โรลปิดคือการโรลบรรยายใกล้เคียงกับการแต่งนิยาย คือมันจบในตัวเอง ทุกอย่างอยู่ภายในตรรกะของผู้เล่นฝ่ายเดียว สังเกตง่ายๆจากการโรลต่อสู้ เมื่อโจมตีแล้วบรรยายผลลัพท์ของการโจมตี เช่น แทงทะลุเนื้อ ใส่เอฟเฟกฉับตัดขาดสองท่อน …. ‘แมวกระโดดข่วนหมาอย่างเกรี้ยวกราดจนหน้าท้องของหมาเป็นรอยแผลเต็มไปหมด’ โดยที่ฝ่ายตรงข้ามจะโรลได้แค่ ‘ความเจ็บปวดนี้ทำให้มันร้องเอ๋ง’(โรลบรรยายรับเฉยๆ - Action to Reaction)
ตรงกันข้าม โรลเปิดคือการโรลปลายเปิด คือการโรลไม่จบตอน ทำให้เหลือพื้นที่ให้อีกฝ่ายจินตนาการต่อ มักจะดูเหมือนประโยคที่ไม่สำเร็จ เช่น ‘แมวกระโดดข่วนหมาอย่างเกรี้ยวกราด’ > อีกฝ่ายจะสามารถเลือกได้ว่าจะโรล ‘แต่หมารีบกระโดดหลบ’ หรือ ‘หลบไม่ทันจนโดนไปทีใบหน้า’ ได้ (Action to Action)
เราอาจจะรู้สึกว่า ก็ถ้าเราไม่บรรยายทั้งหมดมันก็ไม่ละเอียดพอ แต่รู้หรือไม่ว่าไม่มีทางที่ทุกคนจะเข้าใจกันทั้งหมด อีกฝ่ายอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณบรรยายไม่มีเหตุผลพอสำหรับเขาก็เป็นได้ ยิ่งตอนต่อสู้บรรยายท่าทางล่ะก็ ยิ่งเข้าใจยาก ถ้าคุณรู้สึกว่าเขาโรลตามที่เราบรรยายไม่ได้ นั่นคือเพราะคุณกำลังโรลปิดนั่นเอง เพราะคุณกำลังบังคับเขาให้โรลไปตามความคิดของคุณ
ลักษณะการโรลปิดมักจะมีการบรรยายที่ยาวเหมือนสโลว์ไลฟ์ มีจำนวนการเคลื่อนไหวของตัวละครมากกว่าปกติและมีการยายผลของฝ่ายตรงข้าม ในทางกลับกัน โรลเปิดนั้นจะสั้นจนเหมือนอีกฝ่ายไม่ตั้งใจบรรยายดีๆ แต่นั้นก็เพราะว่า เขาตัดบรรยายครึ่งทางให้เป็นปลายเปิด เพื่อให้อีกฝ่ายต่อนั่นเอง
โรลปิดไม่ใช่ว่าไม่ดี แค่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ หากเรานำมาใช้กับการต่อสู้ระหว่างผู้เล่น เพราะถ้าคุณแย่งเขาบรรยายไปหมดแล้ว เขาจะบรรยายอะไรต่อนอกจากทำตามในสิ่งที่คุณวางเอาไว้
แต่โรลปิดจะใช้ได้ดีเมื่อคุณต้องการบังคับเนื้อเรื่องให้ขยับไปในทิศทางเดียวกัน หรือจัดการเบียว อย่างเช่นการวางสตอรี่หลัก และการโจมตีไอ้ตัวละครที่ชอบโรลหลบได้ตลอดเวลา (แต่ถ้าเจอกรณีเบียวนั้นขอแนะนำให้คุยดีๆดีกว่าไปโรลปิดนะ)