🍂 แนวทางการประเมิน
1. การพัฒนาตนเองในวิชาชีพอาจารย์อย่างต่อเนื่อง
2. ธำรงไวซึ่งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอาจารย์
สรุปผลการประเมินตนเองตามมาตรฐานวิชาชีพอาจารย์ (KPRU-PSF) ผศ.ดร.ยุทธนา พันธ์มี
บทนำและบริบททางวิชาชีพ (Professional Context and Overview)
การพิจารณาความก้าวหน้าทางวิชาชีพภายใต้กรอบมาตรฐาน KPRU-PSF มิใช่เพียงการประเมินตามเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่คือการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ถึงการเติบโตและผลกระทบของอาจารย์ที่มีต่อสถาบัน รายงานนี้สรุปผลการประเมินตนเองของข้าพเจ้า อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาการประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ ผู้มีเส้นทางวิชาชีพที่สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างเป็นระบบ (Professional Progression) โดยเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2550 ในฐานะพนักงานราชการ (สายสนับสนุน) ก่อนจะก้าวสู่สายวิชาการในปี 2555 จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปร.ด. ด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยนเรศวรในปี 2563
ด้วยประสบการณ์รวมในรั้วมหาวิทยาลัยกว่า 19 ปี (ประสบการณ์สอน 14 ปี) ข้าพเจ้าได้แสดงความจำนงขอรับการประเมินใน "ระดับที่ 2 อาจารย์ที่เกื้อกูลเพื่อนร่วมวิชาชีพให้มีคุณภาพ" ซึ่งเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สอดรับกับตำแหน่งบริหารที่ผ่านมา อาทิ ประธานสาขาวิชา ผู้ช่วยคณบดี และกรรมการสภามหาวิทยาลัย บทบาทเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้ามิได้เป็นเพียงผู้สอน แต่เป็น "พี่เลี้ยง" (Mentor) และ "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" (Change Agent) ที่นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาบูรณาการเพื่อยกระดับคุณภาพเพื่อนร่วมวิชาชีพตามรายการหลักฐาน KPRU-PSF01 - 04 อย่างครบถ้วน และด้วยจากการนำความรู้ในศาสตร์ที่ข้าพเจ้ามีความเชี่ยวชาญไปพัฒนาการเรียนการสอนและการบริการวิชาการโดยบูรณาการร่วมกับการดำเนินเงานด้านการวิจัยในการพัฒนาสมรรถนะผู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ตามโครงการวิจัย 1)การพัฒนาสมรรถนะเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาด้วยการเรียนการสอนแบบไฮบริด ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏ 2)รูปแบบการเรียนการสอนด้วยการเรียนรู้นำตนเองร่วมกับการเรียนรู้แบบเชิงรุก เพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านวิธีวิทยาการจัดการเรียนรู้ สำหรับนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏ และ3)ผลการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนกองทุนการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 โดยได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารในฐาน TCI 2 ซึ่งเป็นที่มาของการได้รับการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ "ผู้ช่วยศาสตราจารย์" ในเวลาต่อมา อันเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานอย่างที่สุด
รางวัลผู้ประพฤติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพดีเด่น
โดยคณะครุศาสตร์ เนื่องในพิธีมอบประกาศนียบัตร 19 มี.ค. 66
รางวัลผู้ประพฤติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพดีเด่น
โดยมหาวิทยาลัย เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏ 29 ก.ย. 66
🍂 ผลการดำเนินการ
องค์ประกอบที่ 3 ค่านิยมและจริยธรรมวิชาชีพ (Values and Professional Ethics)
ค่านิยมของข้าพเจ้า คือ "พันธสัญญา" แห่งความโปร่งใสและการอุทิศตนเพื่อลดช่องว่างทางการศึกษา และพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีผลการดำเนินงานดังนี้
3.1 การพัฒนาตนเองต่อเนื่อง นอกจากการสำเร็จปริญญาเอก ข้าพเจ้ายังพัฒนาตนเองสู่การเป็น Master Trainer ที่สามารถดึงแหล่งทุนภายนอกระดับประเทศ เช่น Fundamental Fund (สกสว.) และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในปี 2569 มาเป็นฐานในการเป็นพี่เลี้ยง (Mentor) ให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัย
3.2 จรรยาบรรณวิชาชีพ ข้าพเจ้ามีความโดดเด่นด้าน "Academic Integrity" โดยมีการลงนามยืนยันการไม่ใช้ Generative AI ในการจัดทำเอกสาร PSF01 ซึ่งสะท้อนถึงความซื่อสัตย์ทางวิชาการในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับรางวัล "ผู้ประพฤติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพดีเด่น" ปี 2566 และ 2567
กรณีศึกษาเชิงพื้นที่ (Spatial Impact) ข้าพเจ้าได้นำศาสตร์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ICT ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ห่างไกล (โรงเรียน ตชด. และโรงเรียนกองทุนการศึกษา) โดยเฉพาะนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ "ทวิ/พหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน" (Mother Tongue-based) เพื่อยกระดับการศึกษาของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดกำแพงเพชร และตาก ซึ่งถือเป็นการใช้จริยธรรมวิชาชีพเพื่อรับใช้สังคมอย่างเป็นรูปธรรม