โครงการการจัดการความรู้ คณะเศรษฐศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2567
โครงการการจัดการความรู้ คณะเศรษฐศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2567
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพ ด้านการผลิตบัณฑิต
การผลิตบัณฑิต แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต
สรุปองค์ความรู้ /แนวปฏิบัติที่ดี ประเด็น ด้านการผลิตบัณฑิต
กิจกรรมการจัดการความรู้ หัวข้อ “ระดมความคิด แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษา ที่มีปัญหาสุขภาพจิต”
แนวทางการให้คำปรึกษาสำหรับนักศึกษากลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหาด้านจิตเวช ภาวะซึมเศร้า ปัญหาด้านครอบครัว ปัญหาสุขภาพที่มาจากโรคประจำตัว การไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับตัวการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยร่วมกับผู้อื่น จากกิจกรรมการจัดการความรู้ในหัวข้อ แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมเศรษฐปริทัศน์ 1 ชั้น 3 อาคารยรรยง สิทธิชัย ได้ข้อสรุปองค์ความรู้/แนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพ ด้านการวิจัยและบริการวิชาการ
การพัฒนาหัวข้อการบริการวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และสังคม
สรุปองค์ความรู้ /แนวปฏิบัติที่ดี ประเด็น ด้านการวิจัยและบริการวิชาการ
กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและบริการวิชาการ
“การพัฒนาหัวข้อการบริการวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของชุมชนและสังคม”
คณะเศรษฐศาสตร์ให้ความสำคัญกับการบริการวิชาการ (Academic Project Services) ซึ่งการบริการวิชาการแก่สังคมเป็นหนึ่งในภารกิจหลักและยุทธศาสตร์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนและสังคม พัฒนาเครือข่าย ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน จากกิจกรรมการจัดการความรู้ หัวข้อ “ระดมความคิด” “การพัฒนาหัวข้อการบริการวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และสังคม” วันที่ 10 มิถุนายน 2567 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมเศรษฐนิทัศน์ (EC304) ชั้น 3 อาคารยรรยง สิทธิชัย คณะเศรษฐศาสตร์ ได้ข้อสรุปองค์ความรู้/แนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
แนวทางการพัฒนาหัวข้อการบริการวิชาการ/การเขียนข้อเสนอโครงการ ตลอดจนขั้นตอน การดำเนินงานโครงการ ตามหลักเกณฑ์หรือคุณสมบัติของข้อเสนอโครงการ
ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
1) ศึกษาแผนยุทธศาสตร์ด้านการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย
2) การเลือกพื้นที่เป้าหมาย (Area Based) ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
3) สำรวจความต้องการของชุมชนและท้องถิ่นในพื้นที่ (Area Based)
4) วิเคราะห์และสรุปผลการสำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น
5) จัดทำแผนบริการวิชาการที่ตอบสนองความต้องการของชุมชน
6) เขียนข้อเสนอโครงการบริการวิชาการ ตามหลักเกณฑ์หรือคุณสมบัติของข้อเสนอโครงการที่มหาวิทยาลัยกำหนด
7) ส่งข้อเสนอโครงการบริการวิชาการ
8) ดำเนินโครงการบริการวิชาการ
9) ติดตามการดำเนินโครงการ และรายงานผลการดำเนินโครงการ
10) สรุปผลการดำเนินงาน และเล่มร่างรายงานโครงการบริการวิชาการฉบับสมบูรณ์
11) รายงานผลโครงการบริการวิชาการฉบับสมบูรณ์
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพ ด้านการบริหารจัดการ
ธรรมะกับสุขภาพกายและใจ
สรุปองค์ความรู้ /แนวปฏิบัติที่ดี ประเด็น ด้านการบริหารจัดการ
กิจกรรมการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนเพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการ หัวข้อ “ธรรมะกับสุขภาพกายและใจ”
จากกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนเพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการ หัวข้อ“ธรรมะกับสุขภาพกายและใจ” วันพุธที่ 25 กันยายน 2567 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมเศรษฐปริทัศน์ 1 (E C301) ชั้น 3 อาคารยรรยง สิทธิชัย คณะเศรษฐศาสตร์ ได้ข้อสรุปองค์ความรู้/ แนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
แนวทางในการเจริญสติภาวนา และการฝึกสมาธิ ให้กับบุคลากรฝึกปฏิบัติในการนั่งสมาธิง่ายๆ ด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้
1. ฝึกหยุดความคิดด้วยการตามรู้ลมหายใจ
คือการฝึกรับรู้ลมหายใจเข้าออกที่ปลายจมูก ลักษณะเหมือนกับที่เราเอาหลังมือรองลมหายใจ แต่ที่ปลายจมูกจะมีประสาทรับรู้ความรู้สึกน้อยกว่าและเบากว่ามาก จะรับรู้ได้จึงต้องหยุดความคิดทั้งมวล
เริ่มแรก ให้ลองหลับตา แล้วหายใจเข้าออกยาวสัก 4-5 รอบ มุ่งความสนใจไปรับรู้ลมหายใจ
ที่ปลายจมูก เมื่อหาพบแล้วให้สังเกตว่าความรู้สึกข้างไหนชัดกว่า แล้วสังเกตลมหายใจข้างที่ชัดกว่านั้นเพียงข้างเดียวไปเรื่อยๆ ด้วยการหายใจตามปกติ โดยไม่ต้องนับหรือใช้ถ้อยคําใดขั้น
2. ฝึกจัดการความคิดที่เข้ามาสอดแทรกเพื่อให้จิตสงบ
เมื่อเริ่มรับรู้ลมหายใจเข้าออกที่ปลายจมูกขณะหลับตาได้แล้ว เราจะพบว่าความคิดหยุดลง
ได้เพียงชั่วคราวแล้วจะกลับมาอีก เพราะคนเรามีสิ่งสะสมอยู่ในจิตใต้สํานึกมากมาย ดังนั้นขั้นต่อไปจึงเป็นการฝึกลมหายใจอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจเสียงและสิ่งรบกวนจากภายนอก
วิธีการ ถ้าเผลอคิดเรื่องอื่นก็ขอแค่รู้ตัวแล้วกลับไปรับรู้ลมหายใจใหม่ ด้วยการหายใจเข้าออกยาวสัก 2 ครั้ง แล้วเฝ้าดูลมหายใจต่อเหมือนเดิมให้ได้สัก 3-4 นาที การผุดความคิดขึ้นเป็นระยะเป็นเรื่องธรรมดาในช่วงเริ่มแรก แต่สิ่งที่เราทําได้คือไม่คิดตามเมื่อรู้ตัวว่ามีความคิดเกิดขึ้น ฝึกเช่นนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเราจะสามารถปล่อยความคิดในจิตใต้สํานึกออกไปจนเบาบางลงและทําให้เรารู้ลมหายใจต่อเนื่องมากขึ้น
3. ฝึกจัดการกับความง่วงจนจิตสงบและผ่อนคลาย
สมาธิจะแน่วแน่ต้องจัดการกับความง่วง เพราะเมื่อมีสมาธิแล้วก็ควรนั่งสมาธิให้
ได้อย่างน้อย 8-10 นาที แต่เมื่อความง่วงเข้ามาแทรก เราสามารถแก้ด้วยการยืดตัวตรง หายใจเข้าออกลึกๆ สัก 4-5 ลมหายใจ หรือจินตนาการเป็นหลอดไฟที่สว่างจ้าสักพักแล้วกลับไปรับรู้ลมหายใจให้ต่อเนื่อง หากง่วงจริงๆ ก็สามารถเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ลุกขึ้นยืน เดิน ดื่มน้ำ ล้างหน้าแล้วกลับมานั่งสมาธิต่อได้