ประเพณีแซนโฎนตา เป็นประเพณีที่คนไทยผู้นับถือศาสนาพุทธ ได้ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนของชาวไทยที่พูดภาษาเขมร พิธีแซนโฎนตาจัดขึ้นระหว่างเดือน กันยายน-ตุลาคม ของทุกปี เพื่อเซ่นบวงสรวงดวงวิญญาณบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เป็นวันที่อัญเชิญบรรพบุรุษ มารับเครื่องเซ่นไหว้ที่ลูกหลานจัดไว้ โดยมีพิธีการส่งโฎนตา การรับโฎนตา และการเรียกโฎนตา
โฎนตามี 2 ประเภท คือ โฎนตาเก่า และโฎนตาใหม่
โฎนตาใหม่ คือ การส่งโฎนตาหนุ่มสาวที่หมั้นกันแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งงานกัน จะต้องส่งโดนตาให้กัน คือ ชายจะต้องส่งเครื่องใช้ในครัวเรือนให้หญิง เช่น ฟืน ถ่าน ครก สาก กระบุง กระเชอ ครุ กระด้ง เครื่องปั่นด้าย กระสวย เป็นต้น ฝ่ายหญิงจะต้องส่งอาหารคาวหวาน ข้าวต้ม นม เนย เหล้า ตลอดจน ฟูกหมอน ผ้าขาวม้า ผ้าโสร่งให้ฝ่ายชาย
โฎนตาเก่า คือ การส่งโฎนตาของครอบครัวที่มีลูกหลานแล้ว นำอาหารต่างๆส่งไปไหว้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เช่น ข้าวปลา อาหาร ขนม ข้าวต้ม กล้วย ดอกไม้ เทียน หมาก พลู บุหรี่ ไปไหว้ พ่อ แม่ ที่ยังมีชีวิตอยู่รวมทั้งปู่ ย่า ตา ยาย การรับโฎนตา คือการที่พ่อแม่ หรือ ปู่ ย่า ตา ยาย รับข้าวปลาอาหารจากลูกหลานที่นำมาไหว้ รับไหว้ แล้วอำนวยอวยพรให้ลุกหลานประสบความสุข ความเจริญในชีวิต แล้วนำข้าวปลาอาหารและเครื่องเซ่นไหว้เหล่านั้นไปบวงสรวง เซ่นไหว้บรรพบุรุษหรือโฎนตาที่ล่วงลับไปแล้ว จึงมีการเรียกโฎนตา
การเรียกโฎนตา คือการที่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือ พ่อ แม่ หรือ ผู้อาวุโสสูงสุด ผู้ที่เป็นผู้นำของวงศ์ตระกูล จะอัญเชิญโดนตามารับประทาน เครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บายโดนตา (ข้าวบรรพบุรุษ) ที่บรรดาลูกหลานนำมา ประกอบด้วย ข้าว ข้าวต้ม ข้าวกระยาสารท กับข้าว จำพวก แกง ลาบ ต้ม ผัด น้ำพริก อาหารแห้งจำพวก ไก่ย่าง หมูย่าง เนื้อย่าง ปลาย่าง และเครื่องอุปโภค บริโภค อื่นที่จัดหามาเพื่อใช้สำหรับประกอบพิธี
เมื่อจัดสำรับเครื่องเซ่นไหว้แล้ว ผู้อาวุโสสูงสุด ซึ่งอาจเป็น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือพ่อ แม่ ส่วนมากนิยมให้ ย่า ยาย หรือแม่เป็นผู้เรียก เป็นผู้นำพาลุกหลานสวดมนต์ไหว้พระกรวดน้ำใส่
เครื่องเซ่นไหว้โดยจะเริ่มพิธีเรียกโฎนตาตั้งแต่ตอนเช้าของวันแรม 14 ค่ำ จนถึงเช้าตรู่ของวันแรม 15 ค่ำ เดือน10 ผู้อาวุโสจะนั่งเรียกโดนตาทุกๆ 1 ชั่วโมงพอถึงเวลา 20 นาฬิกา ก็กรวดน้ำเชิญโฎนตาไปวัดเพื่อฟังเทศน์ ฟังธรรม รับศีล รับพร แล้วดับเทียนเครื่องเซ่นไหว้ พากันไปวัด กลับจากวัดก็จุดธูปเทียนกรวดน้ำเรียกโฎนตามากินอาหารอีกครั้ง จนถึงเวลา 04.00 นาฬิกา ของวันแรม 15 ค่ำ แล้วจัดเตรียม บายเบ็น และบายตะบ็อดตะโบร