กองทุนฯ เพื่อเด็กและการศึกษาในถิ่นทุรกันดาร

ก่อนจะมาเป็นกองทุนฯ
ชีวิตในวัยเด็กของผม (อ.สำเริง ยิ่งถาวรสุข : ผู้ก่อตั้ง) มีโอกาสได้รับทุนการศึกษามาโดยตลอด ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนมาเรียนระดับ ปวช.ที่กรุงเทพฯ จบออกไปทำงานอยู่หลายปี แล้วจึงหาโอกาสกลับมาศึกษาต่อ(ภาคค่ำ)ในระดับมหาวิทยาลัย

ในวัยเด็ก บ้านผมมีอาชีพค้าขาย ฐานะพอประมาณ ไม่ได้ร่ำรวย และก็ไม่ถึงกับขัดสนลำบาก ด้วยความที่พี่น้องผมทุกคนจัดได้ว่าเป็นเด็ก "หัวดี" เรียนดีมาตั้งแต่ ป.1 ไม่มีนิสัยเกเร จึงได้รับความกรุณาจากคุณครูประจำชั้นเสมอ และโดยเฉพาะ ผอ.สอิ้ง ศิริบุญญา (ผู้อำนวยการโรงเรียนสมัยนั้น) ที่ได้หาทุนการศึกษามาให้ผมและน้องๆ อยู่เสมอ ได้ทุนครั้งละไม่กี่ร้อยบาท แต่สมัยนั้นก็ถือว่ามากโขอยู่

ตอนกำลังจะจบ ป.6 ทางบ้านตกลงว่า จะให้ผมออกจากโรงเรียนมาช่วยค้าขาย แต่ ผอ.สอิ้ง ได้ส่งข้อมูลของผมไปสมัครโครงการทุนสาธิตเสริมสมอง ของเครือบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ และผมได้รับการคัดเลือก จึงทำให้ได้เรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ จนถึงชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3

จบ ม.3 ผมย้ายเข้ามาเรียนต่อ ปวช.สายอาชีพ ในกรุงเทพฯ โดยสอบได้ทุนของโรงเรียน ได้เป็นนักเรียนประจำ มีที่พักฟรี แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน การย้ายที่เรียนใหม่ ทำให้ผลการเรียนตกลง ไม่ถึงเกณฑ์เงื่อนไขของทุนเสริมสมอง จึงถูกตัดทุน แม้จะกินฟรี อยู่ฟรี ในโรงเรียนใหม่นี้ แต่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็ต้องมีบ้างสำหรับเด็กต่างถิ่นอย่างผม ซึ่งตอนนั้นก็เครียดพอสมควร

เหมือนมีแสงสว่างมาโปรด เมื่อคุณพ่อบรรจบ โสภณ คุณพ่อบาทหลวง เจ้าอาวาสวัดคริสต์ที่บ้านผม ท่านทราบเรื่อง จึงไปขอทุนจากผู้ใหญ่ใจดีหลายท่าน รวบรวมมาให้ผม จนสามารถเรียนจบระดับ ปวช. จังหวะพอดีกับมีบริษัทญี่ปุ่นเปิดใหม่ มารับสมัครงานถึงโรงเรียน ผมจึงตัดสินใจออกมาทำงาน และสนุกกับการทำงานมานานกว่าสิบปี จึงได้หวนกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีภาคค่ำ

จะเห็นได้ว่า ผมได้รับโอกาสทางการศึกษา จากทุนการศึกษาของผู้ใหญ่ใจดีมาตลอด (แต่ตอนเรียนปริญญาตรีภาคค่ำนั้น เป็นทุนตัวเองล้วนๆ) ผมตระหนักอยู่เสมอว่า เพราะผมได้รับโอกาสที่ดี จึงทำให้ผมก้าวหน้ามาได้จนถึงวันนี้ ดังนั้น จึงเป็นความตั้งใจว่า สักวันหนึ่ง เมื่อมีกำลังพอ ผมจะส่งต่อโอกาสที่ดีนี้ ให้กับคนรุ่นหลังสืบต่อไป



ความเป็นมาของโครงการ

เมื่อทำงานมีรายได้ ผมจะแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งไปทำบุญเสมอ โดยเฉพาะกับเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กๆ และการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษากับรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่า หรือบริจาคให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน หรือช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายให้กับเด็กๆ ยากจน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวเท่าที่พอจะช่วยได้ ไม่ได้มีรูปแบบที่เป็นทางการแต่อย่างใด หรือบางทีก็จัดเป็นกิจกรรมวันเด็กร่วมกับเพื่อนๆ ไปยังโรงเรียนในต่างหวัดบ้าง

จนเมื่อต้นปี 2559 ผมได้รับข้อมูลของเด็กคนหนึ่ง ผ่านทางรุ่นน้องที่เป็นครูในต่างจังหวัด ว่าเป็นเด็กที่เรียนดี มีความประพฤติดี กำลังจะจบการศึกษาระดับ ม.6 สอบติดพยาบาล แต่ครอบครัวไม่มีกำลังพอที่จะส่งเรียนต่อได้ เด็กพยายามเขียนเรียงความเพื่อขอทุนการศึกษาจากทางโรงเรียน แต่โรงเรียนไม่มีทุนให้ ครูที่เป็นรุ่นน้องคนดังกล่าว จึงส่งเรียงความและเรื่องราวของเด็กคนนั้น มาขอรับความช่วยเหลือจากผม

เมื่ออ่านข้อมูลที่ได้รับ รู้สึกเสียดายโอกาส ถ้าเด็กที่มีผลการเรียนดีขนาดนี้ จะหมดโอกาสศึกษาต่อ เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมา ผมเคยให้การช่วยเหลือเด็กๆ เป็นครั้งเป็นคราว แต่กรณีนี้ ถ้าจะช่วย คงต้องช่วยให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่พอสมควร แต่ก็ตัดสินใจแล้วว่า จะให้การอุปการะเด็กคนนี้แน่นอน

ผมนำเรื่องราวของเด็กไปเผยแพร่ให้กับบรรดาผู้ใหญ่ใจดี ที่เป็นเพื่อนๆ ลูกศิษย์ และคนที่รู้จักหลายคน และนับว่าเป็นโชคดีของเด็กคนนี้ ที่มีผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านให้การสนับสนุน โดยการโอนเงินมาร่วมกับผม คนละเล็กคนละน้อย บางท่านให้มาเป็นเงินก้อน บางท่านแจ้งว่าจะให้เป็นประจำทุกเดือน 

ในที่สุดแล้ว กองทุนนี้จึงได้ก่อกำเนิดขึ้น เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 ชื่อว่า กองทุนสำเริง ยิ่งถาวรสุข เพื่อเด็กและการศึกษาในถิ่นทุรกันดาร (Samroeng's Education Fund) โดยการสนับสนุนของบรรดาผู้ใหญ่ใจดี เพื่อให้การช่วยเหลือด้านโอกาสทางการศึกษา กับเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร ที่มีความตั้งใจเรียน มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมถึงการช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีอื่นๆ ด้วย เช่น นักเรียนหรือโรงเรียนที่ประสบอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยต่างๆ เป็นต้น

น้องนุ่น น.ส.สะใบทอง กรุงสินชัย นักเรียนที่ให้การอุปการะทุนเป็นคนแรกของโครงการ



เกณฑ์การพิจารณาให้ทุนการศึกษา

หลังจากให้การอุปการะนักเรียนทุนคนแรก ในปีต่อมา ก็รับนักเรียนทุนเพิ่มเติม โดยพิจารณาจากความจำเป็นของเด็ก ซึ่งในช่วงแรก อาศัยข้อมูลที่ครูส่งมาให้ เช่น เรียงความจากนักเรียน ภาพถ่ายบ้านที่อยู่อาศัย และคำรับรองจากคุณครู ซึ่งจะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป โดยจะยึดปัจจัยสำคัญ คือ
1. เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน มีผลการเรียนดี
2. มีฐานะทางบ้านยากจน ขัดสน
3. มีความประพฤติดี คิดดี ทำดี และ
4. มีความกตัญญู ขยัน อดทน

การอุปการะทุนจะสิ้นสุดลง เมื่อเด็กสำเร็จการศึกษา หรือขาดคุณสมบัติข้างต้น

ปัจจุบัน (พ.ค.62) มีนักเรียนที่อยู่ในอุปการะของกองทุน จำนวนทั้งสิ้น 10 คน



แหล่งที่มาของเงินทุน และการระดมทุน

1. จากการบริจาคแบบให้เปล่าของผู้ใหญ่ใจดีหลายๆ ท่าน
2. จากการบริจาคเพื่อขอรับไฟล์ "ระบบบันทึกประวัติการฝึกอบรม"
3. รายได้จากการจัดอบรม และการจัดสัมมนาในโอกาสต่างๆ
4. รายได้จากการขาย CD และ Flash drive ไฟล์งาน Excel
5. รายได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของกองทุนฯ
6. เงินค่าปรับ หรือเงินชดเชย จากการละเมิดลิขสิทธิ์
7. และอื่นๆ

ขอเชิญร่วมมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับน้องๆ โดยการบริจาคเงินสมทบ
กองทุนฯ เพื่อเด็กและการศึกษาในถิ่นทุรกันดาร
ชื่อบัญชี นายสำเริง ยิ่งถาวรสุข
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาศูนย์การค้า เดอะพาซิโอ (ลาดกระบัง)
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 406-689149-3


สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อ อ.สำเริง ยิ่งถาวรสุข
โทร. 081-423-9828
Line ID : @sam.edu.fund

อัพเดตความคืบหน้าและกิจกรรมของโครงการได้ที่