การวิ่งเหยาะเป็นการวิ่งออกกำลังกายแอโรบิคทั่วไปและหมายถึงวิ่งในแบบช้าๆเพื่อการบำรุงรักษาสุขภาพหรือการออกกำลังกายในการเดิน การวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นเรื่องง่ายๆที่สามารถทำได้รอบๆบริเวณของบ้าน
หลักในการแยกระหว่างวิ่งกับจ๊อกกิ้งใช้ความเร็วในการวิ่งมาพิจารณา มีการระบุไว้ว่า การวิ่งที่ความเร็วน้อยกว่า 6 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 9.656 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเป็นการวิ่งเหยาะๆ แต่ถ้าเร็วกว่านั้นจะถือเป็นการวิ่ง
อย่างไรก็ตาม การวิ่งทั้งสองประเภทต่างมีประโยชน์ในตัวของมันเองและไปด้วยกันได้ดี ก่อนการวิ่งก็ควรจะวิ่งเหยาะๆสัก 5-10 นาที เพื่อเป็นการวอร์มร่างกาย กล้ามเนื้อจะมีการเตรียมพร้อมสู่การเคลื่อนไหวที่เร็วขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนของเลือดจะเพิ่มระดับอย่างเหมาะสม ไม่พุ่งเร็วจนเกินไป เช่นเดียวกับหลังวิ่งเสร็จ การวิ่งเหยาะๆก็ช่วยให้ร่างกายคูลดาวน์ตัวเองลงเรื่อยๆ จนกลับสู่สภาวะปกติ เป็นการถนอมสภาพร่างกายไปในตัว
ก่อนวิ่ง
ควรวอร์มอัพร่างกาย 10 นาที หมุนข้อเท้า เอว คอ ไหล่ แล้วก็ขยับแข้งขับขานิดหน่อยให้ร่างกายยืดหยุ่นก่อน
เริ่มวิ่ง
เริ่มวิ่งในจังหวะช้าๆ สบายๆ ยังไม่ต้องพยายามวิ่งเร็ว ถ้าคนไม่ค่อยออกกำลังกาย อาจเริ่มด้วยการเดินเร็วๆ 1-2 นาที แล้วค่อยวิ่งเหยาะประมาณ 2 นาที
ขณะวิ่ง
เวลาวิ่งควรให้หลังตรง ให้ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นจากส้นเท้าไปถึงปลายเท้า หน้าต้องมองไปข้างหน้า เวลาวิ่งต้องผ่อนคลายไหล่ และกำมือหลวมๆพอ ส่วนแขนก็แกว่งไปตามจังหวะเล็กน้อย หายใจช้าๆ เป็นจังหวะ การเกร็งหน้าท้องเล็กน้อยระหว่างวิ่ง ก็จะช่วยให้ตัวไม่โค้งไปข้างหน้าจนเกินไป และสามารถวิ่งในท่าที่ถูกต้องได้
หลังวิ่ง
อย่าลืมผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ด้วยการเดินสัก 5 นาที และใช้เวลาอีก 5 นาที ยืดขาและแขนไปมา ให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายอีกครั้ง
ความเร็ว
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มวิ่ง ไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วมาก ค่อยเป็นค่อยไป การวิ่งเร็วจะยิ่งทำให้เหนื่อยง่ายและต้องหยุดพักเร็ว ควรใช้พลังงานและความเร็วประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด วิธีการดูความเร็วง่ายๆ คือ สามารถคุยไปด้วยได้ระหว่างทางที่วิ่งเหยาะ และไม่หอบมาก
เวลา
ควรวิ่งครั้งละ 20-30 นาที และ 3-4 ครั้งต่ออาทิตย์ และจะเพิ่มครั้งละ 30-40 นาทีก็ได้ แต่ไม่ควรเกินไปจากนั้น เพราะอาจจะทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้
วิ่งเหยาะอย่างถูกวิธี
ช่วยลดน้ำหนัก
การวิ่งเหยาะๆ ถือเป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่เป็นผลดีต่อการลดน้ำหนัก ซึ่งการวิ่งเหยาะ ๆนั้นสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าการเดินถึงสองเท่าเลยทีเดียว
ช่วยลดความตึงเครียดได้
เพราะการจดจ่ออยู่กับการวิ่งจ๊อกกิ้ง จะช่วยให้เราได้ปลดปล่อยความคิดไประหว่างทาง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสมองให้สามารถผลิตสารเอ็นดอร์ฟินจนหลั่งออกมา ซึ่งสารนี้เป็นสารเคมีธรรมชาติที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวด และช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้ได้อีกด้วย
ช่วยฝึกความอดทนให้ร่างกาย
ช่วยให้ร่างกายและจิตใจแข็งแกร่งขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง