4.3 ผลกระทบของเทคโนโลยีกับอาชีพ
เทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อสังคมรวมไปถึงอาชีพ เนื่องจากเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ สามารถทดแทนการทำงานของมนุษย์ได้ งานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาทดแทนจะเป็นงานประจำที่มีลักษณะการทำงานซ้ำๆ หรืองานที่ไม่ต้องใช้การตัดสินใจที่ซับซ้อน เช่น งานเอกสาร งานขับรถ
เนื่องจากความสามารถที่เพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ งานที่ใช้ทักษะและความรู้เฉพาะทางขั้นสูง ก็อาจจะความเสี่ยงต่อการถูกทดแทนได้เช่นเดียวกัน
ในปี พ.ศ. 2560 แอนดรูว์ แมคอาฟี (Andrew McAfee) และเอริก บรินโจล์ฟสัน (Erik Brynjolfsson) ได้ระบุว่าปัจจัยที่ใช้พิจารณาลักษณะของงานที่เสี่ยงจะถูกทดแทน คือ งานที่มีลักษณะดังนี้
• น่าเบื่อ ซ้ำซาก (Dull) – งานกลุ่มนี้ระบบอัตโนมัติสามารถทดแทนได้ง่าย
• สกปรก ยากลำบาก (Dirty) – เป็นงานที่มนุษย์ไม่ชอบและพยายามหลีกเลี่ยง
• ทำเงินได้ดี (Dear) – การพัฒนาระบบอัตโนมัติมาทดแทนต้องใช้เงินทุนสูง งานที่สร้างรายได้ไม่มากจึงไม่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาระบบอัตโนมัติมาทดแทน
• อันตราย (Dangerous) – งานที่มีอันตราย มนุษย์ไม่สามารถทำได้ หรือถ้าทำก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิต
จากเกณฑ์ดังกล่าว นักเรียนลองพิจารณาความเสี่ยงของอาชีพต่าง ๆ ได้ เช่น
อาชีพครู
อาชีพครู ถ้าพิจารณาว่าอาชีพครูมีเพียงการบรรยายเนื้อหาเดิม ๆ งานลักษณะนี้สามารถถูกแทนด้วยระบบอัตโนมัติได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าคุณมีหน้าที่ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันของนักเรียน สร้างแรงบันดาลใจและให้กำลังใจเมื่อนักเรียนรู้สึกท้อ รวมทั้งบทบาท อื่นๆนอกเหนือจากการถ่ายทอดความรู้ ทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทายนักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างมาก ในกรณีนี้อาชีพครูก็จะถูกทดแทนได้ยาก
อาชีพแพทย์
อาชีพแพทย์ มีการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถจดจำรูปแบบของฟิล์มและสามารถวินิจฉัยได้แม่นยำไม่แพ้แพทย์เฉพาะทาง ดังนั้น งานด้านนี้ของอาชีพแพทย์ก็อาจจะถูกทดแทนได้ เพราะว่าเป็นงานที่แม้จะใช้ความสามารถสูง แต่ก็เป็นงานที่มีผลตอบแทนสูงเช่นเดียวกัน
อาชีพนักแต่งเพลง
อาชีพนักแต่งเพลง ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์สูง แต่ก็อาจถูกทดแทนได้ เพราะเป็นงานที่มีผลตอบแทนสูง ในปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถแต่งเพลงได้อย่างไพเราะจนคนแยกไม่ออกว่าเพลงนั้นแต่งโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือนักแต่งเพลง
เกร็ดน่ารู้ : เทคโนโลยีกับอาชีพ
การวิเคราะห์เกี่ยวกับอาชีพในอนาคตโดย Pricewaterhouse Coopers (PwC) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ในประเทศอังกฤษและประเทศจีน พบว่าตำแหน่งงานที่จะถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติน่าจะมีประมาณ 20% ของตำแหน่งงานทั้งหมด แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นในอัตราใกล้เคียงกันในประเทศอังกฤษ สำหรับในประเทศจีนนั้นได้คาดการณ์ว่าจะมีตำแหน่งงานทดแทน 26% แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นถึง 38% ทำให้โดยรวมแล้วมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น
ถ้าดูในรายละเอียดพบว่าในหลายกลุ่มอาชีพจะมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นจำนวนมากเช่นกลุ่มสุขภาพแต่มีบางกลุ่มที่ตำแหน่งงานหายไปกับตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นใกล้เคียงกันเช่นกลุ่มค้าปลีกและค้าส่งและกลุ่มงานธุรกิจ
-38% การขนส่ง
-30% การผลิตในโรงงาน
-28% ค้าปลีกค้าส่ง
-24% การบริการและการบริหารจัดการ
-20% การบริหารจัดการสาธารณะและการป้องกัน
-5 เปอร์เซ็นต์การ
34% การสาธารณสุขและการบริการสังคม
33% งานทางด้านวิทยาศาสตร์และทางเทคนิคเฉพาะ
27% ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร
26% การค้าปลีกค้าส่ง
23% การให้บริการและการบริหารจัดการ
22% การให้บริการที่พักและการบริการอาหาร
12% การศึกษา