ประเด็นการพิจารณาที่ 1.4 การศึกษา วิเคราะห์ วิจัยการบริหารและการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ครอบคลุมภารกิจงาน 4 ด้าน
📙 ผลการดำเนินงาน วิธีการดำเนินงาน
1. การศึกษา วิเคราะห์ วิจัยการบริหารและการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
1.1 ชื่อผลงาน รูปแบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาแบบร่วมมือ โดยใช้กระบวนการโคโฟร์อาร์พลัส (Co-4R)+ เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3
1.2 การมีส่วนร่วมดำเนินงานในรายงานการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยการบริหารและการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของคณะกรรมการ ก.ต.ป.น.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ร่วมกับ ก.ต.ป.น. และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติผ่านภารกิจการบริหารจัดการ 4 ด้าน โดยประยุกต์ใช้หลักการบริหารเชิงระบบและหลักธรรมาภิบาล มุ่งยกระดับคุณภาพเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา ครู และผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ ผ่านรูปแบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาแบบร่วมมือโดยใช้กระบวนการโคโฟร์อาร์พลัส (Co-4R)+ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการพัฒนา 4 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพและแนวทางการบริหารจัดการศึกษา โดยศึกษายุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และมาตรฐานการศึกษา มาใช้ในการกำหนดแนวทางและเครื่องมือในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา โดยการดำเนินการ คือ
1) แต่งตั้งคณะทำงาน
2) ประชุมจัดทำเครื่องมือและจัดทำแผนการติดตาม
3) สังเคราะห์กระบวนการติดตามจากแนวคิดการบริหาคุณภาพและการดำเนินงานได้กระบวนการ 4R ประกอบด้วย R1: Replan คือการนำผลการดำเนินงานมาทบทวนและจัดทำแผน R2: Reder คือ การขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้งานสำเร็จ R3: Re-Check คือการตรวจสอบเป็นระยะ R4: Refine คือ การปรับปรุง พัฒนาเพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้น
4) สื่อสารสร้างความเข้าใจ โดยการประชุมชี้แจงแนวทางการติดตามแก่สถานศึกษา 211 แห่ง
5) ลงพื้นที่ติดตาม ใช้แบบติดตามที่พัฒนาขึ้น โดย ก.ต.ป.น. ร่วมกับศึกษานิเทศก์ 6) สรุปผลการติดตามการบริหารจัดการศึกษาทั้ง 4 ด้านของสถานศึกษา พร้อมข้อเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการเพื่อยกระดับคุณภาพ
ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา นำข้อมูลสภาพและแนวทางการบริหารจัดการศึกษา จากระยะที่ 1 มาดำเนินการตามขั้นตอน ประกอบด้วย
1) จัดทำร่างรูปแบบ ซึ่งมีองค์ประกอบ 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) ขอบเขตการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา 4) กระบวนการ 5) การวัดและประเมินผล และ 6) เงื่อนไขความสำเร็จ และนำข้อเสนอแนะในระยะที่ 1 ซึ่งเห็นว่าการสร้างความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินงานทุกขั้นตอนจะส่งผลให้การดำเนินการตรงสอดคล้องกับความต้องการและบริบทการดำเนินการบริหารจัดการของสถานศึกษามากขึ้น จึงปรับปรุงและพัฒนากระบวนการของรูปแบบจาก 4R เป็นกระบวนการแบบร่วมมือ Co-4R
2) สร้างรูปแบบ
3) การตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ ด้านความถูกต้อง และความเป็นไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญ
4) ปรับปรุงรูปแบบ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และ
5) ทดลองใช้รูปแบบกับสถานศึกษา3 ขนาด (ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่)
ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา โดยนำรูปแบบที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ นำไปทดลองใช้ และผ่านการปรับปรุงแก้ไข จากระยะ 2 นำมาใช้กับสถานศึกษาในสังกัดทั้ง 211 แห่ง และประเมินผลจัดการศึกษาของสถานศึกษา 4 ด้าน ความพึงพอใจต่อรูปแบบ และความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของรูปแบบ
ระยะที่ 4 ประเมินคุณภาพของรูปแบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ซึ่งในขั้นนี้เป็นการประเมินผลและข้อเสนอแนะที่เกิดจากการใช้รูปแบบจากระยะที่ 3 พบว่า ควรมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงาน จึงได้ปรับจาก กระบวนการ Co-4R เป็น รูปแบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาแบบร่วมมือ โดยใช้กระบวนการโคโฟร์อาร์พลัส (Co-4R)+ โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Driven) มาบริหารจัดการในรูปแบบออนไลน์ สร้างระบบสารสนเทศ รายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา เพื่อใช้ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
1.3 การนำผลที่ได้จากรายงานการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย การบริหารและการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไปใช้ในการปรับปรุง พัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ในสังกัด ดังนี้
1.3.1 ด้านวิชาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้นำผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา มาสังเคราะห์เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารวิชาการ 6 ด้าน ดังนี้
1) การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้น (พ.ศ. 2568) เพื่อสร้างหลักสูตรที่ยืดหยุ่น ควบคู่กับการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ
2) การส่งเสริมการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง บูรณาการผ่านโครงการเทิดทูนสถาบันหลักและกิจการลูกเสือ โดยจัดกิจกรรมบรรยายหลักธรรมและประวัติศาสตร์แก่สามเณร และพัฒนาศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย
3) การพัฒนาระบบสารสนเทศและธุรการชั้นเรียน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาบุคลากรด้านระบบสารสนเทศ (DMC และ OBEC-Asset) ครอบคลุมทุกสถานศึกษาในสังกัด เพื่อให้การจัดเก็บและรายงานข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามปฏิทินปฏิบัติงาน
4) การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพัฒนารูปแบบการยกระดับคุณภาพการอ่านและการเขียน พร้อมพัฒนาทักษะครูผู้สอนด้านการวัดและประเมินผล (Assessment for Learning) โดยใช้ผลการทดสอบระดับชาติ (RT, NT, O-NET) เป็นฐานในการวางแผนพัฒนาการจัดการเรียนการสอน
5) การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา: ขับเคลื่อนระบบประกันคุณภาพภายในผ่านระบบออนไลน์ (Online) สำหรับสถานศึกษาในสังกัด 211 แห่ง และเตรียมความพร้อมเชิงลึกแก่สถานศึกษาเป้าหมายที่จะรับการประเมินภายนอก เพื่อยกระดับการจัดทำรายงานประเมินตนเอง (SAR) ให้มีมาตรฐานและคุณภาพตามที่กำหนด
1.3.2 ด้านงบประมาณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้นำผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา มาสังเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณใน 3 ด้าน ดังนี้
1) การวางแผนและขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ: ดำเนินโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการผ่านระบบออนไลน์สำหรับผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาทั้ง 211 แห่ง เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา
ให้มีความสอดคล้องกับนโยบาย จุดเน้น และบริบทของพื้นที่ มุ่งเน้นการใช้แผนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาอย่างมีระบบและยั่งยืน
2) การเพิ่มสมรรถนะการบริหารการเงินและพัสดุ: เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านการเงิน การบัญชี และเจ้าหน้าที่พัสดุ ผ่านกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบกฎหมายและพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีความถูกต้อง รวดเร็ว และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ
3) การพัฒนาระบบกำกับติดตามและตรวจสอบภายใน: ขับเคลื่อนการตรวจสอบงบประมาณสถานศึกษาโดยใช้เครือข่ายและการบริหารแบบมีส่วนร่วม ผ่านการอบรมชี้แจงแนวทางการตรวจสอบด้านการเงิน บัญชี พัสดุ และงบโครงการอาหารกลางวัน พร้อมทั้งติดตามงบลงทุนค่าปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างในโรงเรียนเป้าหมาย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารงานภาครัฐ ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน และรักษาผลประโยชน์สูงสุดของทางราชการและผู้เรียน
1.3.3 ด้านบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้นำผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา มาสังเคราะห์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบบริหารทรัพยากรบุคคล 5 ด้าน ดังนี้
1) การบริหารอัตรากำลังและวิทยฐานะ: พัฒนาแผนอัตรากำลังสถานศึกษาให้สอดคล้องกับภารกิจและข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบัน พร้อมขับเคลื่อนการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) โดยเน้นความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เพื่อใช้ผลการประเมินในการพัฒนาวิทยฐานะอย่างเป็นธรรม
2) การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและนวัตกรรม: ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับสมรรถนะครูสู่การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นเลิศ (Best Practice)
3) การเสริมสร้างขวัญกำลังใจและธรรมาภิบาล: ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรที่มีผลงานดีเด่นผ่านรางวัลระดับชาติและระดับจังหวัด (OBEC AWARDS) ควบคู่กับการเสริมสร้างวินัย จรรยาบรรณวิชาชีพ และหลักธรรมาภิบาล เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
1.3.4 ด้านบริหารทั่วไป สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้สังเคราะห์แนวทางการบริหารจัดการเพื่อความปลอดภัยและความเท่าเทียมทางการศึกษา 6 ด้าน ดังนี้
1) ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อม: ขับเคลื่อนระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนและคัดเลือกสถานศึกษาต้นแบบ "ปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม" พร้อมสร้างทักษะการเอาชีวิตรอดทางน้ำให้แก่ผู้เรียนทุกแห่งในสังกัด
2) การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ: พัฒนาศักยภาพครูผู้รับผิดชอบงานข้อมูลในการจัดเก็บและรายงานข้อมูลผ่านระบบ DMC, OBEC-Asset และ eMENSCR ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน
3) การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา: ดำเนินโครงการ "พาน้องกลับมาเรียน" (Obec Zero Dropout) เพื่อติดตามเด็กตกหล่นกลับเข้าสู่ระบบ และพัฒนาทักษะผู้คัดกรองคนพิการทางการศึกษาในการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) เพื่อดูแลผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
4) การส่งเสริมค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง: น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา (รัชกาลที่ 10) สู่การปฏิบัติ ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและโครงการเทิดทูนสถาบันหลัก เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองดีให้แก่บุคลากรและผู้เรียนอย่างยั่งยืน
1.4 การเผยแพร่ผลการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยการบริหารและการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 3 ดำเนินการเผยแพร่ผลงานวิจัยและการศึกษา วิเคราะห์อย่างเป็นระบบผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ดังนี้
1.4.1 การเผยแพร่ผ่านการประชุมและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แก่
1) นำเสนอและเผยแพร่ในการประชุมคณะกรรมการผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ทุกวันพฤหัสบดี
2) นำเสนอและเผยแพร่ในการประชุมประจำเดือนของผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อนำเสนอนโยบาย ผลการติดตาม ตรวจสอบ งานเกี่ยวข้องกับภารกิจ 4 ด้าน แก่ผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 211 แห่ง
3) นำเสนอและเผยแพร่การประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขตตรวจราชการที่ 12
4) นำเสนอและเผยแพร่ในนิทรรศการและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Best Practice และผลงาน เชิงประจักษ์การดำเนินงานของสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับเขตตรวจราชการ และระดับชาติ
5) นำเสนอและเผยแพร่ในการประชุมการติดตามประเมินผล ปีงบประมาณ 2567 - 2568 ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) ครั้งที่ 1/2568 วันที่ 18 เมษายน 2568 ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ห้องประชุมศรีโพนทอง โรงเรียนพนาลัยวิทยาเสริม และครั้งที่ 3/2568 วันที่ 19 กันยายน 2568ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3
6) นำเสนอและเผยแพร่รายงานในการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการรายงานการติดตามประเมินผลการบริหารและการจัดการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรายงานผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรมในระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR)
1.4.2 การเผยแพร่ผ่านช่องทางดิจิทัลและสื่อออนไลน์
1) เว็บไซต์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 (roiet3.go.th) ได้มีการเผยแพร่รายงานการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล อาทิ รายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา รายงานการสังเคราะห์ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา รายงานการพัฒนารูปแบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาแบบมีส่วนร่วม Co-4R+ เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาและผู้สนใจใช้ประโยชน์
2) วารสารกิจกรรม สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 รูปแบบจดหมายข่าวออนไลน์เป็นประจำวัน และรายเดือน เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน 3) สื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ เพจ facebook.com/SppRoiet3 ช่องyoutube.com/@ROIET3Channel และกลุ่มไลน์ผู้บริหารสถานศึกษา แจ้งข่าวราชการ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 กลุ่มไลน์ครูและบุคลากรในสังกัด ประชาสัมพันธ์ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 เพื่อรายงานข้อมูล ผลการดำเนินงาน ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ไปยังสถานศึกษาและสาธารณชน
2. ปัญหาอุปสรรค 1) บุคลากรมีจำนวนน้อยและต้องรับผิดชอบภาระงานหลายด้าน ทำให้การศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และการเผยแพร่ผลงาน ขาดความต่อเนื่อง 2) บุคลากรบางส่วนยังขาดความรู้ ความเข้าใจ เทคนิคการให้คำชี้แนะ (Coaching) และการเป็น พี่เลี้ยง (Mentoring) ทักษะที่จำเป็นในการทำวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ 3) สถานศึกษาในสังกัดมีจำนวนมาก และเวลาในการดำเนินงานที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถศึกษาและติดตามผลได้อย่างครอบคลุมทุกมิติหรือทุกพื้นที่ 4) สถานศึกษาหรือครูผู้สอนยังขาดการนำผลการศึกษาไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนการสอน 5) การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหรือบุคลากรที่รับผิดชอบบ่อย ส่งผลให้การดำเนินงานวิจัยและเผยแพร่ข้อมูลขาดความต่อเนื่อง
3. ข้อเสนอแนะ
1) ควรกำหนดหน้าที่รับผิดชอบหรือภาระงานของบุคลากรให้ชัดเจนและสร้างเครือข่าย ความร่วมมือ ทั้งภายในและภายนอกเขตพื้นที่การศึกษา โดยให้คณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการจัดการศึกษา (อ.ก.ต.ป.น.) หรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ขับเคลื่อนงาน เและควรกำหนดปฏิทิน ตารางการทำงานในภาพรวมของสำนักงานเขตให้ชัดเจน เพื่อวางแผนงานการดำเนินงาน ให้สามารถปฏิบัติตามแผนงงานที่วางไว้
2) ควรเสริมสร้างทักษะการทำวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล และเทคนิคการให้คำชี้แนะ (Coaching) และการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) เพื่อเพิ่มทักษะบุคลากร และใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อให้บุคลากรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และฝึกทักษะการวิจัยในชั้นเรียนหรือการบริหารร่วมกัน และAI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่
3) พัฒนาหรือนำระบบการนิเทศออนไลน์มาใช้ เพื่อให้สามารถติดตามผลและเผยแพร่ข้อมูลได้ครอบคลุมทุกแห่ง โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะทาง หรือใช้วิธีนิเทศเป็นจุด หรือมอบหมายให้ อ.ก.ต.ป.น. ประจำกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษา ลงพื้นที่ติดตามแทนคณะกรรมการ ก.ต.ป.น. เพื่อให้การติดตามผลครอบคลุมทุกพื้นที่
4) กำหนดช่องทางการเผยแพร่ที่หลากหลายและเข้าถึงง่าย เช่น เว็บไซต์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สื่อสังคมออนไลน์ (Facebook/YouTube) วารสารวิชาการ หรือการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และส่งเสริมการมีผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice ) ครอบคลุมภารกิจงานของสถานศึกษา4 ด้าน ด้านบริหารวิชาการ ด้านบริหารงบประมาณ ด้านบริหารงานบุคคล และด้านบริหารทั่วไป และจัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
5)จัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศและระบบการรายงานผลการดำเนินงานให้เป็นปัจจุบัน และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ผู้ที่มารับหน้าที่ใหม่สามารถศึกษาและดำเนินงานต่อได้ทันที และควรจัดประชุมชี้แจงและส่งมอบงานให้ผู้บริหารหรือบุคลากรที่บรรจุใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และแนวทางการดำเนินงานที่ค้างอยู่ให้มีความเชื่อมโยงกัน