4.2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกับสังคมและอาชีพ
เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา ลองจินตนาการว่าถ้านอนหลับไปซัก 10 ปีเมื่อ 40 ปีก่อนเมื่อตื่นขึ้นมาอาจจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ถ้าหลับไปตอนนี้แล้วตื่นขึ้นมาในอีก 10 ปีข้างหน้า พบว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปมากจนอาจไม่เข้าใจอะไรเลย ลองพิจารณาอุปกรณ์และสิ่งของต่างๆ เช่น แผ่นซีดี แผ่นบันทึก เครื่องพิมพ์ดีด ตลับเทปเสียง ตลับเทปวีดีโอ และฟิล์มถ่ายรูป
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่างๆ ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์และการดำเนินไปของสังคม หลายครั้งพัฒนาการของเทคโนโลยีบางอย่างส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งในด้านการผลิต อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของโลก การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่แบบนี้เรียกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมแต่ละครั้งส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำรงชีวิตและการทำงานเป็นอย่างมาก
ยุคโบราณ
มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า ต่อมามีการปฏิวัติเกษตรกรรมทำให้มนุษย์มีแหล่งอาหารที่มั่นคงจากการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ มนุษย์จึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการสร้างเมืองและพัฒนาการบริหารกำลังคนที่ซับซ้อนที่เรียกว่าการปกครอง นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาหรือสร้างเทคโนโลยีใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการและการใช้งานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น
ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1
เกิดขึ้นเนื่องจากมีการสร้างเครื่องจักรไอน้ำซึ่งเป็นพลังงานเชิงกล ทำให้เกิดการผลิตแบบใหม่และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ
ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 เกิดจากการผลิตพลังงานไฟฟ้า ทำให้มีความสะดวกในการส่งถ่ายพลังงาน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ขับเคลื่อนด้วยศักยภาพการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้ลดภาระการทำงานซ้ำๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าและรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยเทคโนโลยีหลักที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีการแพทย์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีวัสดุ
สาเหตุที่เทคโนโลยีพัฒนาเร็วมากจนคาดไม่ถึง เนื่องจากมีการพัฒนาประสิทธิภาพในการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์แบบทวีคูณ กอร์ดอน มัวร์ (Gordon Moore) ได้สังเกตการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพนี้ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2508 พบว่าจำนวนทรานซิสเตอร์ต่อพื้นที่ในการประมวลผลนั้นจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าในทุก 2 ปีการเพิ่มประสิทธิภาพแบบทวีคูณนี้เมื่อมองในระยะสั้นอาจไม่เห็นผลกระทบมากนักแต่เมื่อเวลาผ่านไปผลที่ได้จะมหาศาลเกินการคาดเดา จนกระทั่งเมื่อเราได้เห็นความสามารถของคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายจึงตระหนักว่าขีดจำกัดของการคำนวณที่เชื่อกันนั้นอ่านไม่จริงเสมอไปเมื่อไม่นานมานี้ หนังสือหลายเล่มยังสรุปว่าคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะกับงานที่ต้องจดจำรูปแบบที่ซับซ้อนในขณะที่ปัจจุบันคอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้และจดจำรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่ามนุษย์
รูป กราฟแสดงจำนวนทรานซิสเตอร์ต่อพื้นที่หน่วยประมวลผล
นอกจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของหน่วยประมวลผลแล้ว การพัฒนานวัตกรรมหนึ่งๆ ก็ส่งผลต่อเรื่องถึงประสิทธิภาพในการพัฒนานวัตกรรมด้านอื่นๆเป็นผลกระทบต่อเนื่องกันไป โดยเฉพาะนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและการผลิตยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ ทำให้การสร้างต้นแบบชิ้นงานรวดเร็วขึ้นพร้อมทั้งประหยัดต้นทุน ทำให้นวัตกรสามารถทดลองแนวคิดใหม่ ๆ ได้มากขึ้นส่งผลให้การพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วขึ้น
การส่งผลกระทบแบบต่อเนื่องกันไปอย่างที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้เกิดขึ้นกับนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเท่านั้น ถ้าพิจารณาในมุมกว้างการเกิดขึ้นของนวัตกรรมหนึ่งๆ เปลี่ยนแปลงสังคมในหลากหลายมุม ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงกับอาชีพพนักงานขับรถที่เสี่ยงตกงานได้ แต่รถยนต์ไร้คนขับนั้นจะเปิดโอกาสให้คนชราและกลุ่มผู้พิการสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น เปิดช่องให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนนี้ นอกจากนี้รถยนต์ไร้คนขับอาจช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งจะมีผลทางอ้อมในการลดภาระงานของแพทย์ในห้องฉุกเฉิน
ในขณะที่เทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบและเพิ่มศักยภาพในด้านต่างๆมากมาย ในทางกลับกันคนที่เข้าไม่ถึงหรือไม่มีความเข้าใจในศักยภาพของเทคโนโลยีก็จะยิ่งเสียเปรียบมากขึ้น เทคโนโลยีอาจทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคต