ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นและแนวทางการแก้ไขในการพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นและแนวทางการแก้ไขในการพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น
ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นของไทย มีหลายด้านสรุปได้ดังนี้
2.1 ปัญหาด้านเศรษฐกิจ
ภาคการเกษตรในท้องถิ่นมีปัญหาหลายด้าน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปลูกพืชชนิดใด ชนิดหนึ่งในปริมาณมาก โดยใช้ปุ๋ย สารเคมี ยาฆ่าแมลงและเครื่องจักรกลต่างๆ ในกระบวนการเพาะปลูก เพื่อเพิ่มผลผลิตสําหรับเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปและเพื่อการส่งออก ปัญหาด้านการผลิตที่เกิดขึ้น คือ เกษตรกรต้องลงทุนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังต้องแบกรับความเสี่ยงจากปัญหาโรคและแมลง รวมถึง ภัยธรรมชาติต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการตลาดที่เกษตรกรไม่สามารถกําหนดราคาหรือต่อรอง ราคาได้อย่างแท้จริง เกิดการผูกขาดและถูกกดราคาโดยคนกลาง โดยเฉพาะเกษตรกรในพันธะสัญญา ที่ต้องผลิตภายใต้เงื่อนไขของนายทุน ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถจําหน่ายผลผลิตให้แก่ผู้บริโภคได้ โดยตรง อีกทั้งการแปรรูปผลผลิตและการส่งสินค้าไปยังตลาดภายนอกชุมชนยังไม่ได้รับการสนับสนุน อย่างจริงจังรวมถึงข้อจํากัดด้านมาตรฐานสินค้าและการเข้าถึงตลาด ผลประโยชน์จึงตกอยู่ในคนบางกลุ่ม ที่มีอํานาจ และกําลังทุน ปัญหาด้านการผลิตและการตลาดดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรไทยส่วนใหญ่มีฐานะ ยากจน และมีหนี้สิน
นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่เกิดจากการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันหรือมีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น ท้องถิ่นที่มีการปลูกกล้วยมากก็จะมีสินค้าแปรรูปจากกล้วย เช่น กล้วยตาก กล้วยอบน้ําผึ้ง เหมือน ๆ กัน ส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายลดราคาสินค้าเพื่อแข่งขันกันหากผู้ผลิตรายใดสามารถนํากล้วยไปแปรรูปแตกต่าง จากเดิม มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นก็จะเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ การลอกเลียนแบบกันผลิตสิ่งของเหมือนๆ กันแทนการคิดค้น ขึ้นใหม่ จึงทําให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคา และในที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตโดยตรง
2.2 ปัญหาด้านสังคม
ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีการสื่อสาร รวมทั้งกระแสโลกาภิวัตน์ ส่งผลให้วิถีการดําเนินชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไป มีการอพยพย้ายถิ่นฐานจากชุมชนชนบท เข้าสู่ชุมชนเมืองมากขึ้นโดยปัจจัยสําคัญที่ทําให้มีการอพยพย้ายถิ่นฐานเกิดจากความต้องการรายได้ที่เพิ่ม สูงขึ้น การว่างงานนอกฤดูกาลทําการเกษตร การขาดแคลนที่ดินทํากิน การขยายตัวของอุตสาหกรรม ความยากจนการศึกษาเล่าเรียน ซึ่งการอพยพย้ายถิ่นฐานจากชุมชนชนบทเข้าสู่ชุมชนเมืองทําให้เกิดปัญหา ชุมชนแออัด ปัญหาการจราจร ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ในชุมชนชนบทยังเกิด ปัญหาเด็กและคนชราถูกทอดทิ้งการขาดแคลนแรงงานในวัยหนุ่มสาวขาดการพัฒนาท้องถิ่นขาดผู้สืบทอด วัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นการย้ายถิ่นฐานประชากรและสาเหตุของการย้ายถิ่นฐาน พ.ศ. ๒๕๖๓ จํานวนผู้ย้ายถิ่นและอัตราการย้ายถิ่น จํานวนผู้ย้ายถิ่น จําแนกตามสาเหตุ จําแนกตามภาคของการย้ายถิ่น
ที่มา : https://shorturl.asia/kd4bw
2.3 ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทําให้มีการนําทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นปัจจัยการผลิต มาใช้อย่างฟุ่มเฟือย ขาดการวางแผนที่ดี ดังนั้น ทรัพยากรธรรมชาติจึงเสื่อมโทรม และลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ตามมา
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สําคัญ เช่น
1) ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติการขยายตัวของเศรษฐกิจทําให้วิถีการ ทําการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ผลิตเพื่อบริโภคในครอบครัวเปลี่ยนเป็นการผลิตเพื่อการค้า เป็นวัตถุดิบป้อน โรงงานอุตสาหกรรม จึงมีการปลูกพืชชนิดเดียวติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน มีการใช้สารเคมีเพื่อเพิ่ม ผลผลิต ส่งผลให้ดินเสื่อมโทรมลง นอกจากนี้ยังมีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก ทําให้ป่าไม้ เสื่อมโทรมลง สัตว์ป่าไม่มีที่อยู่อาศัย เกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น
2) ปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม มลพิษทางสิ่งแวดล้อมเป็นสภาวะที่สิ่งแวดล้อมตาม ธรรมชาติถูกปนเปื้อนด้วยสิ่งสกปรก หรือสารพิษ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการกระทําของมนุษย์ เช่น มลพิษทางน้ํา มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ปัญหามลพิษส่งผลกระทบต่อ สังคมและความเป็นอยู่ของมนุษย์
3. แนวทางการแก้ไขและพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แนวทางการแก้ไขและพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีดังนี้
3.1 การแก้ไขและพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านเศรษฐกิจ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางที่ให้ประชาชนดําเนินตามวิถีแห่งการดำรงชีวิต โดยยึดหลักปฏิบัติทางสายกลางของความพอดี พึ่งพาตนเองด้านเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดํารงชีวิตอย่างพอสมควร พออยู่พอกินตามอัตภาพและฐานะของตนเอง การใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการพัฒนาเริ่มจากการสร้าง ความพอกิน พอใช้ของประชาชนในชาติเป็นส่วนใหญ่ก่อน แล้วจึงค่อยเสริมสร้างความเจริญและ ฐานะทางเศรษฐกิจตามล่าดับ เพื่อจะได้เกิดสมดุลด้านต่าง ๆ และเตรียมรับกับปัญหาสภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
3.2 การแก้ไขและพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านสังคม
การพัฒนาสังคมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น จะต้องยึดหลักความพอเพียงและหลักภูมิสังคมที่คํานึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคและท้องถิ่น ทั้งด้านลักษณะกายภาพทางภูมิศาสตร์ สภาพธรรมชาติแวดล้อมรอบๆ และการดําเนินชีวิตของคนในสังคม เช่นวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม ความเชื่อ และศาสนาที่ต่างกันด้วย นอกจากนี้ยังให้ความสําคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจของคนในพื้นที่ต่อหลักการและประโยชน์จากการพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง คนในท้องถิ่นมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และปลูกจิตสํานึกในการช่วยเหลือ สังคม โดยเน้นการมีจิตสาธารณะ สร้างความสามัคคี เสียสละ รวมถึงการสร้างชุมชนในท้องถิ่นต่าง ๆ เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ความรู้เศรษฐกิจพอเพียง
3.3 การแก้ไขและพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านสิ่งแวดล้อม
จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับปัจจุบัน ได้ให้ความสําคัญมุ่งเน้นการนําเอา ทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ ซึ่งหากไม่มีแผนการดําเนินงานที่เหมาะสมแล้ว จะทําให้ ทรัพยากรธรรมชาติที่เหลืออยู่มีสภาพเสื่อมโทรมลง และยังก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย ย่อมจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริหลายโครงการที่ช่วยปรับปรุงสภาพ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้ดีขึ้น รวมถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม โดยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริจะมีการนําทรัพยากรหรือวัสดุต่าง ๆ ที่สามารถหาได้ง่ายในชุมชนมาใช้ประโยชน์ เช่นการบําบัดน้ําเสียด้วยผักตบชวาการบําบัดน้ําเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ํากับระบบเติมอากาศ กังหันน้ําชัยพัฒนารวมถึงการปลูกจิตสํานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและดูแลสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น