Marine Insurance
การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Insurance)
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1. การประกันภัยตัวเรือ (Marine Hull Insurance)
1.1. ตัวเรือ (Hull)
1.2. เครื่องจักร และ อุปกรณ์ (Machinery and Equipment)
2. การประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo Insurance)
องค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการ
สินค้า
พาหนะในการขนส่ง
ภัยที่คุ้มครองและ เงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์
ภัยทางทะเล (Peril of the sea) เช่น ภัยจากพายุ มรสุม เรือจม เรือชนกัน และเรือเกยตื้น
อัคคีภัย (Fire) เกิดไฟไหม้ แต่ต้องไม่ได้เกิดจากความประพฤติผิดของผู้เอาประกันภัย หรือลุกไหม้ขึ้นเองของสินค้าอันเนื่องจากธรรมชาติ
การ ทิ้งทะเล (Jettisons) หมายถึง การเอาของทิ้งทะเลเพื่อให้เรือเบาลง
การโจรกรรม (Thieves) หมายถึง การโจรกรรมอย่างรุนแรงโดยการใช้กำลังเพื่อช่วง ชิงทรัพย์
การทำโดยทุจริตของคนเรือ (Barratry) หมายถึง การกระทำโดยมิชอบของคนบนเรือโดยเจตนากลั่นแกล้งทุจริต และการกระทำนั้นต้องปราศจากการรู้เห็นเป็นใจ ของเจ้าของทรัพย์
การเลือกซื้อความคุ้ม ครอง
มี 3 แบบ โดยความคุ้มครองไม่เท่ากัน ดังนี้
F.P.A. (Free from Particular Average) ความคุ้มครองแคบสุด กล่าวคือ บริษัทฯจะชดใช้ค่าสินไหมเฉพาะสินค้าเสียหายสิ้นเชิงเท่านั้น
W.A. (With Average) คุ้มครองทั้งความเสียหายสิ้นเชิงและเสียหายบางส่วน แต่เสียหายบางส่วนต้องไม่ต่ำกว่า 3 %
All Risks เป็นเงื่อนไขความคุ้มครองกว้างที่สุด ไม่จำกัดเปอร์เซ็นต์ความสูญเสีย
เงื่อนไขและขอบเขตความ คุ้มครอง
ในประเทศไทย เงื่อนไขความคุ้มครองส่วนใหญ่ มักยึดตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ใช้กันในประเทศอังกฤษ เงื่อนไขความคุ้มครอง จะขึ้นด้วยคำว่า "Institute"และมีชุดเงื่อนไขความคุ้มครอง 3 ชุด ที่เป็นที่นิยมกัน ได้กำหนดขอบเขต ความเสี่ยงภัยที่คุ้มครองลดหลั่นกันดังนี้
The Institute Cargo Clauses 'A' (ICC A)
The Institute Cargo Clauses 'B' (ICC B)
The Institute Cargo Clauses 'C' (ICC C)
ภัยที่คุ้มครองใน Institute Cargo Clauses 'A'
คุ้มครองการเสี่ยงภัยทุกชนิด(ที่ไม่เป็นสิ่งที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสืบเนื่องจากสาเหตุภายนอก)ภายใต้กรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยจะต้องแสดงให้เห็นว่าเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายจริง ซึ่งความสูญเสียนั้นเป็นเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นและเป็นสาเหตุโดยตรงต่อความ สูญเสีย ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องมีส่วนได้เสียจึงจะมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าสิน ไหมทดแทน ส่วนผู้รับประกันภัยจะต้องพิสูจน์ว่าความสูญเสีย หรือเสียหายที่เกิดขึ้นมีสาเหตุหรือสืบเนื่องจากภัยระบุที่ยกเว้นไว้
นอกจากนี้ความสูญเสียหรือความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเนื่องจากกรณี General Average และ/หรือ Booths to Blame Collision
General Average Clause ให้ความคุ้มครอง
ความสูญเสียที่เป็นของส่วนรวม และค่าตอบในการกอบกู้ทรัพย์สิน ที่ต้องร่วมรับผิดตามที่กำหนดในสัญญาขนส่ง หรือวิธีปฏิบัติและกฎที่มีผลบังคับใช้
ความสูญเสียหรือค่าตอบแทนนั้นต้องเพื่อหลีกเลี่ยง หรือเกี่ยวเนื่องกับการหลีกเลี่ยงความสูญเสียจากภัยที่คุ้มครอง หรือไม่ได้ถูกยกเว้น
Boths to Blame Collision Clause ให้ความคุ้มครอง
การชดใช้ค่าสินไหม ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดภายใต้เงื่อนไข "การโดนกันของเรือแล้วผิดทั้งคู่" ในสัญญาขนส่ง
ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งผู้รับประกันภัย เมื่อเจ้าของเรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อผู้รับประกันภัยจะได้มีสิทธิต่อสู้การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว
ข้อยกเว้นความคุ้มครองใน Institute Cargo Clauses 'A'
การกระทำมิชอบโดยเจตนาของผู้เอาประกันภัย
การรั่วไหลไปตามปกติ การขาดหายไปตามปกติของปริมาณ หรือน้ำหนัก หรือการสึกหรอและสึกกร่อนตามปกติ
การบรรจุหีบห่อ หรือการจัดเตรียมที่ไม่เพียงพอ หรือไม่เหมาะสมในวัตถุแห่งการประกันภัย
ข้อเสียในตัวเองหรือลักษณะตามธรรมชาติของวัตถุแห่ง การประกันภัย
การล่าช้า แม้ว่าการล่าช้านั้นเกิดจากภัยที่คุ้มครองก็ตาม
การล้มละลาย หรือการไม่สามารถใช้หนี้สิน ไม่ว่าของเจ้าของเรือ ผู้เช่าเหมาเรือ หรือตัวแทนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่กล่าวมา
การใช้อาวุธสงครามที่อาศัยการแตกตัว หรือการหลอมตัวของปรมาณู หรือผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี
เรือ หรือยาน ไม่พร้อมที่จะใช้เดินทะเล หรือ ยาน ยวดยาน ตู้ลำเลียง หรือตู้ยก ที่จะใช้ในการบรรทุกสินค้า ไม่พร้อมสมบูรณ์ไม่ปลอดภัยพอ โดยที่ผู้เอาประกันภัย หรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยมีส่วนรู้เห็นด้วย
ข้อยกเว้นภัยสงคราม
9.1 สงครามกลางเมือง การปฏิวัติ กบฏแข็งข้อ ต่างๆ
9.2 การถูกจับกุม กักกัน หน่วงเหนี่ยว (ยกเว้นการกระทำการเป็นโจรสลัด)
9.3 การถูกทิ้งทุ่นระเบิด ตอร์ปิโด ระเบิด หรืออาวุธสงครามอื่นใด
ข้อยกเว้นภัยนัดหยุดงาน
10.1 คนงานที่นัดหยุดงาน หรือถูกปิดงาน หรือมีส่วนร่วมในการก่อความไม่สงบ
10.2 การจราจร การปิดงาน ความไม่สงบทางแรงงาน
10.3 การก่อความวุ่นวายโดยฝูงชน อันเกิดจากการก่อการร้าย
ภัยที่คุ้มครองใน Institute Cargo Clauses 'B'
คุ้มครองการเสี่ยงภัยเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
1. ความสูญเสียหรือเสียหาย หรือมีผลสืบเนื่องจากภัย ต่อไปนี้
อัคคีภัย หรือ การระเบิด
เรือ หรือ ยวดยานเกยตื้น จม พลิกคว่ำ
การคว่ำหรือตกรางของยานพาหนะทางบก
การชนหรือการโดนกันของเรือ ยวดยาน หรือยานพาหนะ กับวัตถุ ภายนอกใดๆ ก็ตามนอกเหนือจากน้ำ
การขนถ่ายสินค้าลงที่ท่าใช้หลบภัย
แผ่นดินไหว การระเบิดของภูเขาไฟ หรือฟ้าผ่า
2. ความสูญเสียหรือเสียหาย โดยมีสาเหตุโดยตรงจากภัย ต่อไปนี้
การถูกสละไปอันถือได้ว่าเป็นการสูญเสียเพื่อส่วนรวม
การถูกทิ้งทะเล หรือการถูกน้ำซัดตกไปจากเรือ
การที่น้ำทะเล น้ำทะเลสาบ หรือน้ำในแม่น้ำ เข้ามาในระวางเรือหรือยวดยาน หรือเข้ามาในตู้ลำเลียง ตู้ยก หรือสถานที่เก็บวางสินค้า
3. ความสูญเสียโดยสิ้นเชิงของหีบห่อใด ซึ่งตกจากเรือ หรือตกลงมาในขณะขนขึ้น หรือขนลงจากเรือ หรือยวดยานนอกจากนี้ความสูญเสียหรือความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเนื่องจากกรณี General Average และ/หรือ Booths to Blame Collision ก็ได้รับความคุ้มครองด้วย
ข้อยกเว้นความคุ้มครองใน Institute Cargo Clauses 'B' เหมือนกับข้อยกเว้นความคุ้มครองใน Institute Cargo Clauses 'A' เพียงแต่เพิ่ม
- การทำความเสียหายโดยเจตนา หรือการทำลายโดยเจตนาต่อวัตถุที่เอาประกันภัย หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในวัตถุแห่งการประกันภัย โดยการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ว่าโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือหลายบุคคลก็ตาม
ภัยที่คุ้มครองใน Institute Cargo Clauses 'C'
คุ้มครองการเสี่ยงภัยเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
1. ความสูญเสียหรือเสียหาย หรือมีผลสืบเนื่องจากภัย ต่อไปนี้
อัคคีภัย หรือ การระเบิด
เรือ หรือ ยวดยานเกยตื้น จม พลิกคว่ำ
การคว่ำหรือตกรางของยานพาหนะทางบก
การชนหรือการโดนกันของเรือ กับวัตถุภายนอกนอกเหนือจากน้ำ
การขนถ่ายสินค้าลงที่ท่าที่ใช้หลบภัย
2. ความสูญเสียหรือเสียหาย โดยมีสาเหตุโดยตรงจากภัย ต่อไปนี้
การถูกสละไปอันถือได้ว่าเป็นการสูญเสียเพื่อส่วนรวม
การถูกทิ้งทะเล
ข้อยกเว้นความคุ้มครองใน Institute Cargo Clauses 'C' เหมือนกับข้อยกเว้นความคุ้มครองใน Institute Cargo Clauses 'B'
การประกันภัยทางทะเลและการขนส่ง (Marrine Insurance)
ตารางเปรียบเทียบที่รับเสี่ยงตามเงื่อนไข Institute Cargo Clauses
ตัวอย่างเงื่อนไขความคุ้มครองในแต่ละประเภทกรมธรรม์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้
0 - คุ้มครอง, x - ไม่คุ้มครอง
สัญญาซื้อขายระหว่างประเทศกับการประกัน ภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล
FOB (Free on Board)
ผู้ขายสินค้า มีหน้าที่และความรับผิดชอบนำสินค้าที่ผู้ซื้อส่งขึ้นเรือเดินสมุทรเท่านั้น โดยไม่ต้องเสียค่าระวางเรือ และไม่ต้องซื้อประกันภัย ในการขนส่งสินค้านั้นด้วย ผู้ซื้อเป็นผู้จ่ายค่าระวางเรือและทำประกันภัย
C&F (Cost and Freight )
ผู้ขายสินค้า มีหน้าที่และความรับผิดชอบนำสินค้าที่ผู้ซื้อส่งขึ้นเรือเดินสมุทรพร้อมทั้ง จ่ายค่าระวางเรือ ณ ต้นทาง แต่ไม่ต้องทำประกันภัยในการขนส่งสินค้านั้น
CIF (Cost, Insurance and Freight)
ผู้ขายสินค้า มีหน้าที่และความรับผิดชอบนำสินค้าที่ผู้ซื้อส่งขึ้นเรือเดินสมุทรพร้อมทั้ง จ่ายค่าระวางเรือ ณ ต้นทาง และซื้อประกันภัยคุ้มครองการขนส่งสินค้าจนถึงโรงเก็บสินค้าของผู้ซื้อ ณเมืองท่าปลายทาง
ความรับผิดชอบของ ผู้ซื้อและผู้ขายสำหรับสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ
เงื่อนไข การซื้อขายระหว่างประเทศ ที่กำหนดให้ทำประกันในประเทศไทย
กรณีการ ส่งสินค้าออก มีเงื่อนไขดังนี้
CIF (Cost, Insurance and Freight) ราคาค่าสินค้า รวมค่าประกันภัย และค่าระวางเรือเดินสมุทร ผู้ซื้อรับสินค้าที่เมืองท่าปลายทาง และเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าขึ้นจากเรือ ค่าภาษีอากรนำเข้า รวมทั้งค่าขนส่งสินค้า ตั้งแต่ขนลงจากเรือเดินสมุทร จนถึงคลังสินค้าของตน
C&I (Cost, Insurance) ราคาค่าสินค้ารวมค่าเบี้ยประกันภัย กรณีการ นำสินค้าเข้าประเทศ มีเงื่อนไขดังนี้
EX-Work ราคา ณ หน้าโรงงานโดยผู้นำเข้า (ผู้ซื้อ) ต้องจัดประกันเอง ตั้งแต่ยานพาหนะบรรทุกสินค้าออกจากหน้าโรงงานต้นทาง จนถึงเมืองท่าปลายทาง หรือคลังสินค้าปลายทาง โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งทั้งหมด
FOB (Free On Board) ราคาเฉพาะค่าสินค้าอย่างเดียว ผู้ซื้อจัดซื้อประกันภัย โดยเริ่มคุ้มครองตั้งแต่สินค้าถูกส่งลงเรือเดินสมุทร ณ เมืองท่าต้นทาง จนถึงคลังสินค้าปลายทาง โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งทั้งหมด นับแต่ได้มีการนำสินค้าลงเรือเดินสมุทรเรียบร้อยแล้ว ที่เมืองท่าต้นทาง
C&F (Cost and Freight) ราคาค่าสินค้ารวมกับค่าระวางเรือเดินสมุทร ผู้ซื้อจัดซื้อประกันภัยสินค้าตั้งแต่สินค้าขนลงเรือเดินสมุทร ณ เมืองท่าต้นทางจนถึงคลังสินค้าปลายทาง
ระยะเวลาคุ้มครอง
กรมธรรม์ ประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล ให้ความคุ้มครองความสูญเสีย หรือความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าระหว่างช่วงขนส่ง จากต้นทางถึงปลายทาง โดยไม่ได้กำหนดวันเวลาที่แน่นอนว่า สินค้าจะต้องถึงจุดหมายปลายทางเมื่อใด ขอเพียงแต่ความสูญเสียใด ๆ นั้น ระบุภายใต้เงื่อนไขคุ้มครองในกรมธรรม์
การเริ่มต้นความคุ้มครอง กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง เมื่อสินค้าที่เราประกันภัยออกจากคลังสินค้าต้นทาง ดังที่ระบุในกรมธรรม์ ทั้งนี้ผู้เอาประกัน ต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย ในการขนส่งตามเงื่อนไขการซื้อขาย
การสิ้นสุดของความคุ้มครอง ความคุ้มครองจะมีอยู่ตลอดเวลา ตราบเท่าที่การขนส่งนั้นอยู่ในเส้นทางการขนส่งปกติ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไฟ เรือฉลอม เป็นต้น รวมถึงกรณีต้องมีการเปลี่ยนถ่ายเรือเดินสมุทร (Transshipment) ในระหว่างทางการขนส่งด้วย อย่าง ไรก็ตาม ได้กำหนดเงื่อนไขสิ้นสุดความคุ้มครอง 3 กรณี เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นก่อน ความคุ้มครองนั้นสิ้นสุดลงทันทีดังนี้
เมื่อสินค้าถูกส่งที่สถานที่เก็บสินค้าของ ผู้รับสินค้า หรือผู้รับใบตราส่ง (Consignee) ที่ปลายทาง หรือสถานที่เก็บสินค้าแหล่งสุดท้ายที่ปลายทางตามระบุในกรมธรรม์
เมื่อสินค้าถูกส่งถึงที่เก็บสินค้าแห่งอื่น ใด ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างทาง หรือที่ปลายทาง ตามที่ระบุในกรมธรรม์ ซึ่งผู้เอาประกันภัย ได้ตัดสินใจที่จะใช้สถานที่นั้นเป็นที่เก็บสินค้า เพื่อทำการจำแนก แจกจ่าย หรือจำหน่ายสินค้าต่อไป
เมื่อครบ 60 วันนับจากวันที่ได้ขนส่งสินค้าลงจากเรือเดินสมุทรที่ท่าเรือแห่งสุดท้าย การขอทำความคุ้มครองล่วงหน้า (Covernote) สำหรับการส่งสินค้าโดยเฉพาะกรณีมีการสั่งนำเข้าสินค้า ท่านจะไม่ทราบล่วงหน้าโดยแน่ชัดว่าสินค้านั้น ๆ ได้ถูกส่งจากท่าเรือมาแล้วเมื่อใด ฉะนั้น เมื่อท่านมีการเปิด L/C หรือใบสั่งซื้อ ก็ควรที่จะแจ้งให้บริษัทประกันภัยออกหนังสือคุ้มครองล่วงหน้าดังกล่าวเพื่อให้ความคุ้มครองโดยอัตโนมัติทันทีที่ผู้ขายนำสินค้าลงเรือ ณเมืองท่าต้นทาง
การขอทำความคุ้มครองล่วงหน้า (Covernote) สำหรับสินค้า
โดยเฉพาะกรณีมีการสั่งนำเข้าสินค้า ท่านจะไม่ทราบล่วงหน้าโดยแน่ชัดว่า สินค้านั้นๆ ได้ถูกส่งจากท่าเรือมาแล้วเมื่อใด ฉะนั้น เมื่อท่านมีการเปิด L/C หรือใบสั่งซื้อ ก็ควรจะแจ้งให้บริษัทประกันภัยออกหนังสือคุ้มครองล่วงหน้าดังกล่าว เพื่อให้ความคุ้มครองโดยอัตโนมัติทันทีที่ผู้ขายน้ำสินค้าลงเรือ ณ เมืองท่าต้นทาง
Application for Marine Insurance
Assured
Vessel
Voyage
Amount Insured
Invoice Number
Bill of Lading
(ชื่อผู้เอาประกันภัย)
(ชื่อ เรือ) Sailing on or about
(เส้น ทางจาก) at and from .. to
(จำนวน เงินเอาประกันภัย)
(เลข ที่ใบกำกับสินค้า)
(เลข ที่ใบตราส่ง)