วิญญาณในจักรวาลนี้ จะมีส่วนประกอบสามส่วน คือ เค้าไอ เปลือก และ แกน รวมกันแล้วจะมีลักษณะและสีเฉพาะตัวและไม่ว่าจะเกิดใหม่กี่ครั้งวิญญาณจะเป็นลักษณะเดิมเสมอ ยิ่งเป็นคนดีมากสีของวิญญาณก็จะสว่างและบริสุทธิ์มาก
เค้าไอ คือ ส่วนที่ปกคลุมเปลือกอยู่มีลักษณะเป็นควันฟุ้งๆ เคลื่อนไหวได้ หากใครมีเค้าไอหนาแน่นอาจทำให้มองเห็นพวกวิญญาณหรือสิ่งเหนือวิญญาณได้ เค้าไอจะส่งกลิ่นเฉพาะตัวออกมาเมื่อคนๆนั้น ป่วย บาดเจ็บ หรือมีอารมณ์รุนแรง เช่น มีความสุขมาก โกรธมาก ฯลฯ บางเผ่าพันธ์ุที่กินวิญญาณเป็นอาหารสามารถ ได้กลิ่นได้
เค้าไอเป็นอาหารของปีศาจบางประเภทเมื่อถูกสูบไปแล้วจะสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ แต่หากได้รับการสูบเค้าไอไปบ่อยๆ วิญญาณจะค่อยๆ สึกหรอและแตกร้าวไปทีละน้อยทำให้อายุขัยสั้นลงได้ นอกจากนี้ผู้ที่ถูกสูบเค้าไอไปจะรู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนผ่านการออกกำลังกายอย่างหนักมา และ ต้องพักผ่อนด้วยหลับไประยะเวลายาวนานกว่าปกติ แต่ไม่มีผลข้างเคียงอื่นๆ
เปลือก คือส่วนที่อยู่ถัดจากเค้าไอ มีลักษณะเป็นลูกแก้วบางโปร่งใสเจือสีทรงกลมห่อหุ้มแกนอยู่ ส่วนแกน คือ ผลึกวิญญาณ หากแกนแตก วิญญาณดวงนั้นจะดับสูญไปและไม่สามารถซ่อมแซมหรือรักษาได้ ผู้ที่แกนวิญญาณแตกไปจะถือว่าดับสูญอย่างไม่มีวันหวนกลับ แกนวิญญาณนี้จะถูกทำลายได้ด้วยพลังของปีศาจ การฟันแบบพิเศษของยมทูตและการโจมตีพิเศษของเวทย์มนตร์บางประเภทเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม การจะทำลายแกนนั้นจะต้องทำให้วิญญาณกับร่างกายแยกกันเสียก่อน กล่าวคือจะต้องฆ่าร่างกายก่อนแล้วจากนั้นจึงทำลายวิญญาณได้
เปลือก เค้าไอ และ แกน มักจะไม่ใช่สีเดียวกัน แต่อาจมีสีอยู่ในโทนใกล้เคียงกัน กลุ่มเดียวกันเสียส่วนใหญ่เช่น เค้าไอสีบานเย็น เปลือกสีโอรส และแกนสีขาว เป็นต้น แกนจะสัมพันธ์กับพื้นฐานเดิมของนิสัยคนๆนั้น และอาจเปลี่ยนสีได้หากได้รับกนะทำบางอย่างทางวิญญาณซึ่งมีแต่กลุ่มที่เป็นปีศาจ ยมทูต หรือ เหล่าคนที่มีพลังวิญญาณเท่านั้นที่จะยุ่งเกี่ยวกับวิญญาณได้
เปลือก เค้าไอ และ แกนวิญญาณ จะมีสีสอดคล้องอุปนิสัย บุคลิก และ พื้นฐานของจิตใจตัวละคร ความแข็งจะแปรกับค่าความเข้มแข็งของจิตใจ ส่วนสี จะแปรตามจริยธรรมและคุณสมบัติเด่นของตัวบุคคล ส่วนสีของไอวิญญาณจะสะท้อนกับลักษณะภายนอก ส่วนแกนจะสะท้อนกับธาตุแท้ของตัวละครนะครับ เช่นเป็นคนดี อาจจะใช้สีขาว อบอุ่นอาจใช้สีส้ม ฯลฯ
โรคและสถานะผิดปกติของวิญญาณ
โรคทางวิญญาณ คือสิ่งที่ทำให้วิญญาณป่วยและต้องได้รับการรักษา สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น สมดุลพลังเวทย์ไม่สเถียร, สมดุลพลังเวทย์เสียหาย, รอยดำบนเปลือกจากคำสาป , อาการบาดเจ็บเป็นแผล , ผิววิญญาณถลอก , เปลือกร้าวจากการขาดแคลนไอวิญญาณ ฯลฯ หากเทียบกับมนุษย์ เหมือนอาการป่วยทั่วไป ครับ เช่นเป็นหวัด พักผ่อน กินยา รับการรักษาหาย
แน่นอนว่าหากวิญญาณป่วยจะกระทบร่างกายด้วย แต่ถ้าร่างกายป่วย(ยกเว้นอายุขัยที่มากขึ้น) จะไม่ค่อยกระทบกับวิญญาณ เว้นเสียแต่บางกรณี เช่น ได้รับคำสาปท้องเสีย ร่างกายจะท้องเสีย และหากตรวจดูวิญญาณ จะมีร่องรอยคำสาปปรากฏขึ้นครับ
ความผิดปกติของวิญญาณ อาจไม่ก่อให้เกิดโรคก็ได้ เป็นอาการหรือภาวะที่ส่งผลให้วิญญาณไม่ได้อยู่ในสถานะปกติ เช่น ไอวิญญาณมากเกินไป ไอวิญญาณหนาแน่นมากเกินไป เปลือกใหญ่เกินไป รอยสลักเวทย์ขาด เปลือกเปราะบางและเสียหายง่าย ความผิดปกติทางวิญญาณ จะไม่สามารถแก้ไขให้เป็นปกติได้ แต่ทำให้ทุเลาและดีขึ้นได้ครับ หากเทียบกับมนุษย์ จะเหมือนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ คนพิการ ประมานนั้นครับ แน่นอนว่าความผิดปกติของวิญญาณอาจเกิดขึ้นแต่กำเนิด หรือภายหลังเหตุการณ์บางอย่างก็ได้ครับ แต่การเกิดขึ้นภายหลัง มักเกิดขึ้นได้ยากกว่าเนื่องจากสิ่งที่จะส่งผลต่อวิญญาณมีจำกัดครับ
กล่าวโดยสรุปคือ ความผิดปกติ แก้ไม่ได้ โรค รักษาได้ครับ
การเกิดขึ้นและดับสูญของวิญญาณ
วิญญาณในจักรวาลเกิดขึ้นได้ 2 แบบหลักๆ คือ เกิดด้วยวิธีการให้กำเนิดตามธรรมชาติตามกระบวนการการเกิดขึ้นของสรรพชีวิต และ เกิดขึ้นจากความเชื่อในตัวตนหรือสิ่งมีชีวิตนั้นๆ วิธีแรกคือการกำเนิดชีวิตในครรภ์โดยทั่วไป ส่วนวิธีที่ 2 จะต้องใช้ความเชื่ออย่างแรงกล้าจำนวนมหาศาลและใช้ผู้ศรัทธาจำนวนมากในการก่อเกิดให้เกิดชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา โดยความเชื่ออย่างแรงกล้านี้จะเป็นความเชื่อว่าสิ่งที่ปราถนาจะให้มีชีวิต มีชีวิตขึ้นมานั่นเอง ทำให้กระบวนการนี้ไม่ต่างจากการสร้างบางอย่างที่ไร้ชีวิตขึ้นมา และเชื่อว่าสิ่งที่สร้างนั้นมีลมหายใจ แน่นอนว่าจะต้องทำให้คนจำนวนมากเชื่อเช่นเดียวกันด้วยจึงจะก่อเกิดวิญญาณในแบบที่ 2 นี้ได้
วิญญาณประเภทที่ 2 นี้ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่รับประกันว่าจะเป็นวิญญาณของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิต แต่จะก่อเกิดให้มีจำนวนวิญญาณเพิ่มขึ้นในสังสารวัฎได้ วิธีที่ 2 นี้ ไม่ต่างจากการเชื่อว่ามีแล้วมีขึ้นเลยครับ ในจักรวาลกระบวนการนี้เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง และส่วนใหญ่แล้วการเกิดขึ้นของวิญญาณประเภทที่ 2 นี้มักจะเกิดมาพร้อมเจตจำนงของความเชื่อเหล่านั้นที่ผสมอยู่ในความเชื่อว่าสิ่งที่ต้องการให้มีชีวิตนั้นมีชีวิต เช่น ความแค้น ความโกรธ ความเหงา หรือความรักเป็นต้น
ผู้ทำลายเองก็เป็นวิญญาณที่เกิดขึ้นจากกระบวนการที่ 2 นี้ผสมกับความแค้นความเศร้า และคำสาปแช่งนั่นเองครับ
ส่วนการดับสูญของวิญญาณ โดยปกติแล้ววิญญาณแต่ละดวงจะเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฎและดับสูญไปเมื่อได้รับการพิพากษา หมดอายุขัย หรือแตกสลายไปด้วยเหตุผลต่างๆ ทั้งนี้กระบวนการดับสูญเกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดในนรกช่วงเวลาในการพิพากษาวิญญาณ รองลงมาคือ การรักษาวิญญาณในปรภพ และโลกมนุษย์จากการเดินทางไปโลกหลังความตายไม่ทันหรือเกิดเหตุการณ์บางอย่างกับวิญญาณดวงนั้นก่อนได้รับการพาไปยังปรภพ เช่น ใช้ไสยเวทย์มากเกินไป หรือถูกปีศาจเกิน ครับ
อายุขัยของวิญญาณ
วิญญาณที่ตกค้างอยู่บนโลกมนุษย์ มี [อายุขัย] ของการคงอยู่หากไม่ได้การเก็บเกี่ยว โดยจะอยู่ได้ในระยะเวลาหนึ่งก่อนหมดอายุและเมื่อหมดอายุจะก่อให้เกิดเรื่องผิดปกติกับพื้นที่ได้ เพราะวิญญาณนั้น [เน่าเสีย]
เมื่อวิญญาณสิ้นกายหยาบ จะมีรูปร่างเป็นวิญญาณรูปคนเหมือนตอนมีชีวิตอยู่ก่อน เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งก็จะค่อยๆ เสียรูปร่างไปตามช่วงเวลาจนในที่สุดเปลี่ยนเป็นวิญญาณทรงกลมและไม่มีรูปร่างของมนุษย์อีกต่อไป ก่อนจะค่อยๆ [เน่าเสีย] และก่อให้เกิดความผิดปกติของพื้นที่ในที่สุด โดยระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับอายุขัยของวิญญาณแต่ละดวงเองไม่ได้มีระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านที่แน่นอน
หากวิญญาณหมดอายุ จะก่อให้เกิดความผิดปกติของพื้นที่ และความผิดปกตินี้สามารถเกิดได้ตั้งแต่มิติบิดเบี้ยว ย้อนอดีต ของเคลื่อนไหวได้ สลับด้าน หรือเหตุการณ์ประหลาดที่ทำให้คนหายก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความทรงพลังและความแข็งแกร่งของวิญญาณ หากเป็นวิญญาณฯของผู้มีพลังอาจก่อให้เกิดหายนะขนาดย่อมๆได้เลย ดังนั้นเหล่ายมทูตจึงมักจะทำงานหนักเพื่อเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณตกหล่นจากรายชื่อคนตายประจำวันก่อนมันจะหมดอายุครับ
ปกติแล้ว อายุขัยที่แท้จริงของมนุษย์ผู้นั้นจะแบ่งเป็น อายุขัยของกายหยาบหรือภาชนะ กับอายุขัยของวิญญาณ
อายุขัยของร่างกายหยาบหรืออายุขัยของกายเนื้อ จะเป็นอายุของร่างกายหรือภาชนะที่วิญญาณใช้สถิตย์ มีการเกิด เติบโต แก่ เจ็บ และตาย ตามอายุขัยทั่วไปของมนุษย์ หรือบางครั้งถ้าถูกพาวิญญาณไปอยู๋ในวัตถุสำหรับสิง อายุขัยของวัตถุที่ถูกสิงจะถูกเรียกว่าอายุของกายหยาบทันที แน่นอนว่า หากตายแล้วหาที่สิงได้ การเน่าเสียของวิญญาณจะหยุดลงชั่วคราวด้วยนะครับ
อายุขัยของวิญญาณ คืออายุขัยที่แท้จริงที่จะสามารถอยู่บนโลกใดๆก่อนต้องเดินทางไปปรภพโดยจะไม่มีผู้ใดทราบว่าแท้จริงแล้ววิญญาณแต่ละดวงนั้นมีอายุขัยเท่าใด แม้แต่ยมทูตก็ไม่สามารถทราบอายุขัยของวิญญาณได้ มีเพียง [ผู้พิพากษา] ที่อยู่สุดปลายทางของการเวียนว่ายเท่านั้นที่ทราบ แต่ตามวัฏจักรแล้ว วันสุดท้ายของวิญญาณดวงนั้นจะเป็นวันที่ถูกตัดสินให้เกิดใหม่พอดีในสุดปลายทางของการเวียนว่ายตามธรรมชาติครับ
ทั้งนี้การเน่าเสียของวิญญาณไม่ก่อให้วิญญาณดวงนั้นดับสูญครับ
ภายในลอสเวิร์ลเคยตรวจสอบพบว่ามีวิญญาณคนตายตกค้างอยู่ในเซิฟเวอร์ของทาวเวอร์ทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของสถานที่ เส้นทาง และไวรัสได้เช่นกันครับ
ในจักรวาลนี้มีความเชื่อเรื่องเรื่องการกลับชาติมาเกิด เมื่อคนตายแล้วจะกลายเป็นวิญญาณชั่วขณะหนึ่ง โดยมีเวลา 7 วันก่อนยมทูตจะมาพาตัวไปยังยมโลก ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติการเป็นยมทูตก่อนได้รับการนำทางเพื่อไปรับการพิพากษาในนรก เมื่อถูกพิพากษาแล้ว ท้ายที่สุดจะได้รับการพาไปเกิดใหม่ แต่ก็มีบ้างที่วิญญาณตกหล่นอยู่บนโลกมนุษย์ด้วยสาเหตุบางประการ
ระหว่างที่ยังอยู่บนโลกมนุษย์ วิญญาณจะปรากฏให้คนบางคนเห็นได้ และ อาจสร้างปรากฏการณ์เรียกร้องความสนใจอย่างพวกโพสเตอร์ไกด์ แต่การจะสื่อสารกับคนเป็นนั้นค่อนข้างยาก อาจจะต้องให้คนที่มองเห็นพวกคุณหรือยมทูตช่วยถ้าเขาไม่ฟันคุณด้วยเคียวก่อนนะ
บางครั้งในระยะเวลา 7 วันนั้น วิญญาณสามารถหาที่สิงอยู่เป็นภาชนะแทนร่างกายหรือหลบหนียมทูตได้ ก็อาจจะไม่ได้ไปยมโลก สำหรับวิญญาณที่หลบหนีได้แต่หาที่สิงไม่ได้นั้น วิญญาณจะค่อยๆผุพังหากปล่อยไว้อาจจะแตกดับไปตลอดกาล
เมื่อวิญญาณไปสู่ยมโลกและนรก จะได้รับการชำระล้างและส่งไปเกิดใหม่ โดยผู้ที่เกิดใหม่นั้นจะไม่สามารถรฤกหรือจดจำเรื่องราวในอดีตชาติได้นะครับ