สะพานแห่งกาลเวลาเป็นที่อยู่ของผู้คุ้มกฏทั้ง 3 คน เป็นดินแดนที่อยู่ตรงกลางระหว่างโลกคู่ขนานแต่ละใบ ใช้เป็นจุดการเฝ้ามองสมดุลของโลกและพวกเขาจะคอยจัดการเมื่อโลกเกิดปัญหาขึ้น มนุษย์สามารถเข้าไปที่นั่นได้ต้องอาศัยกระจกเป็นสื่อกลาง
ที่สะพานแห่งกาลเวลานี้ มีห้องสมุดโลกที่คอยบันทึกเรื่องราวทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้และจุดลึกที่สุดของมันนั้นมีเอาไว้เพื่อ [ผนึกผู้ทำลาย]
จากหลักฐานในเอกสารโบราณดูเหมือนมันจะมีลักษณะโครงสร้างเป็นพื้นที่ว่างเปล่าสีขาวที่ล้อมรอบไปด้วยประตูนับร้อนนับหมื่นบาน มีเส้นทางทอดยาวและลานทรงกลมอยูตรงกลาง
ตรงลานกลมนั้น จะมีผู้คุ้มกฏ 1 คน คอยเก็บ 'ค่าผ่านทาง' หากมีผู้เดินทางปรารถนาที่จะข้ามสะพานไปยังโลกใบอื่น ผู้ข้ามสะพานจะต้องจ่ายค่าผ่านทางที่เหมาะสมจึงจะข้ามไปโลกที่ไม่ใช่ของตัวเองได้ และจะได้รับคืน หากกลับไปยังโลกที่ถูกต้องของตัวเอง
การจะข้ามสะพานได้นั้นจะต้องทำการเปิดประตูก่อน แม้จะไม่มีบันทึกว่าวิธีการเปิดประตูเพื่อข้ามสะพานนั้นต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง แต่มีบันทึกว่า ในบรรดาผู้ที่ใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุและไสยเวทย์ของฮิวแมนบอร์น มีการศึกษาเกี่ยวกับหนทางที่จะ [เปิดประตู] กันอยู่
ในยุคสมัยหนึ่งนั้น มนุษย์ก็ได้ค้นพบวิธีการเปิดประตูได้สำเร็จแต่ทว่าเมื่อประตูเปิดออก กลับไม่มีมนุษย์ผู้ใดสามารถเดินไปถึงบริเวณลานทรงกลมได้เลย ทำให้การศึกษาเกี่ยวกับการเปิดประตูและข้ามสะพานถูกมองว่าเป็นเรื่อง [รนหาที่ตาย] ของผู้ที่ศึกษาศาสตร์ดังกล่าว และเกิดความเชื่อว่ามันไม่ใช่เส้นทางที่ควรเสาะหาอีกต่อไป
เคยมีคำกล่าวอ้างว่ามีมนุษย์เคยเดินไปบนสะพานจนได้พบผู้คุ้มกฏ แต่พอกลับออกมา เขากลับการเป็นคนวิกลจริตไปในทันที เอาแต่พึมพำคำพูดเปรียบเสมือนปริศนาคำถามที่พวกเขาได้เจอหลังบานประตูนั่น
"อะไรหนอที่เป็นเจ้าของ ไม่ใช่เงินทองและมองไม่เห็น สร้างขึ้นจากตนเองและเป็นเพียงของตัวเองเท่านั้น"
ท้ายที่สุด ก็ไม่มีใครทราบว่า เมื่อข้ามสะพานไปแล้วนั้นจะได้พบกับสิ่งใดกันแน่…
หากมีผู้เดินทางปรารถนาที่จะข้ามสะพานไปยังโลกใบอื่น ผู้ข้ามสะพานจะต้องจ่ายค่าผ่านทางที่เหมาะสมจึงจะข้ามไปโลกที่ไม่ใช่ของตัวเองได้ และจะได้รับคืน หากกลับไปยังโลกที่ถูกต้องของตัวเอง
การข้ามสะพานเป็นเรื่องที่มนุษย์จากฮิวแมนบอร์นพยายามทำมาตลอดเพราะเชื่อว่าเมื่อข้ามไปแล้วจะได้รับ [ค่าผ่านทาง] ที่เสียไปตอนเป็นมนุษย์กลับคืนมา และเชื่อว่าตัวตนในโลกใบอื่นนั้นจะดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่จวบจนปัจจุบัน ว่ากันว่ายังไม่มีใครหรือผู้ใดเคย [ข้ามสะพาน] ไปได้สำเร็จ
แต่ก็มีคำกล่าวว่าคนจำนวนหนึ่งเหมือนกันที่สามารถข้ามไปยังโลกใบอื่นได้ โดยไม่ต้องใช้ [สะพาน] เพราะคนกลุ่มนั้นมี ความสามารถใน [การเดินทาง] ด้วยตัวเอง ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ที่ได้ถูกเลือกแล้ว...
สำหรับฮิวแมนบอร์นและโลกใบอื่นๆ การเปิดประตูเพื่อข้ามสะพานกาลเวลาเป็นเรื่องต้องห้าม เนื่องจากประตูที่เชื่อมโลกแต่ละใบจะเปิดโดยอัตโนมัติเมื่อโลกถึงกาลอวสาน เพื่อให้มนุษย์และเผ่าพันธ์ต่างๆมีชีวิตรอด ยกเว้นโลกโบราณที่ได้รับการดูแลอย่าง [เมจบอร์น] สามารถเปิดประตูได้อย่างมีเงื่อนไขตามความสามารถของผู้ใช้เวทย์มนตร์ครับ
มีความเชื่อว่า กระจก เป็นสิ่งที่ใช้สำหรับเดินทางไปโลกอื่นได้
บางศาสนาเชื่อว่าในกระจกเป็นโลกของคนตาย บางศาสตร์จึงไม่นิยมเอากระจกไว้ในตำแหน่งที่สะท้อนตัวเองเวลานอนด้วย บันทึกจากผู้ใช้ไสยเวทย์และนักเล่นแร่ฯที่เคยแสวงหาหนทางการเปิดประตูได้กล่าวโดยคร่าวเอาไว้ว่า ในการพยายามเปิดประตูเขาจึงต้องมีกระจกเป็นส่วนประกอบเสมอ
ในศาสตร์การเล่นแร่ฯนั้น ว่ากันว่าการพยายามแปรธาตุมนุษย์ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้ประตูปรากฏขึ้นเช่นกัน
ส่วนในศาสตร์ของการใช้ไสยเวทย์นั้น เชื่อว่าการทำพิธีเปิดประตู จะต้องทำพิธีกับวิญญาณ อันเป็นข้อห้ามของไสยเวทย์ และต้องใช้มนุษย์เป็นๆในการสังเวย รวมถึงใช้วงเวทย์ที่ถูกต้องจึงจะสามารถเปิดประตูได้
ทั้งนี้ไม่มีใครสามารถยืนยันได้จริงๆว่า การเปิดประตูที่แท้จริงนั้นมีขั้นตอนอย่างไร เนื่องจากมันถูกสั่งห้ามและกลายเป็นกฏสำหรับผู้ศึกษาในศาสตร์นั้นๆขึ้นมา แต่เป็นที่ยืนยันกันแล้วว่า หากจะเดินทางและเปิดประตูจริงๆ จะต้องใช้ [กระจก] เป็นสื่อในการเดินทาง