบหมายให้ชายหญิงคู่หนึ่งกำเนิดขึ้นมาบนโลก คนหนึ่งถือพลังในการสรรค์สร้างสรรพสิ่งมีนามว่า ผู้สร้างสรรค์ อีกคน ถือพลังในการพิทักษ์รักษาเยียวยาสรรพสิ่ง มีนามว่า ผู้รักษา ทั้งสองช่วยกันให้กำเนิดนมนุษย์และโลกขึ้นมาด้วยความรักที่มีให้แก่กัน
กระทั่งเหล่ามนุษย์พยายามสร้างรูปเคารพของทั้งสองคน ความชั่วร้ายของมนุษย์กลับกลายทำให้รูปเคารพนั้นมีชีวิตขึ้น รูปเคารพนั้นบ่อนทำลายโลกใบนี้จนสรรพชีวิตสิ้นสูญ ผู้สร้างสรรค์ไม่สามารถต่อกรกับรูปเคารพนั่นได้เขาตายและสูญเสียอำนาจในการให้กำเนิดชีวิตไปเพื่อพยายามหยุดยั้งเหตุการณ์นั้น พร้อมๆกับผู้รักษาที่ผนึกรูปเคารพนั่นเอาไว้ได้สำเร็จ โลกจึงกลับสู่ความสงบสุขตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
จากการต่อสู้ครั้งนั้น การล้างผลาญโลกได้รับการจารึกไว้ในฐานะ [หายนะครั้งแรก] รูปเคารพที่ อาละวาดไปทั่วได้รับขนานนามว่าเป็น [ผู้ทำลาย] และ ว่ากันว่าวันหนึ่งเขาจะลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งเพื่อหวนคืนมาทำสิ่งที่ค้างคาไว้ให้สมบูรณ์ เรื่องทั้งหมดนี้ มีบันทึกเอาไว้ในแหล่งความรู้ของโลกใบต่างๆของจักรวาลในรูปแบบเดียวกัน
มีเรื่องเล่าต่อจากการกำเนิดโลกว่า ผู้สร้างสรรค์ที่ตายในหายนะครั้งแรกนั้นยังวนเวียนอยู่ที่ไหนสักแห่งปะปนไปกับมนุษย์บนโลกใบนี้ ว่ากันว่าเขาเป็นปีศาจที่กินเด็กผู้ชายเป็นอาหารบ้าง สวยงามเหมือนนางฟ้ามีจิตใจดั่งเทวดาบ้าง เป็นเครื่องจักรสังหารที่ฆ่าคนไม่เลือกและน่าหวาดผวาบ้าง
ทุกตำนานจะจารึกและเล่าว่าผู้สร้างสรรค์นั้นจะเป็นผู้ที่มีพลังในการสร้างอะไรก็ได้ตามใจและเป็น [ความหวัง] ของผู้ที่จมอยู่กับความมืดยามโลกเกิดภัยพิบัติ แม้จะเป็นปีศาจ แต่ล้วนมีจิตใจดีงาม และหากภาวนาถึงเขาในยามเดือดร้อน เขาจะปรากฏและ ช่วยเหลือ แก่ผู้ทุกข์ทรมานนั่นให้หลุดพ้น โดยผู้ที่เป็นผู้สร้างสรรค์นั้นจะมีนัยตาแปลกกว่าคนทั่วไปเป็นนัยตาที่ผู้คุ้มกฏเท่านั้นจะครอบครองได้ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เมื่อยามสิ้นหวังมักจะอธิษฐานและเรียกหาเขา เพื่อขอให้เขาปรากฏตัวขึ้นและดลบันดาลให้เกิดปฏิหาริย์
ส่วนผู้รักษานั้นหลังจากสูญเสียผู้สร้างไปในเหตุการณ์ [หายนะครั้งแรก] ก็ออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง ว่ากันว่าไม่ใช่สถานที่ๆมนุษย์จะอาศัยอยู่ได้ และไม่ใช่นรกหรือสวรรค์ ผู้คนเชื่อว่าเขายังร่อนเร่อยู่เพื่อตามหาผู้สร้างสรรค์ และรอคอยที่จะได้ยืนอยู่เคียงกันอีกครั้ง ระหว่างนั้นก็คอยค้ำจุนโลกใบนี้ที่ค่อยๆพังทะลายลงตามกาลเวลาด้วย
คนส่วนใหญ่จะเชื่อกันว่าเขาเป็นผู้ที่คอยดลบันดาลให้สรรพสิ่งที่กำลังเจ็บป่วยรอดพ้นจากความตาย ผู้คนจึงมักภาวนาถึงเขาขอให้คุ้มครองตนเองจากความเจ็บป่วย โรคร้าย หรือ ขอให้คุ้มครองให้ปลอดภัยเวลาเดินทาง
อย่างไรก็ดีในโลกทุกใบแม้จะมีการเคารพบูชานับถือพวกเขาเสมือนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ทุกคนทราบกันดี ผู้คุ้มกฏ [ไม่ใช่เทพ] แต่เป็นผู้ที่คอยดูแลรักษาปกป้องสมดุลของโลกทุกใบครับ ให้อารมณ์แบบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือมากกว่าเทพยาดา
สำหรับผู้ใช้เวทย์มนตร์การเดินทางข้ามโลกเป็นเรื่องทั่วไปเนื่องจากสามารถเปิดประตูไปได้ด้วยตนเอง แต่ไม่ใช่กับเผ่าพันธ์อื่นๆ
มีความเชื่อในหมู่ผู้ใช้ไสยเวทย์ และ นักเล่นแร่ฯ ว่าหากมีผู้ใดสามารถเปิดประตูเพื่อข้ามสะพานได้แล้วนั้น จะเป็นผู้ได้รับโอกาสครั้งใหม่และปัญญาที่เหนือกว่าผู้อื่น เพราะบริเวณสะพานข้ามนั้นมีห้องสมุดที่เป็นสูญรวมสรรพความรู้ของโลกทุกใบอยู่นั่นเอง
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าหากข้ามไปได้แล้วอาจได้รับพลังพิเศษหรือเวทย์มนตร์ด้วย เพราะจากตำนานการสร้างโลก มีบางกลุ่มเชื่อว่าในตอนที่เกิดหายนะครั้งแรกนั้น โลกใบเดิมได้ล่มสลายไปทำให้มนุษย์ต้องอพยพไปโลกใบใหม่และได้ใช้อำนาจบางอย่างที่เคยมี จ่ายเป็นค่าผ่านทางไปนั่นเอง
เพื่อให้ได้รับสิ่งที่เสียไปกลับคืนมาจากอดีตกาล ทำให้เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุและผู้ใช้ไสยเวทย์ต่างก็แสวงหาการเปิดประตูอย่างบ้าคลั่งในยุคสมัยหนึ่ง แต่ภายหลังเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปและการใช้ไสยเวย์ทำให้มนุษย์ล้มตายจำนานมาก จึงมีการสร้างกฏห้ามขึ้น