1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ยังคงอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้ตามเป้าหมายของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้ ไม่ได้เกิดจากความขยันของนักเรียนเพียงอย่างเดียว แต่มีรากฐานมาจากหลายมิติที่เกี่ยวพันกับกระบวนการ จัดการเรียนรู้และการวัดผล
ในมิติของผู้เรียน: นักเรียนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในมโนมติ (Conceptual Knowledge) พื้นฐานทาง คณิตศาสตร์อย่างผิวเผิน ทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ที่เรียนในแต่ละบทเข้าด้วยกันได้ เมื่อต้องเผชิญกับ โจทย์ปัญหาที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์หลายขั้นตอนหรือโจทย์ที่ไม่คุ้นเคย นักเรียนจะขาดความสามารถในการให้ เหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ (Mathematical Reasoning) และไม่สามารถแปลความหมายของสถานการณ์ในโจทย์ให้อยู่ในรูปแบบสมการหรือฟังก์ชันได้ นอกจากนี้ ทัศนคติเชิงลบต่อวิชาคณิตศาสตร์ หรือภาวะความวิตกกังวล ทางคณิตศาสตร์ (Math Anxiety) ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการเรียนรู้และการทำข้อสอบ
ในมิติของการวัดและประเมินผล: การวัดผลแบบดั้งเดิมที่เน้นการสอบย่อยและการสอบปลายภาคด้วย รูปแบบข้อสอบปรนัยและอัตนัยทั่วไป ไม่ได้สะท้อนความสามารถที่แท้จริง หรือกระบวนการคิดของนักเรียน การวัดผลเหล่านี้มักเน้นการหาคำตอบที่ถูกต้องสุดท้าย (Product) มากกว่าการให้ความสำคัญกับขั้นตอนการ ได้มาซึ่งคำตอบ (Process) และไม่สามารถวินิจฉัยจุดบกพร่องของนักเรียนได้อย่างละเอียด ครูผู้สอนขาด เครื่องมือการประเมินที่หลากหลาย เช่น รูบริค (Rubrics) ที่ชัดเจนสำหรับการประเมินงานเชิงปฏิบัติ หรือ เครื่องมือที่เน้นการประเมินตามสภาพจริง ดังนั้น ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ที่นักเรียนได้รับจึงไม่เพียง พอที่จะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขการเรียนรู้ได้อย่างตรงจุด และไม่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดการสะท้อนคิด (Reflection) เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ช่องว่างของความรู้ (Learning Gap)สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล การดำเนินงานจะเป็นการพัฒนาและทดลองใช้รูปแบบการวัดและ
ประเมินผลที่เน้น การประเมินตาม สภาพจริง (Authentic Assessment) และ การประเมินอย่างต่อเนื่อง (Continuous Assessment) โดยมี ขั้นตอนหลักดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: การวิเคราะห์และออกแบบ (Analysis and Design)
1.1 ทบทวนหลักสูตรและผลการเรียนรู้: วิเคราะห์สาระสำคัญและมาตรฐานการเรียนรู้ของวิชา
คณิตศาสตร์พื้นฐาน ม.4 เพื่อกำหนด สมรรถนะ (Competencies) และ ตัวชี้วัด (Indicators) ที่ชัดเจนและ ครอบคลุม ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
1.2 ศึกษารูปแบบการประเมิน: ศึกษาแนวคิดการวัดและประเมินผลสมัยใหม่ เช่น
การประเมินจาก แฟ้มสะสมงาน (Portfolio Assessment), การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Task), การประเมินแบบ ฐานสมรรถนะ (Competency-Based Assessment) และ การประเมิน
แบบเพื่อนช่วยประเมิน (Peer Assessment)
1.3 ออกแบบกรอบแนวคิด: พัฒนา "รูปแบบการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้
คณิตศาสตร์" ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชาและลักษณะของผู้เรียน
ขั้นตอนที่ 2: การพัฒนาเครื่องมือ (Instrument Development)
2.1 พัฒนาเครื่องมือที่หลากหลาย: สร้างเครื่องมือวัดผลที่ไม่ได้จำกัดแค่ข้อสอบ แต่รวมถึง:
o Rubrics สำหรับการให้คะแนนงานปฏิบัติ/การนำเสนอ เพื่อประเมินกระบวนการแก้ปัญหา
และการให้เหตุผล
o แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment) และ แบบประเมินเพื่อน เพื่อส่งเสริมการสะท้อน
o โจทย์ปัญหาเชิงสถานการณ์ (Contextualized Problem-Solving) ที่เน้นการประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตจริง
o แบบทดสอบวินิจฉัย (Diagnostic Test) เพื่อตรวจหาความเข้าใจผิด (Misconceptions) ก่อนเริ่มบทเรียน
2.2 การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ: นำเครื่องมือไปหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) และความ
เชื่อมั่น (Reliability) โดยผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นตอนที่ 3: การนำไปใช้และเก็บข้อมูล (Implementation and Data Collection)
3.1 ครูผู้สอนทำความเข้าใจในรูปแบบการวัดและประเมินผลที่พัฒนาขึ้น รวมถึงวิธีการใช้เครื่องมือและ
Rubrics อย่างถูกต้อง
3.2 การทดลองใช้ (Pilot Study): นำรูปแบบและเครื่องมือไปทดลองใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง
3.3 การเก็บข้อมูล: เก็บข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อมูลการประเมินกระบวนการ และข้อมูลเจตคติ/ แรงจูงใจของนักเรียน
ขั้นตอนที่ 4: การวิเคราะห์และสรุปผล (Analysis and Conclusion)
4.1 วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์: เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มที่ใช้รูปแบบใหม่กับกลุ่มที่ใช้วิธีเดิม
4.2 สรุปผล: ประเมินประสิทธิผลของ "รูปแบบการวัดและประเมินผล" ที่พัฒนาขึ้น ว่าสามารถแก้ไข ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำได้อย่างไร และนำมาซึ่งข้อเสนอแนะในการนำไปขยายผลต่อไป
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
- นักเรียนในกลุ่มทดลองที่เรียนรู้ใช้รูปแบบการวัดและประเมินผลที่พัฒนาขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 70
- นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการนำรูปแบบการวัดและประเมินผลที่พัฒนาขึ้นมาใช้ใน การเรียนรู้ อยู่ในระดับดีขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ ได้รูปแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ต่ำในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4