เนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นในทามไลน์ต่างๆ ของจักรวาล โดยสรุป ในหัวข้อนี้จะเป็นข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นนะครับ สามารถใช้เป็นข้อมูลในการสร้างตัวละครได้ หรือ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงในสตอรี่ว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรนะครับ
สำหรับผู้เล่นเวอร์ชั่น คอมมูนิตี้ สามารถศึกษาเพื่อประกอบการเล่นได้ตามสะดวกนะครับ ในภาพจะเป็นเหตุการณ์สำคัญโดยสรุป ส่วนด้านล่างจะเป็นรายละเอียดเฉพาะรูทที่นำมาทำคอมมูครับ
ส่วนผู้เล่นเวอร์ชั่นแท็ก จะอ่านหัวข้อนี้หรือไม่ก็ได้ครับ เนื่องจากมีอิสระในการสร้างสตอรี่เต็มที่ครับ สำหรับผู้เล่นทั่วไป อ่านเฉพาะภาพได้ครับ
ครั้งในอดีตกาลนานมาแล้วเชื่อว่ามีเด็กคู่หนึ่งกำเนิดขึ้นบนโลกที่เต็มไปด้วยทรายและความแห้งแล้ง คนหนึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ คนหนึ่งเป็นผู้รักษา ทั้งสองคนช่วยกันแต่งเติมโลกให้มีสีสรรค์ตามสิ่งที่ใครบางคนบัญชามา เราเชื่อกันว่า ผู้มอบหมายนั่น คือ พระเจ้านั่นเอง
เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจพวกเขาก็ช่วยเหลือกันทุกอย่างกระทั่งเมื่อเติบใหญ่ ทว่าผู้สร้างสรรค์กลับล้มป่วยด้วยโรคที่ผู้รักษาไม่สามารถรักษาให้ได้ ผู้รักษาจึงคิดว่าตัวเองมีความรู้ไม่เพียงพอที่จะรักษาผู้สร้างให้กลับมาดังเดิม
เขาจึงขอให้ผู้สร้างสรรค์สร้างหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งที่ใช้จดบันทึกเรื่องราวความทรงจำของโลกใบนี้ที่พวกเขาช่วยกันรังสรรค์ขึ้นมาและเรื่องราวของทั้งสองคนเอาไว้ตลอดไปให้ผู้สร้างได้อ่านมันคลายเหงายามที่ผู้รักษาไม่อยู่ แล้วออกเดินทางเพื่อค้นหาวิธีการรักษาผู้สร้างสรรค์
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไรผู้รักษาก็ไม่เคยกลับมา ผู้สร้างสรรค์ที่ป่วยหนักขึ้นทุกวันจึงเปลี่ยนให้หนังสือที่บันทึกเรื่องราวของโลกใบนี้สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้เพื่อช่วยเหลือร่างกายที่เริ่มเคลื่อนไหวลำบากและรอคอยการกลับมาของผู้รักษาเสมอหากเขาสาปสูญไปก่อนจะได้มีคนถ่ายทอดความคิดและคำพูดของเขาให้กับผู้รักษาฟัง
ส่วนฝ่ายผู้รักษาระหว่างเดินทาง เขาเจอกุญแจอันหนึ่งที่สามารถเปิดทางกระโดดข้ามกาลเวลาและมิติไปสู่โลกใบอื่นเรื่อยๆ เขาเพลิดเพลินเสียจนลืมระแวดระวังตัว ทำกุญแจหล่นหายและติดอยู่ในช่องว่างระหว่างสะพานแห่งกาลเวลาที่เชื่อมระหว่างโลกแต่ละใบเข้าด้วยกัน
ผู้สร้างสรรค์ที่ใกล้ตายยังคงทำหน้าที่ต่อไป เขาสร้างมนุษย์ขึ้นมาบนโลก คอยเล่าขานตำนานและเรื่องราวที่ผ่านมากับผู้รักษาให้เหล่ามนุษย์ฟังคลายความเหงาของตัวเอง โดยไม่รู้ว่าแท้จริงนั้นเหล่ามวลมนุษย์ต่างมีทั้งดีและไม่ดี มีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็เขาก็เข้าช่วยเหลือ
เหล่ามวลมนุษย์กราบไหวบูชาราวกับพวกเขาราวกับเป็นเทพเจ้า วันหนึ่งมนุษย์ก็เริ่มสร้างตุ๊กตาตัวแทนของทั้งคู่ขึ้นมาแต่ทว่าเมื่อสร้างเสร็จได้ตัวหนึ่ง ความชั่วร้ายของมนุษย์กลับทำให้ตุ๊กตาตัวนั้นมีชีวิตขึ้นมา มันล้างผลาญโลกอันสวยงามและสรรพชีวิตไปจนเหลือมนุษย์เพียงหยิบมือ
ผู้สร้างที่ใกล้หมดลมหายใจจึงต้องลงมาปราบ ด้วยความที่ไม่สามารถจะต่อกรได้ไหว ผู้สร้างที่อยู่เพียงลำพังจึงเลือกที่จะจ่าย [สิทธิ์ในการให้กำเนิดสรรพชีวิต] ในการเรียก อัครมหาจอมเวทย์ทั้ง 4 ของผู้รักษา 2 คน ทหารที่เขาเคยสร้างและมอบให้เป็นกำลังของผู้คุ้มกฏคนข้างกายเอาไว้เพื่อให้มาช่วยปราบปรามผู้ทำลาย แต่ท้ายสุดแล้ว ด้วยพลังของการทำลายล้างที่เป็นขั้วตรงข้ามนั้นทำให้ [โลกเข้าสู่จุดจบ]
ในตอนนั้นเองที่ช่องว่างของมิติและเวลาเชื่อมเข้าหากันครู่หนึ่งทำให้ผู้รักษาสามารถกลับมาหาผู้สร้างได้ แม้จะไม่สามารถช่วยเหลือผู้สร้างที่สิ้นชีวิตไปแล้วได้ แต่เขาก็ใช้พลังทั้งหมด [ผนึกผู้ทำลาย] เอาไว้บริเวณหนึ่งที่สะพานแห่งกาลเวลา โดยใช้ครอบแก้วแห่งความร่มเย็น สันฐานแห่งความเงียบงัน และ โซ่ตรวนของผู้รักษาที่เป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวพันธนาการผู้ทำลายเอาไว้ รวมถึงจ่าย ความสามารถในการฟื้นคืนชีวิตไปด้วย เรื่องนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น [หายนะครั้งแรก] ของโลก
หลังจากเหตุการณ์นั้น...เหล่ามนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่จึงค่อยๆรื้อฟื้นโลกและดำเนินอารยธรรมต่อมานานนับศตวรรษ บางคนกระเด็นกระดอนไปอยู่โลกใบอื่นตอนที่ประตูเปิดขึ้น บางคนอพยพไป สร้างความเชื่อใหม่ และปล่อยให้ตำนานเก่าแก่นี้เลือนหายไปตามกาลเวลา มีบางคนเชื่อว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนสักแห่ง โดยมีข้อสังเกตคือ จะมี [ดวงตาที่ไม่เหมือนคนทั่วไป] อยู่นั่นเอง
ปี 2010 6 เดือนก่อนหน้า OBSS จะถูกก่อตั้งขึ้น ลอนดอนปกคลุมไปด้วยอาณาเขตไสยเวทย์ประหลาดจากฝีมือของ วีน ชายหนุ่มผู้ถูกใช้ไสยเวทย์ในการทดลองเปลี่ยนให้เป็นปีศาจจากฝีมือของ อโดนีส ผู้ใช้ไสยเวทย์สติเฟื่อง อโดนีสผิดหวังจากความฝันวัยเด็กจนก่อคดีฆ่าล้างบ้านรูทเทอร์ฟอร์ดเมื่อประมาน 200 ปีก่อน ความผิดหวังนั่นทำให้เขากลายเป็นผู้ใช้ไสยเวทย์ต้องห้ามทดลองไสยเวทย์กับมนุษย์และแสวงหาเส้นทางของผู้มีพลัง
ในการทดลอง อโดนีส ทำให้วีนกลายเป็นปีศาจเทียม แย่งชิงความเป็นมนุษย์ของชายหนุ่มไปและทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดีเมื่อการทดลองเปลี่ยนคนเป็นปีศาจจากไสยเวทย์สำเร็จ
วีนพยายามใช้ลอนดอนในการสร้างวงเวทย์เพื่อสร้างการเเลกเปลี่ยนขนาดใหญ่ หวังจะคืนความเป็นมนุษย์ให้ตัวเอง แต่ก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งทำลายลงได้ ในตอนสุดท้าย เอเซอร์ ชาวเมืองคนหนึ่งได้อธิษฐานกับโรเบิร์ต ชายผู้มีอำนาจในการก่อเกิดปฏิหารย์ เอเซอร์ขอให้ทุกอย่างจบลงพร้อมกับวีนที่กลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิม และใช่ ปฏิหาริย์ได้เกิดขึ้น วันถัดมา ลอนดอนที่สะเทือนไหวจากพิธีประหลาดก็กลับเป็นปกติ พร้อมกับการหายตัวไปของโรเบิร์ต...
หลังจากเหตุการณ์นั้น เซอร์มินอฟ แพทย์ประจำตัวของอันเดรีย ผู้ทำอาชีพขายข่าวของเหล่าเครือข่ายใต้ดินจึงชักชวนให้วีนเข้ามาอยู่ในการคุ้มครองของสมาคมนักฆ่าหน้าสวย ทั้งนี้ เพราะทุกคนรู้ว่าสาเหตุที่วีนทำลงไปนั้น ยังมีเบื้องหลังอยู่อีก
6 เดือนต่อมา อันเดรีย อัลลองโซ่ หัวหน้าสมาคมนักฆ่าหน้าสวย ฟลอราลิบรา เครือข่ายใต้ดินผู้ทรงอิทธิพลภายในลอนดอน ก็จับมือกับรัฐบาล ก่อตั้ง OBSS ขึ้น เพราะเหตุการณ์ประหลาดทั่วทั้งลอนดอนและเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ยืนยันการมีอยู่ของไสยเวทย์บนโลกมนุษย์แก่คนปกติ พวกเขาคลี่คลายคดีที่มีต้นเหตุมาจากการใช้ไสยเวทย์ หลังจากตรวจสอบและคลี่คลายคดีไปบางส่วนแล้ว เหล่า OBSS ก็ต่างพบกว่า มันไม่ใช่แค่การเก็บกวาดเรื่องราวจากเมื่อหกเดือนก่อน แต่มีใครบางคนกำลังทำอะไรบางอย่างกับลอนดอนอยู่จริงๆ ใช่แล้ว อโดนีส อันเวิร์ส ชายที่ทำการทดลองไสยเวทย์สติเฟื่องได้มาถึงลอนดอน เขาได้ก่อคดีและลักพาตัวคนไปเป็นจำนวนมาก เพื่อทำอะไรบางอย่างที่เขาต้องการนั่นเอง!
อโดนีสพยายามที่จะเปิดประตูไปสู่สะพานกาลเวลา เพื่อข้ามไปยังโลกใบอื่นภายใต้ความเชื่อว่าเขาจะเริ่มต้นใหม่ได้และพยายามพาอลัน เด็กน้อยที่มีนัยตาสีแดงผู้มีพรสวรรค์กลับไปยังโลกเดิมที่จากมา แต่เขาก็ถูกขัดขวางจาก OBSS จนไม่สามารถเปิดมันได้สำเร็จทว่า การทำพิธีเปิดประตูของอโดนีสกลับไปสั่นคลอนสิ่งที่เคยผนึกหายนะครั้งแรกเอาไว้ที่สะพานกาลเวลา ก่อเกิดกระบวนการเริ่มต้น การแตกของครอบแก้วแห่งความร่มเย็นและสันฐานแห่งความเงียบงันกระทั่งผู้ทำลายที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่หายนะครั้งแรกได้หลบหนีลงมายังโลกมนุษย์ได้สำเร็จ
ผู้ทำลายหนีลงมาได้ก็เข้าสิงอโดนีส เพราะสภาวะวิญญาณเหมาะสม เขาออกตามหาบทกวีแห่งชีวิตเพื่อจุติจากร่างเดิมและคืนชีพใหม่ในร่างกายของอโดนีส ในขณะที่เหล่า OBSS ต้องไล่ปิดหลุมสีดำที่เกิดจากความไม่เสถียรของโลกและออกตามหาครอบแก้วและสันฐานที่ร่วงหล่นลงมา
ในที่สุดหลังจากรวบรวมกลับมาครบแล้ว แม้จะสูญเสียฮาซานไประหว่างการตามหาชิ้นส่วนทั้งหมด แต่พวกเขาก็สามารถตามผู้ทำลายในร่างอโดนีสไปได้ ยับยั้งการจุติและหายนะได้ในที่สุด นับจากนั้น OBSS ก็ผันตัวไปเป็นองค์กรที่ดูแลคดีประหลาดทั่วโลก พร้อมกับการที่ทุกเริ่มการเดินทางต่อไปในเส้นทางที่ตนเองเลือก
เพราะเกิดโรคระบาดไปทั่วทั้งแผ่นดินทำให้ ไครอน นักวิจัยหนุ่มต้องทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหาวิธีการรักษาเผ่าพันธ์มนุษย์เอาไว้ได้ กว่า 1,000 ปีแล้วที่ทุกคนอยู่อย่างแร้นแค้นใต้ทะเลทรายที่เคยเป็นพื้นที่สีเขียวและรอคอยด้วยเศษเสี้ยวความหวัง จากนวัตกรรมในอดีต
จากโลกที่ [ทาวเวอร์] เป็นทุกส่งทุกอย่างของชีวิต แต่บัดนี้มันกลับ [หยุดทำงาน] ทำให้กาลเวลาที่รุ่งเรืองพังทลายลงกลับกลายเป็นนรกบนดินยิ่งเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อเสียงระเบิดจากกำแพงครึ่งโลกดังแว่วมาให้ได้ยินในคืนหนึ่ง ส่งเครื่องจักรคุ้มคลั่งและผู้คนติดโรคเข้ามายังฝั่งซีกโลกตะวันออกนำพาความสิ้นหวังและไล่ต้อนให้ผู้คนที่ยังเหลือรอดลงไปอยู่ใต้ดิน...
15 ปีต่อมาเข็มนาฬิกากลับมาเคลื่อนไหว…
เช่นเดียวกับกงล้อแห่งโชคชะตาที่พาคนไม่รู้จักให้มาพบกัน..ผู้กล้าหาญและเสียสละเหล่านั้นต่างขึ้น [นีโอไฟทัสฮอริซอน] ไปยังโลกอีกด้านเสี่ยงภัยจากโรคระบาดและจักรกลสังหารโดยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความหวังของมวลมนุษย์ที่เหลืออยู่เพื่อกอบกู้สิ่งที่ดับสูญไปให้ลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้ง…
เหล่า PORT เดินทางไปยังฝั่งตะวันตกที่มืดดำ ฝ่าฟันความอันตรายไปเพื่อต่อกรกับ ไครอน ชายที่เคยทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์แต่เพราะไวรัส C โรคระบาดร้ายแรงที่ทำให้มนุษย์เหลือเพียงหยิบมือได้คุกคามเขาจนกลายเป็นจักรกลคุ้มคลั่งเช่นกัน ทว่าท้ายสุดแล้วพวกเขากลับพบว่าเบื้องหลังไครอน กลับมีวิญญาณร้าย โอเลวา หญิงสาวผู้อยู่ในโครงการวิจัยจักรกลนิรันดร์ชัดจูงอยู่
ภายหลังปราบโอเลวาได้สำเร็จและสามารถซ่อมแซมทาวเวอร์ได้ตามภารกิจ แต่สิ่งที่ไครอนทำไมก็สามารถให้อภัยได้ เขาจึงถูกจองจำอยู่ในทาวเวอร์เพื่อทำหน้าที่เป็นเอไอดูแลโลกที่ฟื้นฟูกลับมาชั่วนิรันดร์
10 ปี ภายหลังการกำจัดผู้ทำลายได้ ปี 2020 อันเดรียมอบตำแหน่งให้โคเมดูแลทุกคนแทนเขาที่ขึ้นไปยังตำแหน่งที่สูงกว่าเพื่อผลักดันให้การทำงานของ OBSS ราบรื่นขึ้น ทว่าอยู่ๆ ช่างชุดประจำองค์กรหายไป และเกิดเหตุกรณ์ประหลาดหมอกปริศนากลืนลอนดอน ทำให้ท่าทางพวกสื่อจะปล่อยข่าวว่าเหตุการณ์ประหลาดตอนนี้เป็นีมือองค์กรทำให้สมาชิกบางคนถูกทำร้ายบ้างจับตามองบ้างและเกิดแรงกดดันจากหน่วยงานระดับสูงกับ OBSS
โคเมหัวหน้าผู้นำ OBSS คนใหม่เลยสั่งสืบสวนขณะเดียวกันยมโลกเกิดภัยพิบัติและเป็นต้นเหตุการมาเยือนของหมอกปริศนา ฮาซานและเทรย์แนนจึงตกลงขอยืมพื้นที่ของ OBSS เพื่อจัดการตัดสินการเลือกตั้งเจ้าสภายมทูตคนถัดไป โดยใช้เหล่ากาหรือยมทูตฝึกหัดเป็นเดิมพันและกำหนดกติกาว่าฝ่ายใครสามารถทำให้เหล่ากาเปลี่ยนแปลงเป็นยมทูตมากที่สุดได้จะเป็นผู้ได้รับตำแหน่งไป
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปพวกเขากลับไม่สามารถปกปิดและหยุดยั้งความไม่สเถียรของปรภพได้ดังใจนึก มันค่อยๆกลืนโลกในขณะที่เหล่ากาก็ยังต้องใช้เวลาในการยอมรับตัวตนแลเปลี่ยนแปลงเป็ยมทูต จานที่ใช้บรรจุความทรงจำเพื่อมอบชิ้นส่วนคืนให้กับกาค่อยๆร้าวขึ้นทะละเล็กละน้อย และในที่สุด เมื่อครบเวลา 4 เดือนก็ไม่สามารถรองรับความหนักของความทรงจำนั่นไหว แม้ภายหลังจะมีเล่ากาบางส่วนพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นยมทูตแล้วก็ตาม
เมื่อจานบรรจุความทรงจำแตกออกเหล่ากาที่สูญเสียความทรงจำจึงถูกบังคับให้เปลี่ยนเป็นยมทูต การตัดสินจึงเริ่มขึ้นและในที่สุดผลลัพธ์ที่ออกมาก่อให้เกิดเจ้าสภายมทูตคนใหม่โลกมนุษย์ที่เกือบเป็นยมโลกแห่งที่สองก็ถูกคืนสภาพกลับมา โดยทุกอย่างที่เกิดขึ้นในความรับรู้ของทุกคนยังตราตรึงในความทรงจำ รวมถึงช่วงเวลาแห่งความแร้นแค้นของมนุษย์ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเผ่าพันธ์อื่นๆที่แฝงตัวอยู่ด้วย ก่อให้เกิดการยอมรับเหล่าปีศาจขึ้นมาบนโลกใบนี้!
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังเดินไปด้วยดี ปีศาจและมนุษย์ในโลก Human born สมานฉันและกำลังก้าวไปข้างหน้า ผู้ใช้เวทย์มนตร์ที่แฝงตัวอยู่ในโลกใบนี้ นำโดยราชาอเดลาห์ก็เกิดอาการไม่พอใจ แรงสั่นสะเทือนทำให้ 'อเดลาห์' ราชาแห่งป่าแดนเหนือเรียกเหล่าผู้วิเศษที่แฝงตัวอยู่กับมนุษย์ให้เข้าร่วมกับเขา ขณะเดียวกันในช่วงเวลานั้น 'ลัวร์แอน' ผู้ครอบครองมงกุฏจักรพรรดิ์ของจอมเวทย์ทั้งมวลก็ชิงเคลื่อนไหวก่อน ทำให้ OBSS ได้โอกาสส่งคนเข้าไปแทรกซึมในสถานการณ์นี้
เขาใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่ออเดลาห์ให้มาสนใจเพื่อไม่ให้อเดลาห์เดินทัพเข้าสู่ในกลางกรุงลอนดอน ทิศทางในการต่อสู้จึงเปลี่ยนไปทำทุกอย่างเพื่อ
มงกุฏบนหัวของลัวร์แอนนั่นเอง
ทว่าแท้จริงแล้ว ราชาอเดลาห์คนนี้กลับไม่ใช่ราชาอเดลาห์ที่แท้จริง แต่กลับเป็นเพียงร่างกายที่ถูกบุตรชายของตนเองยึดมาและเก็บวิญญาณของอเดลาห์ผู้เป็นพ่อเอาไว้พร้อมกับตัวเอง ตั้งแต่เมื่อราว 400 ปีก่อน การยึดร่างนั้นและคุณสมบัติเวทย์มนตร์ของอเดลาห์ทำให้เจ้าชายที่อยู่ในร่างของพ่อตนเองอ่อนแอ เขาพยายามหาวิธีจัดการกับมันมาตลอด จนในที่สุดเขาก็เลือกจะใช้ตุ๊กตาเพื่อบรรจุวิญญาณของพ่อตัวเองไว้ ลดภาระการถูกช่วงชิงพลังเวทย์ของตนเอง
แต่แผนไม่อาจเป็นไปตามนั้น เมื่อสงครามการตามหามงกุฏเริ่มขึ้นและเรียกคนเข้าป่า เจ้าชายในร่างของพระราชาอเดลาห์กลับล้มป่วยและอ่อนแอจนไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของเจ้าของร่างที่แท้จริงได้ ท้ายที่สุดจึงโดนยึดร่างกายคืนไป ทำให้อเดลาห์ตัวจริงตื่นขึ้นมา
ราชาอเดลาห์ตัวจริงนั้นนิสัยไม่ดีมากกับเผ่าพันธ์อื่นๆ เขาพยายามทำให้ผู้ใช้เวทย์มนตร์สูงส่งที่สุดแตกต่างจากเจ้าชายที่พยายามจะเปลี่ยนค่านิยมนั้น เมื่อราชาตัวจริงตื่นขึ้น หลายๆฝ่ายจึงพยายามจัดการกับเขา และช่วยเจ้าชายที่เคยครอบครองร่างกายนั้นออกมา
ในวันจัดงานเฉลิมฉลองแก่ทหารใหม่ เหล่ายมทูตอาศัยจังหวะที่ 'ลัวร์แอน' ปรากฏตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจของอเดลาห์และท้ารบ ในการชิงวิญญาณของราชาไปและนำวิญญาณของเจ้าชายคืนกลับไปยังร่างที่แท้จริง อเดลาห์จึงเสียชีวิตลงในตอนนี้แต่เหล่าคนในราชวังกลับปิดไม่ให้ประชาชนรู้ โชคดีที่เจ้าชายเคยสั่งทำตุ๊กตาราชาเอาไว้ จึงได้โอกาสใช้ทำให้เหมือนว่าราชายังมีชีวิตอยู่
เมื่อสิ้นราชาใจร้าย เจ้าชายจึงพยายามทำทุกอย่างให้ชอบธรรม แต่ท้ายที่สุดด้วยความร่วมมือของทุกคนทำให้ทั้ง OBSS เจ้าชาย และ 'ลัวร์แอน' เจรจาผลประโยชน์กันได้ลงตัว รวมถึงเจ้าชายเองก็ไม่ได้ปรารถนาที่จะขึ้นเป็นราชา เพราะอย่างนั้นลัวร์แอนจึงยอมให้จับตัว พร้อมกับจัดฉากให้ตุ๊กตาของอเดลาห์ถูกสังหารโดยผู้ทรยศ ตกตายไปตามกันทั้งคู่ เมื่อทั้งสองฝ่ายมลายไปต่อหน้าต่อตาประชาชนแล้ว ราชครูเอริโอ(หรืออัครมหาเสนาบดีจอมเวทย์ดินของผู้รักษา) ที่คอยทำหน้าที่คนสนิทมาตลอดก็ได้รับการยอมรับจากประชาชนให้เป็นผู้นำคนต่อไป
สงครามสิ้นสุดพร้อมการสูญเสียทั้งสองฝ่าย มีการเปิดให้เหล่าผู้ใช้เวทย์มนตร์เลือกเส้นทางของตนเอง บ้างก็เข้าร่วมกับโลกมนุษย์ บ้างก็อยู่ที่เดิมในป่า บ้างก้ตัดสินใจเดินทางกลับไปช่วยกันฟื้นฟูบ้านเกิดพร้อมๆกับเอริโอ
งานสิ้นสุดยุคสมัยของอเดลาห์ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียร์ติ โดยไม่มีใครรู้ถึงเรื่องที่แท้จริงนอกจากเหล่าผู้ที่เข้าร่วม เจ้าชายหายไปหลังจากเรื่องราวจบลงออกใช้ชีวิตตามที่ต้องการ OBSS ส่งคนในเครือข่ายมาดูแลเหล่าผู้ใช้เวทย์มนตร์ที่ยังเหลืออยู่ที่ป่าเพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆตามสมควร ส่วนจอมเวทย์ผุ้ถือมงกฏและได้รับขนานนามว่าทรยศคนนั้นก็หายตัวไปเช่นกัน
ซะที่ไหนเล่า เขาเองก็ตายหลอกๆในการแสดงละครองค์ใหญ่พร้อมกับตุ๊กตาอเดลาห์และกลับมาใช้ชีวิตที่ลอนดอนก่อนได้รับภารกิจเดินทางไปยังเมจบอร์นเพราะมีหนังสือขอความช่วยเหลือมาจากฝั่งเอริโอและกลุ่มผู้ที่เดินทางไป ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีแต่ผู้ที่เดินทางไปเท่านั้นที่จะรู้...
P1 - New Sky
เมจบอร์นล่มสลายเพราะการระเบิดของเสากระจายพลังเวทย์เมื่อราว 400 ปีก่อน เหล่าผู้ใช้เวทย์มนตร์เดินทางกลับบ้าน หลังจากหลบหนีไป เข้าสมทบกับกลุ่มผู้ใช้เวทย์มนตร์ที่ตั้งรกรากอยู่ใต้ดินเมืองปาสคา ผู้เดินทางมาจากโลกมนุษย์นำเอาข่าวสารว่าแท้จริงอเดลาห์คือราชาผู้ชั่วร้ายมาด้วย เอริโอ รวมคนทั้ง 2 กลุ่มเข้าด้วยกันและเริ่มการตั้งเสากระจายพลังเวทย์ใหม่อีกครั้ง เพราะในช่วงเวลานี้ เสากระจายพลังเวทย์ต้นสุดท้าย กำลังจะมอดดับลง
การตั้งเสาแต่ละต้นดำเนินไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางการเฝ้ามองของปีศาจที่ครอบครองโลกเมจบอร์น ทว่ายิ่งดำเนินภารกิจไปเท่าไหร่ก็ทำให้ค้นพบความจริงว่าปีศาจเองก็มีทั้งดีและร้าย และดูเหมือนจะมีคนแอบใช้เมจบอร์นทดลองบางการใช้เวทย์มนตร์ต้องห้ามกับวิญญาณอยู่ ก่อให้เกิดก้อนเมือกสีดำฝังมณีออกมาและดูเหมือนว่ามันจะติดคนได้ด้วย ภายหลังทราบว่าเป็นฝีมือของคารัน
นอกจากเรื่องเมือกสีดำ ฝั่งปีศาจที่เฝ้าดูเหล่าผู้ใช้พยายามตั้งเสาก็กล่าวว่าแท้จริงแล้วแม้จะตั้งเสาครบแต่ก็ต้องเปิดใช้อุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายด้วย โดยไม่ได้บอกว่ามันคืออะไร โซฟิเอลบอกว่ามันอยู่ที่พวกเขาหากต้องการให้ส่งลัวร์แอนหรืออัครมหาเสนาบดีของผู้รักษาธาตุน้ำ มาแลก การกระทำนี้ทำให้คิดได้ว่าโซฟิเอลคงอยากได้อำนาจบางอย่างที่ลัวร์แอนมี
กระทั่งการสำรวจหาชิ้นส่วนดำเนินไปและคำสาปที่เอริโอได้รับเริ่มคลายลง แท้จริงแล้ว หลังจากตั้งเสาครบทุกต้น จำเป็นต้องใช้ พิภพวัฏจักรในการเปิดใช้งานเชื่อมโยงเสาทุกต้นเข้าด้วยกัน และผู้เล่นได้ค้นพบว่าราชาปีศาจเองก็ได้รับคำสาปหมดสติอยู่เช่นกัน เมื่อทราบเงื่อนไขครบ ระหว่างภารกิจทุกคนจึงหาวิธีถอนคำสาปให้กับเอริโอและองค์ราชาเอมาธอร์ และทำให้คนพบว่าสุดท้ายแล้วทั้งสองคนที่ผู้เปิดใช้ในอดีต ด้วยเหตุนี้เมื่อคำสาปทั้งสองฝั่งคลายออก และเสาถูกตั้งทุกต้นแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือพิภพวัฏจักรอยู่ที่ไหนและเปิดใช้อย่างไร
ทว่าในตอนนั้นเองห้องทดลองใต้ดินที่คารันซ่อนเอาไว้ใต้ปราสาทไอรีนแอดเน่ก็ระเบิดออกมา มันเป็นห้องที่ใช้สร้างเมือกดำทั้งหมด ฝนเมือกสีดำกระจายไปทั่วบริเวณทำให้ต้องแยกย้ายกันไปปกป้องเสาที่เปิดแล้วรวมถึงอพยพคนไปยังที่ปลอดภัย ทว่าในช่วงเวลานี้เองทุกคนก็ค้นพบความจริงว่าแท้จริงแล้วเอริโอและเอมาธอร์ต่างเป้นชิ้นส่วนของพิภพวัฏจักร เพราะครั้งที่เปิดใช้ในอดีต ชิ้นส่วนที่เป็นอุปกรณ์ที่แบ่งตัวสถิตอยู่ในร่างของคนทั้ง 2 สมาชิกกลุ่มหนึ่งเลยผลักดันให้ทั้งสองคนได้เผชิญหน้ากันและเอมาธอร์ก็ร่วมมือกันกับเอริโอ เปิดใช้พิภพวัฏจักรได้สำเร็จ
เมื่อเสากระจายพลังเวทย์กลับมาเชื่อมโยงกันครบทุดต้น เซฟิรอธก็กลับมางอกเงยอีกครั้งและกำจัดฝนเมือกจนหมดไป
เมจบอร์นกลับมาสงบสุขชั่วคราว โดยที่คารันถูกจับกุมและไอรีนแอดเน่ถูกทิ้งร้าง
P2 - Treat of the lost child woods
เมจบอร์น โลกที่เพิ่งจะฟื้นคืนกลับมาจากการล่มสลายได้ไม่นานกลับมีจุดสีดำเล็ก ๆ ค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ
ใกล้พื้นที่ป่าเล็ก ๆ ย่านเฮโลซา ท่ามกลางความสงบของโลกที่เต็มไปด้วยพลังงานเวทย์มนตร์ นักบวชคนหนึ่งป่วยด้วยโรคประหลาดปริศนาที่ทำให้ร่างกายเปลี่ยนเป็นสีดำ เขาคลุ้มคลั่งก่อนเสียชีวิตลงด้วยการปลิดชีพตนเอง ลมหายใจของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำ ก่อนจะสิ้นลมได้ทิ้งข้อความแปลกประหลาดเอาไว้บนผนัง กลายเป็นความสยดสยองของโบสถ์กลางโลกในเวลาต่อมา หรือว่าโรคร้ายที่สูญไปได้กลับมาระบาดใหม่อีกครั้งแล้วอย่างนั้นหรือ?
‘ทาร์’ โรคคำสาปที่พบเจอจากการฟื้นฟูเมจบอร์น แม้จะซ่อมแซมโลกและคืนพลังงานเวทย์มนตร์ให้สรรพสิ่งแล้ว แต่ดูเหมือนเชื้อโรคร้ายที่ว่าจะยังหลบซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง เหล่าปีศาจและผู้ใช้จำเป็นต้องเรียกหา ‘พวกท่าน’ จดหมายจากเหล่าผู้นำถูกส่งออกไปโดยหวังว่าใครสักคนจะยอมรับภารกิจเสี่ยงตายในครั้งนี้
Prologue - อารัมภบท
หลังจากได้รับจดหมายและตัดสินใจเรื่องที่ได้รับแจ้งว่าจะเข้าร่วมภารกิจ ทุกคนก็ต่างไปรายงานตัวที่ปราสาทฝ่ายผู้นำของตนเอง ผู้ใช้เวทย์มนตร์รวมตัวกันที่ปราสาทลินดอน ปีศาจรวมตัวกันที่เซเลเท และได้รับประกาศว่าอีก 7 วันจะมีงานเลี้ยงที่ปราสาทเซเลเทเพื่อนำเหล่าผู้ทำภารกิจมารวมตัวกันจัดงานฉลองก่อนออกเดินทาง เมื่อประกาศเรียบร้อยแล้ว ทางผู้นำทั้งสองให้ทุกท่านวางแผ่นป้ายสลักที่ระลึก เพื่อให้อำนาจของผู้คุ้มกฎคุ้มครองทุกท่านและจะได้ทราบสถานะว่าปลอดภัยหรือเสียชีวิตระหว่างภารกิจดำเนินไป
ระหว่างระยะเวลาการวางป้ายและเตรียมใจ มีผู้ตรวจพบคำสาปดักฟังติดอยู่กับตัวเอริโอ มิเคลล่า อีริค แมรี่แอนน์ ช่วยกันถอนออกให้ แต่ยิ่งแสดงให้เห็นว่าภารกิจนี้มีมือที่สามเข้าแทรกแซง โดยเฉพาะหลังจากช่วงเวลานั้นมีผู้พบโครงกระดูกสีดำไฟสีม่วงป้วนเปี้ยนอยู่ในสวน ขณะเดียวกันบิชอปหัวหน้านักบวชกลับมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ ดูเหมือนเขาจะมีทาร์อยู่ในครอบครอง
Event 1 : งานเลี้ยงสั่งลา
เมื่อครบตามกำหนดเอริโอก็พาเหล่าผู้ใช้เดินทางไปที่ปราสาทเซเลเท สมทบกับทีมปีศาจ รวมกลุ่มสมาชิกและมีการจัดงานเลี้ยงร่วมกับกิจกรรมเพื่อให้คุ้นเคยกัน ทว่าระหว่างที่ทำภารกิจเล็ก ๆ กลับได้สำรวจปราสาทไปด้วย และพบว่าบิชอปวางยาหรือทำอะไรแปลก ๆ รอบ ๆ รวมถึงพื้นที่ของป่ามีสัตว์ติดเชื้อ แต่เซฟิรอธก็พยายามชำระล้าง และทุ่งสมุนไพรมีอำนาจวิเศษพอจะป้องกันทาร์ได้
เมื่อจัดการปราบปรามและเตรียมการเรียบร้อยทุกคนได้เข้าร่วมงานเลี้ยงแต่บางคนกลับเจอบุคคลปริศนาที่ไม่มีในรายชื่อแขก ขณะที่บิชอปและซาเพียร์หายไป แต่ทุกคนได้รับลุควิคนักดนตรีหลวงที่หลบหนีจากเฮโลซามาแทน
หลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุด รถไฟเดินทางสู่เฮโลซาก็จอดที่เซเลเท และปล่อยให้ทุกคนขนของเลือกห้องก่อนเดินทางออกไปในที่สุดเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว
รถไฟเดินทางมาถึงเฮโลซาในที่สุด แต่กลับถูกทำให้หยุดกระทันหันเพราะมีบางอย่างขวางทางรถไฟ เมื่อลงไปสำรวจพบหมอกที่เกิดจากไอวิญญาณเน่าเสียและปีศาจโครงกระดูกที่ถูกควบคุมโดยบิชอปเข้าโจมตี ดูเหมือนฝ่ายบิชอปจะรู้ว่ากลุ่มผู้ทำภารกิจเดินทางมาจึงมาสร้างกับดักถ่วงเวลาก่อนถึงเฮโลซา ซ่อนสภาพแท้จริงของหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยผู้ป่วยทาร์เอาไว้ในมิติหมอกที่เกิดจากไอวิญญาณหมดอายุ
จากการสำรวจและต่อสู้กับปีศาจกระดูก การรวบรวมข้อมูลและความช่วยเหลือของทุกคน ฟูเกลได้ประดิษฐ์เครื่องสูบหมอกฉุกเฉินออกมาเพื่อทำลายหมอก เผยสิ่งที่หมอกบังไว้ได้ในที่สุด
Event 2 : Black Dome
เมื่อล้างหมอกไปได้แล้ว ตำแหน่งของรถไฟกลับปรากฏให้เห็นว่าเบื้องหน้ามีโดมดำขวางอยู่ ทั้งที่ตอนแรกเห็นว่ามันไกลลิบตา แต่ความจริงมันขยายตัวมาจนห่างขบวนรถไฟแค่ไม่เท่าไหร่ รวมถึงสภาพจริงของพื้นที่ก็ถูกเปิดเผยให้เห็นว่าแท้จริงเราติดอยู่ในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยผู้ป่วย โซฟิเอลจึงขอให้สำรวจโดมทำให้พบว่าฮิกุระติดอยู่ข้างในโดมและโดมสามารถแยกวิญญาณกับร่างกายออกจากกันได้ จำเป็นต้องเปิดช่องว่างเพื่อให้วิญญาณกลับเข้าร่างเท่านั้นจึงจะช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ข้างในได้
สภาพของพื้นที่ทำให้ทีมแพทย์ต้องตั้งเต้นท์เพื่อช่วยเหลือคนข้างรถไฟในระหว่างที่ทุกคนแบ่งกลุ่มไปสำรวจโดม กระทั่งมีผู้พบร่างของชายนิรนามคนหนึ่งนอนล้มอยู่และเมื่อช่วยเหลือมา
กลับจับได้ว่าชายคนนั้นคือหนึ่งในกลุ่มของบิชอป หรือ [ชินเซย์]
เพราะเอริคและฟาร์ลันทำท่าจะจับเขากลับไป ชินเซย์จึงเปิดเผยร่างจริงและขังเอริคกับฟาร์ลันเอาไว้ในบอลลม ก่อนเริ่มเปิดสนามต่อสู้โจมตีทุกคนและรถไฟ ก่อให้เกิดสงครามขนาดย่อมที่ทุกคนต่างต้องปราบชินเซย์ลงให้ได้เพื่อเดินทางต่อ
ในที่สุดหลังจากช่วยกัน ตัวประกันทั้งสองก็ปลอดภัยและชินเซย์ก็ได้พ่ายแพ้การต่อสู้กับทุกคน ร่างของเขาสลายไปแต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นหรือตาย
ภายหลังการต่อสู้กับชินเซย์ ข้อมูลจากการสำรวจก็ถูกนำมาวางแผนเพื่อเปิดทางให้รถไฟเข้าไปในโดมได้สำเร็จ
เมื่อรถไฟเข้าไปในโดมได้ด้วยแผนของทุกคน รถไฟขบวนยาวก็วิ่งเข้าไปในเฮโลซาที่มีสภาพคล้ายกับอยู่ในป่าเด็กหลงทาง ท้องฟ้ามืดมัวและดูมืดทึบ การสื่อสารถูกตัดขาด กระแสพลังเวทย์หายไป แต่จากคำให้การของลัวร์แอน เขายังคงยืนยันว่าที่รอบข้างเป็นแบบนี้ น่าจะเป็นผลจากการทำอะไรสักอย่างกับป่าของซัมซารา ไม่ใช่ว่าตอนนี้ทุกคนได้เข้าไปอยู่ในป่าเด็กหลงทางแล้ว เนื่องจากทุกคนยังไม่ได้กลายเป็นวิญญาณและมีเงาที่เท้าอยู่ เหล่าผู้ดูแลจึงให้ทุกท่านพักผ่อน เนื่องจากเพิ่งผ่านศึกหนักกันมาระหว่างรอรถไฟจอดที่สถานีรถไฟเฮโลซา
Event 3 : Entrance
การเดินทางยาวนานสิ้นสุดลง รถไฟจอดที่สถานีรถไฟเฮโลซาในที่สุด มันอยู่บริเวณตลาดและท่าเรือ เมื่อถึงพื้นที่เป้าหมายเหล่าผู้ดูแลก็พบว่าวิธีการเข้าป่าตามปกติไม่สามารถใช้ได้จึงต้องใช้วิธีดั้งเดิมในการเปิด โชคดีที่โบราณสถานที่ถูกทำลายยังหลงเหลือร่องรอยอยู่และมีหลักฐานว่าของประกอบพิธีได้แก่ ห้องโถงและซุ้มประตูไม่เคยขนย้ายไปไหน เหล่าผู้ดูแลจึงตัดสินใจขอให้ทุกท่านรวบรวมชิ้นส่วนเพื่อประกอบพิธีใหม่อีกครั้งจะได้เข้าไปในป่าเด็กหลงทางได้
ระหว่างการหาชิ้นส่วนดำเนินไปมีทั้งสมาชิกที่พบได้โดยง่ายและพบกับความวุ่นวายของกับดัก อีกด้านหนึ่งบางกลุ่มกลับได้พบความจริงของโบราณสถานเก่าว่าแท้จริงแล้วโบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างเพื่อบูชาผู้คุ้มกฏอย่างโบราณสถานอื่น ๆ
ท้ายสุดแล้วชิ้นส่วนต่าง ๆ ถูกวางกับดักเอาไว้จากชานดรากันต์ นายอักขราที่ซ่อนตัวอยู่ในโบราณสถานเก่า หลังจากจับกุมเขาได้และค้นพบว่าชิ้นส่วนสุดท้ายอยู่ที่เขา ชานดรากันต์ถูกชิ้นส่วนซุ้มประตูสิงสู่ การช่วยเหลือเขาและเก็บกู้ชิ้นส่วนได้ทำให้ชานดรากันต์ขอบคุณที่ช่วยเหลือเขาจากการถูกชิ้นส่วนซุ้มประตูสิง
เพื่อตอบแทนที่ทุกคนช่วยเหลือ ชานดรากันต์จึงอาสาซ่อมแซมพิธีและเปิดประตูไปสู่ป่าเด็กหลงทางให้ ระหว่างนั้นเขาขอเตรียมการและให้สมาชิกทุกคนเตรียมตัว รวมถึงผู้ดูแลด้วยเช่นกัน เพราะหลังจากป่าเปิดแล้วอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นก็ได้ ลัวร์แอนจึงอยากให้ทุกคนเช็กของรวมถึงขอให้เหล่าสมาชิกพูดคุยกันว่า จะทำอย่างไรกับภารกิจหลักที่ได้รับดี…
เพราะหากป่าเปิดแล้ว อาจไม่มีเวลาให้ตัดสินใจ…
ทว่าระหว่างเตรียมการอยู่ ป่าเด็กหลงทางกลับขยายตัวออกมาและกลืนรถไฟเข้าไปในป่า ทำให้ภารกิจที่วางแผนการชิงตัวนางพญาหรือต้นตอของโรคทาร์ต้องเริ่มขึ้นทันที ทุกคนแยกย้ายกันค้นหาในป่าและถูกป่าเด็กหลงทางหลอกล่อให้วนอยู่กับภาพหลอน กระทั่งลัวร์แอนสามารถใช้ฝนแห่งการชำระล้าง ทำให้ป่าเด็กหลงทางหายไป พื้นที่ที่นางพญาซุกซ่อนตัวอยู่ก็ปรากฏขึ้น
สมาชิกทุกคนปรึกษากันและตัดสินใจว่าจะช่วยนางพญา แต่เป้าหมายภารกิจทีไ่ด้รับคือให้กำจัดโรคทาร์ให้หมดไปจากเมจบอร์น ด้วยการระดมสมองของทุกคน การสังหาร ชำระวิญญาณของนางพญาและการมอบชีวิตใหม่ก็เกิดขึ้นใจกลางป่า ส่งผลให้โรคทาร์หายไปจากเมจบอร์โดยถาวร แต่ถึงอย่างนั้นในครั้งนี้ก็ไม่มีใครสามารถจับกุมบิชอปหรือเพื่อนๆของเขาที่กำลังกระทำแผนบางอย่างโดยไม่รู้เจตนารมย์ได้เลย
Story Coming soon