โครงการการจัดการความรู้ คณะเศรษฐศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2567
กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตบัณฑิต
แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต
โครงการการจัดการความรู้ คณะเศรษฐศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2567
กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตบัณฑิต
แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต
รายงานผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
หน่วยงาน คณะเศรษฐศาสตร์
ตอนที่ 1 ข้อมูลโครงการ
1. ชื่อโครงการ โครงการการจัดการความรู้ คณะเศรษฐศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2567
กิจกรรม : การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตบัณฑิต
หัวข้อ “แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต”
2. หลักการและเหตุผล
คณะเศรษฐศาสตร์ได้กำหนดนโยบายให้มีการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งต้องมีการจัดการความรู้เพื่อมุ่งสู่สถาบันแห่งการเรียนรู้ โดยมีการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในสถาบันซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในสถาบันสามารถเข้าถึง และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้สถาบันอุดมศึกษามีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด กระบวนการในการบริหารจัดการความรู้ในสถาบัน ประกอบด้วยกระบวนการ 7 ขั้นตอน ได้แก่
1. การกำหนดความรู้ (Knowledge Identification)
2. การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition)
3. การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization)
4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement)
5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access)
6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing)
7. การเรียนรู้ (Learning)
การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมการเรียนรู้ภายในสถาบัน การกำหนดแนววิธีปฏิบัติงาน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความรู้ในสถาบันให้ดียิ่งขึ้น
ในปีงบประมาณ 2567 คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะเศรษฐศาสตร์ จึงได้จัดแผนการดำเนินงานและมีการจัดทำโครงการการจัดการความรู้ คณะเศรษฐศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารและบุคลากรขึ้น โดยโครงการดังกล่าวจะครอบคลุมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุกด้านได้แก่ ด้านการผลิตบัณฑิต ด้านการวิจัยและบริการวิชาการ และด้านการบริหารจัดการ
กิจกรรมที่ 1 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตบัณฑิต กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรคณะเศรษฐศาสตร์ และสโมสรนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ จำนวน 55 คน
กิจกรรมที่ 2 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและบริการวิชาการ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรคณะเศรษฐศาสตร์ จำนวน 44 คน
กิจกรรมที่ 3 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรคณะเศรษฐศาสตร์ และสโมสรนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ จำนวน 54 คน
3. วัตถุประสงค์
3.1 เพื่อถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานสู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาหน่วยงานให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
3.2 เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างบุคลากรคณะเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา
3.3 เพื่อให้การดำเนินงานด้านต่าง ๆ ตามพันธกิจของคณะฯ ได้แก่ พันธกิจด้านการผลิตบัณฑิต ด้านการวิจัยและบริการวิชาการ และด้านการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประสิทธิผลต่อองค์กร
4. โครงการ/กิจกรรม สอดคล้องกับตัวชี้วัดประกันคุณภาพ
การประเมินคุณภาพภายใน ตามเกณฑ์ CUPT – QMS Criteria 8.9 : มีกระบวนการจัดการความรู้ที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์และการพัฒนาบุคลากรของคณะ/สถาบัน มีการกำกับติดตาม ประเมินผล การดำเนินงาน และใช้ผลการประเมินเพื่อการปรับปรุงพัฒนา
5. วัน / เวลา / สถานที่จัดกิจกรรม
วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.30 - 12.00 น. ณ ห้องประชุมเศรษฐปริทัศน์ 1 (EC301) ชั้น 3 อาคารยรรยง สิทธิชัย คณะเศรษฐศาสตร์
6. จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
แผน 55 คน ผล 33 คน
7. สรุปค่าใช้จ่าย
ค่าตอบแทนวิทยากรบรรยายพิเศษ จำนวน 1,800 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 960 บาท
8. ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม
ประธานได้กล่าวเปิดประเด็นการจัดการความรู้ในหัวข้อ “แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต” โดยเป็นเชิญบุคลากรสายวิชาการ และบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการและนักศึกษาสโมสรนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อจัดทำเป็นระบบและกลไกลแนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งจะเป็นระบบและกลไกในระดับคณะ เพื่อประชาสัมพันธ์ระบบและกลไกให้นักศึกษาได้รับทราบและมีช่องทางในการรับคำปรึกษาได้อย่างเหมาะสม
ซึ่งทางคณะฯ ได้รับเกียรติจาก คุณปนัดดา ธีระเชื้อ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลสันทราย เป็นวิทยากรในแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาที่มีปัญหาสุขสภาพจิต ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ให้คำปรึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ทักษะการให้คำปรึกษา เทคนิคให้คำปรึกษาและการปรับพฤติกรรมของนักศึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดแนวทางการจัดการกรณีนักศึกษา ที่มีปัญหาสุขภาพจิต โดยกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมสืบเนื่องจากกิจกรรม : การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิต จึงทำให้มีกระบวนการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาช่วงวิกฤตในชีวิต การให้คำปรึกษาสำหรับนักศึกษากลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหาด้านจิตเวช ภาวะซึมเศร้า ปัญหาด้านครอบครัว ปัญหาสุขภาพที่มาจากโรคประจำตัว การไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับตัวการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยร่วมกับผู้อื่น
สำหรับการจัดการความรู้ในหัวข้อ “แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต”โดยบุคลากรสายวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุนวิชาการและนักศึกษาสโมสรนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ได้รับความรู้ความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นต่างๆ ดังนี้
1. ทักษะให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา
ทักษะพื้นฐานในการให้คำปรึกษา
กระบวนการให้การปรึกษาเน้นการสื่อสาร 2 ทาง (Two-way communications) ระหว่างผู้ให้และผู้รับการปรึกษาที่อาศัยสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง เน้นการดูแลทางด้านจิตใจ สิ่งที่จะเอื้อให้การปรึกษาไปถึงเป้าหมายได้รวดเร็วมีทิศทางชัดเจน คือ ทักษะการให้การปรึกษา โดยใช้เวลาในกระบวนการประมาณ 30-45 นาที และผู้ให้คำปรึกษาจะต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะให้การปรึกษา
- บุคลิกท่าทางดี น่าเชื่อถือ/ท่าทางอบอุ่นเป็นมิตร
- สัมพันธภาพดี/ไว้วางใจ/รักษาความลับ
- มีทัศนคติที่ดี/มีความพร้อมในการช่วยเหลือ
- เป็นผู้ฟังที่ดี/ไม่ตัดสินผู้อื่น
- มีวิจารณญาณในการตัดสินใจที่ดี
- เคารพให้เกียรติผู้รับบริการ
เจตคติกับการให้การปรึกษา ดังนี้
- ไม่ด่วนสรุป
- ศึกษาสาเหตุและแรงจูงใจ
- เปิดใจรับฟัง อย่างเป็นมิตร
- ทำความเข้าใจปัญหารอบด้าน
ความสำคัญและบทบาทของผู้ให้การปรึกษา
- การรักษาความลับ
- ไม่ดูถูกวิพากษ์วิจารณ์ผู้รับการปรึกษา
- ยอมรับผู้รับการปรึกษาที่ย่อมมีความแตกต่างกัน
- พูดจาดี แสดงความห่วงใย
- ยินดีรับฟัง ไม่ขัดแย้ง หรือต่อต้าน
- มองอย่างเข้าใจว่าผู้รับการปรึกษากำลังประสบปัญหา
- ช่วยผู้รับการปรึกษาประเมินและวิเคราะห์ความรุนแรงของปัญหา
- ค้นหาสาเหตุ วิธีการแก้ไข และช่วยเหลือ
- ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เมื่อพบว่าปัญหารุนแรง
2. เทคนิคการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาและการปรับพฤติกรรมนักศึกษา
ความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวกับสุขภาพ
5 อันดับโรคที่เข้ารับบริการ
1. โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) /โรคเครียด(Stress Disorder)
2. โรคการปรับตัวผิดปกติ (Adjustment Disorder)
3. โรคซึมเศร้า(Major Depressive Disorder)
4. โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)
5. โรคเสพติด(เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, สาร/ยาเสพติด)
กระบวนการให้การปรึกษา เป็นการช่วยเหลือที่ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ที่ผู้ให้การปรึกษาเอื้ออำนวยให้ผู้รับบริการการปรึกษาได้เข้าใจถึงปัญหาและรับรู้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง และเรียนรู้การจัดการแก้ไขปัญหาหรือสิ่งที่รบกวนจิตใจ ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังรวมทั้งการเอื้ออำนวยให้ผู้รับการปรึกษาได้เรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ว่าปัญหาหรือสิ่งรบกวนจิตใจยังมิได้รับการแก้ไข ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่
ขั้นตอนที่ 1 การสร้างสัมพันธภาพ ผู้ให้คำปรึกษาต้องทำให้ผู้รับคำปรึกษาเกิด ความอบอุ่น สบายใจ และไว้วางใจ
ขั้นตอนที่ 2 สำรวจปัญหา ผู้ให้คำปรึกษาช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาสำรวจปัญหา และปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาด้วยตัวของเขาเอง
ขั้นตอนที่ 3 เข้าใจปัญหา สาเหตุ ความต้องการ ผู้ให้คำปรึกษาช่วยให้ผู้รับ คำปรึกษาเข้าใจปัญหา สาเหตุ และความต้องการของตนเอง
ขั้นตอนที่ 4 วางแผน แก้ปัญหา ผู้ให้คำปรึกษาช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาพิจารณาวิธี แก้ปัญหาและตัดสินใจเลือกสิ่งที่จะปฏิบัติด้วยตนเอง
ขั้นตอนที่ 5 ยุติการให้คำปรึกษา ผู้ให้คำปรึกษาย้ำความเข้าใจที่เกิดขึ้นระหว่าง ที่ให้คำปรึกษา และช่วยให้ผู้รับคำปรึกษา มีแรงจูงใจและกำลังใจ ที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง
การสร้างสัมพันธภาพ (Rapport) เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เนื่องจากสัมพันธภาพที่ดีระหว่าง
ผู้ให้การปรึกษา และผู้รับการปรึกษา จะเอื้ออำนวยให้การช่วยเหลือนั้นมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ สัมพันธภาพระหว่างผู้ให้และผู้รับการปรึกษาดี มีผลทำให้ลดความตึงเครียด หรือผ่อนคลาย เกิดความไว้วางใจ ซึ่งช่วยให้ผู้รับการปรึกษา แสดงความรู้สึกของตัวเองได้ ตั้งใจที่จะให้ความร่วมมือ รู้สึกอบอุ่นใจ มากขึ้น รวมทั้งเข้าใจกระบวนการให้การปรึกษา เนื่องจากการให้การปรึกษา เป็นการช่วยเหลือที่ต้องการการมีส่วนร่วม (participation) ของผู้รับบริการ สัมพันธภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในขั้นตอนนี้ ทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นที่ผู้ให้การปรึกษาปฏิบัติ เพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีอันนำไปสู่การดำเนินการขั้นต่อไปของกระบวนการให้การปรึกษา
การสร้างสัมพันธภาพ ผู้ให้บริการปรึกษามีสิ่งที่ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. การแสดงความพร้อม และความยินดีในการได้การช่วยเหลือ (Readiness)
2. การต้อนรับอย่างจริงใจ และอบอุ่น (Genuine and warm welcome)
3. การแสดงท่าทีเป็นมิตร (Being friendly)
4. สื่อความตั้งใจและใส่ใจที่จะให้ความช่วยเหลือ (Attentiveness)
5. แสดงความสนใจอย่างจริงใจ (Genuine interest)
6. แสดงความไวต่อการรับรู้ความรู้สึก (Being sensitive to feeling and emotion)
7. สังเกตสิ่งที่ผู้รับการปรึกษา แสดงออกทั้งคำพูดและกริยาท่าทาง
8. สังเกตสิ่งที่ผู้รับการปรึกษาไม่พร้อมที่จะเล่า
9. การแสดงการตอบสนองต่อผู้รับการปรึกษา (Responsiveness)
10. การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditioning positive regard)
11. การใช้คำถามที่เอให้ผู้รับการปรึกษาสามารถเล่าเรื่องของตนเอง
สรุปผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
แนวทางการจัดการกรณีนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพจิต ดังนี้
1. ปัญหาเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา คุณลักษณะของผู้ให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาจะต้องเป็นอย่างไร โดยผู้ให้คำปรึกษาจะต้องทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา โดยผู้ให้คำปรึกษาจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิต จึงจะทำให้ผู้ให้คำปรึกษาสามารถวินิจฉัยว่า นักศึกษามีปัญหาสุขภาพจิตอยู่ในระดับใด เพื่อให้การปรึกษา/การแก้ไขปัญหา
ได้อย่างถูกต้อง และแนวทางในการช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไป
แนวทางการแก้ไขปัญหา :
(1) คณะเศรษฐศาสตร์ได้จัดกิจกรรมอบรมให้กับคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาสโมสรคณะเศรษฐศาสตร์ เพื่อเพิ่มทักษะความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิต ตลอดจน เทคนิคและทักษะการให้คำปรึกษา รวมถึงการปรับพฤติกรรมให้แก่นักศึกษา
(2) คณะเศรษฐศาสตร์มี ระบบและกลไก กระบวนการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา
2. นักศึกษาไม่ทราบว่าตัวเองมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต ซึ่งอาจารย์จะทราบได้อย่างไร
ว่านักศึกษามีปัญหาด้านสุขภาพจิต
แนวทางการแก้ไขปัญหา :
(1) อาจารย์สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาในห้องเรียน
(2) อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกเด็กเข้ามาพูดคุยถามสอบถามเรื่องต่างๆ
(3) เพื่อนสังเกตอาการและแจ้งให้กับอาจารย์ที่ปรึกษา
(4) แบบประเมินสุขภาพจิต
3. นักศึกษาไม่ยอมรับว่ามีปัญหาทางสุขภาพจิต ปฏิเสธการช่วยเหลือ หรือ ไมรวมมือใน
การรักษา จะมีแนวทางในการช่วยเหลือในประเด็นนี้อย่างไร
แนวทางการแก้ไขปัญหา :
(1) เมื่อทางมหาวิทยาลัยได้ส่งข้อมูลของนักศึกษาที่ได้จากการประเมินสุขภาพจิต
มาที่คณะฯ และคณะฯ จะรายงานไปที่หลักสูตร เพื่อมอบหมายอาจารย์ที่ปรึกษาในการกำกับดูแลให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา ในการช่วยเหลือต่อไป
(2) อาจารย์ปรึกษาให้การช่วยเหลือโดยการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาตามกระบวนการ
ให้คำปรึกษา ทั้งนี้ อาจารย์ที่ปรึกษาพยามพูดคุยชักนำให้นักศึกษาเข้ารับการรักษารวมถึงการพานักศึกษาไปการรักษาด้วยตนเอง
(3) อาจารย์ที่ปรึกษาวินิจฉัยแล้วพบว่า นักศึกษามีอาการอยู่ในระดับรุนแรง ไม่สามารถที่จะให้การช่วยเหลือได้ ให้อาจารย์ที่ปรึกษาแจ้งไปยังหน่วยงานบริการการศึกษาและกิจการนักศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์ เพื่อประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลนักศึกษาตามขั้นตอนการรักษาต่อไป
สรุปผลการประเมินโครงการ
มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 33 คน แต่มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 28 คน วิเคราะห์ข้อมูลได้ดังนี้
1. ข้อมูลทั่วไป
ประเภทสายงาน
2. ระดับความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม
การประเมินความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งนี้ โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) สำหรับการแปลผลคะแนนความพึงพอใจ เกณฑ์การให้คะแนนแบ่งออกเป็น 5 ช่วง ดังนี้
คะแนนเฉลี่ย ความหมาย
0.01 – 1.50 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ น้อยที่สุด
1.51 – 2.50 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ น้อย
2.51 – 3.50 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ ปานกลาง
3.51 - 4.50 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก
4.51 – 5.00 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด