ประเด็นการพิจารณาที่ 1.5 การรายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ครอบคลุมภารกิจงาน 4 ด้าน และนำผลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
📙 ผลการดำเนินงาน วิธีการดำเนินงาน
1. การจัดทำรายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ครอบคลุมภารกิจงาน 4 ด้าน
คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ได้ดำเนินการจัดทำรายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ครอบคลุมภารกิจ 4 ด้าน ตามกระบวนการโคโฟร์อาร์พลัส (Co-4R)+ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
1) ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาในภาพรวม ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ในภาพรวม มีผลการดำเนินงานในระดับคุณภาพดีเยี่ยม (μ =4.85, σ = 0.39) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านบริหารงานบุคคล (μ =4.86, σ =0.36) รองลงมาได้แก่ ด้านบริหารทั่วไป
(μ =4.85, σ =0.36) ด้านงบประมาณ (μ =4.85,s=0.39) และด้านวิชาการ (μ =4.80, σ =0.42) ตามลำดับ
2) ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษารายด้าน
(1) ด้านวิชาการ ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ด้านการบริหารวิชาการในภาพรวม มีผลการดำเนินงานในระดับคุณภาพดีเยี่ยม(μ=4.83,σ=0.39) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา (μ=5.00,σ=0.00) รองลงมา ได้แก่ การจัดทำเอกสารงานธุรการชั้นเรียนและสารสนเทศ (μ=4.98,σ=0.19) การส่งเสริมการอ่านให้เป็นวิถีปฏิบัติและต่อยอดองค์ความรู้ (μ=4.86,σ=0.48) การพัฒนากระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (μ=4.80,σ=0.50) การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (μ=4.80,σ=0.45) การส่งเสริม และพัฒนาการเรียนรู้ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตย (μ=4.78,σ=0.42) และการบริหารหลักสูตร (μ=4.76, σ=0.43) ตามลำดับ
(2) ด้านงบประมาณ ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ด้านการบริหารงบประมาณในภาพรวม มีผลการดำเนินงานในระดับคุณภาพดีเยี่ยม (μ=4.80,σ=0.42) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี (μ=4.88,σ= 0.36) รองลงมา ได้แก่ การกำกับ ติดตาม ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการ (μ=4.81,σ= 0.41) และการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการประจำปี (μ=4.73,σ=0.52) ตามลำดับ
(3) ด้านบริหารงานบุคคล ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ด้านการบริหารบุคคลในภาพรวม มีผลการดำเนินงานในระดับคุณภาพดีเยี่ยม(μ=4.85,σ=0.39) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การเสริมสร้างการมีวินัยและการรักษาวินัย (μ=5.00,σ= 0.07) รองลงมา ได้แก่ สถานศึกษามีการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) (μ=4.91,σ= 0.29) สถานศึกษาจัดทำแผนอัตรากำลังของสถานศึกษา (μ=4.89,σ= 0.32) การส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติ (μ=4.80,σ=0.44) และการพัฒนาครูด้านภาษาและเทคโนโลยีดิจิทัล (μ=4.70,σ=0.46) ตามลำดับ
(4) ด้านบริหารทั่วไป ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ด้านการบริหารทั่วไปในภาพรวม มีผลการดำเนินงานในระดับคุณภาพดีเยี่ยม (μ=4.85,σ=0.36) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา (Dropout) (μ=4.99,σ=0.12) รองลงมาได้แก่ การปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ (μ=4.90,σ=0.29) การเพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา (μ=4.86,σ=0.35) การจัดการสภาพแวดล้อมและอาคารสถานที่ (μ=4.85,σ=0.36) การเสริมสร้างป้องกันภัยในสถานศึกษา(μ=4.79,σ=0.41) และการพัฒนาระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ (μ=4.70,σ=0.46) ตามลำดับ
2. การรายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รายงานผลการติดตามต่อคณะกรรมการ ก.ต.ป.น. ประมวลผลข้อมูลของสถานศึกษาในสังกัดทั้ง 211 แห่ง พบว่ามีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับ "ดีเยี่ยม" (ค่าเฉลี่ย 4.85) ด้านวิชาการ (ค่าเฉลี่ย 4.83) ด้านงบประมาณ (ค่าเฉลี่ย 4.80) ด้านบริหารงานบุคคล (ค่าเฉลี่ยสูงสุด 4.86) ด้านบริหารทั่วไป (ค่าเฉลี่ย 4.85)
2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นการรายงานเพื่อสะท้อนผลการ ขับเคลื่อนนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) และจุดเน้นต่างๆ เช่น การลดภาระงานครู และการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (1) การลดภาระงานครู ผ่านการประเมินผลการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน(PA) และการจัดทำเอกสารงานธุรการชั้นเรียนที่มีระบบ (2) การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (3) โอกาสและความเสมอภาค รายงานความสำเร็จในการป้องกันเด็กหลุดจากระบบ
3) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด (ศธจ.) ตามคำสั่งแต่งตั้ง ก.ต.ป.น. กำหนดให้มีการรายงานผลการติดตาม ตรวจสอบประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาต่อ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด (ศธจ.) (1) การจัดการหลักสูตรและผลสัมฤทธิ์ ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (2) ความปลอดภัยในสถานศึกษา การรายงานเรื่องมาตรการป้องกันภัยในโรงเรียนและสภาพแวดล้อมอาคารสถานที่ (3) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การรายงานผลต่อ ศธจ.
3. คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) มีการนำผลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้ง 4 ด้าน ดังนี้
1) ด้านวิชาการ ผลการประเมินแสดงความสำเร็จในระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่อยู่ในระดับสูงสุด ประเด็นที่ต้องเร่งนำไปปรับปรุงคือ การบริหารจัดการหลักสูตรและการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แนวทางการพัฒนาที่สำคัญคือการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่นและความต้องการของผู้เรียน พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และสร้างความเข้มแข็งให้กับการนิเทศภายในสถานศึกษา
2) ด้านงบประมาณ ผลการติดตามพบว่า สถานศึกษาสามารถจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีได้ดี แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนและระยะเวลาที่กำหนด การนำผลไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพในด้านนี้จึงมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล โดยกำชับให้สถานศึกษาดำเนินการเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับปฏิทินการดำเนินงาน
3) ด้านบริหารงานบุคคล ผลการดำเนินงานในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (4.86) โดยเด่นชัดในเรื่องการเสริมสร้างวินัยและการทำข้อตกลงพัฒนางาน (PA) ผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่าครูและบุคลากรยังมีข้อจำกัดด้าน ทักษะภาษาและเทคโนโลยีดิจิทัล การนำผลไปใช้จึงเน้นการจัดหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะที่เจาะจงในด้านภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4) ด้านบริหารทั่วไปพบว่า สถานศึกษามีผลการดำเนินงานโดดเด่นในด้านการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา (Dropout) และการปลูกฝังความรักในสถาบันหลัก การนำผลไปใช้มุ่งเน้นไปที่การแก้จุดอ่อนเรื่อง ระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ และการเสริมสร้างการป้องกันภัยในสถานศึกษา โดยมีแนวทางการพัฒนาคือการเร่งปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีความทันสมัย เสถียร และครอบคลุมทุกส่วนงาน
4. ปัญหาอุปสรรค คือ
1) ด้านวิชาการ การบริหารจัดการหลักสูตร และการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนยังเป็นประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ต้องพัฒนาให้สูงขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
2) ด้านงบประมาณ พบข้อจำกัดในการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปี ซึ่งมีค่าเฉลี่ยการดำเนินงานต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับการจัดทำแผนและการกำกับติดตาม
3) ด้านบริหารงานบุคคล ครูและบุคลากรทางการศึกษายังมีข้อจำกัดในการพัฒนาทักษะด้านภาษาและเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ควรได้รับการส่งเสริมให้มากขึ้น
4) ด้านบริหารทั่วไป การพัฒนาระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา
5. ข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) ด้านวิชาการ ควรปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา เร่งรัดมาตรการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน โดยการใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการนิเทศภายในที่เข้มแข็ง 2) ด้านงบประมาณ ควรเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณ 3) ด้านบริหารงานบุคคล ดังนี้
ควรส่งเสริมและจัดหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษา 4) ด้านบริหารทั่วไป ควรเร่งพัฒนาระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษาให้มีความทันสมัย เสถียร และครอบคลุมการใช้งานในทุกส่วน
กิจกรรม นิเทศ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น ของ สพฐ. ปีงบประมาณ 2569
กิจกรรม นิเทศ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น ของ สพฐ. ปีงบประมาณ 2568
กิจกรรม นิเทศ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น ของ สพฐ. ปีงบประมาณ 2567
บันทึกรายงาน ก.ต.ป.น. ต่อ สพป.ร้อยเอ็ด เขต3 , ศึกษาธิการจังหวัด , สพฐ.