สหกรณ์กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลาและเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤตเพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา
2. คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับโดยเน้นการปฏิบัติทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
3. คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อมๆ กัน ดังนี้
– ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
– ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยเกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
– การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
4. เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ
– เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
– เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
5. แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ ากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือการพัฒนาที่สมดุบและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
สหกรณ์ หมายถึง คณะบุคคลซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมโดยช่วยตนเองและช่วยเหลือกัน ซึ่งได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง แนวพระราชดำริแห่งพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกระดับยึดหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันตัวเองต่อผลกระทบใดๆ
เมื่อเปรียบเทียบสหกรณ์กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พบว่ามีประเด็นวิเคราะห์ ดังนี้
1. เป้าหมาย
สหกรณ์มีเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าเป้าหมายของสหกรณ์คือการมีเศรษฐกิจดีและสังคมดี หรือความเป็นอยู่ดี มีสันติสุข ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามข้อความชื่อปรัชญามีเป้าหมายทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อศึกษาลึกลงในรายละเอียดของปรัชญาพบว่ามุ่งให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้ทุกสถานการณ์อันหมายถึงสุกสภาพแวดล้อมจึงหมายรวมถึงสังคมด้วยเป้าหมายของสหกรณ์และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีเป้าหมายเดียวกัน
เป้าหมายสหกรณ์ = เป้าหมายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2. ความสำคัญ
สหกรณ์ให้ความสำคัญกับคนมากกว่าสิ่งอื่นใด ตามคำแปลสหกรณ์ที่ สห คือ การรวมกัน กรณ์ คือ การกระทำ สหกรณ์คือการกระทำร่วมกัน โดยเน้นการรวมกันของคนเพื่อทำงานแก้ปัญหาหรือพัฒนาตามที่ต้องการ นอกจากนั้นดูได้จากการกำหนดกติกาในสหกรณ์ให้ คน 1 คนออกเสียงได้ 1 เสียง ใน 1 เรื่อง ไม่ได้ยึดจำนวนทรัพย์สินที่มี กับกำหนดให้สมาชิก 1 คน ถือหุ้นกับสหกรณ์ได้ไม่เกิน 1 ใน 5 ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้อำนาจเงินควบคุมบังคับสหกรณ์ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาเพื่อการพัฒนาการดำเนินชีวิตของคนให้อยู่ได้ในทุกสถานการณ์ เป็นการดำเนินชีวิตสายกลาง มีภูมิต้านทานในตัวเองให้อยู่ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ซึ่งแสดงถึงการมุ่งสู่การพัฒนาคนเพื่อให้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 ดังนั้นการให้ความสำคัญของสหกรณ์และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงให้ความสำคัญกับคน คุณค่าความเป็นคน หรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สหกรณ์ให้ความสำคัญกับคน=ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ความสำคัญกับคน
3. วิธีการบรรลุเป้าหมาย
สหกรณ์ระบุว่า การช่วยตนเองและการร่วมมือช่วยเหลือกันเป็นการทำให้บรรลุประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม มีการขยายความการช่วยตนเองว่าหมายถึงการเป็นคนขยันประหยัด พัฒนาชีวิต ไม่เสพติดอบายมุข การช่วยเหลือกันคือการร่วมแรงกาย แรงใจ กำลังความคิด กำลังทรัพย์ การช่วยเหลือกันนี้ต้องมีคุณธรรม 4 ประการ เป็นที่ตั้งคือ ความซื่อสัตย์ ความเสียสละ ความสามัคคี การมีระเบียบวินัย
การบรรลุเป้าหมายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาตามแนวพระราชดำริระบุเงื่อนไขการปฏิบัติคือ การมีความรอบรู้ ความรอบคอบระมัดระวัง มีคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริตทั้งนี้ ตามพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2541 ความตอนหนึ่งว่า “…เศรษฐกิจพอเพียงนี้ที่จะมาบอกว่าให้พอเพียงเฉพาะตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ จะต้องมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วยกัน ถ้ามีการช่วยกันแลกเปลี่ยนไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียงแล้ว แต่ว่าพอเพียงในทฤษฎีหลวงนี้คือสามารถที่จะดำเนินงานได้…”
ดังนั้น วิธีการบรรลุเป้าหมายของสหกรณ์และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีแนวคิดที่สอดคล้องกัน คือ ประกอบด้วย ความเป็นรายบุคคล ความเป็นชุมชนเป็นองค์กร และความเป็นชาติประเทศ
จากตาราง พบว่า แนวคิดระบบสหกรณ์กับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสอดคล้องกัน โดยนำคนเป็นฐานจากนั้นกำหนดให้คนพึ่งพาตนเองได้เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคง แล้วจึงเกื้อกูลกันเป็นชุมชนเข็มแข็ง จากคนดีเป็นสังคมดี ต่อจากนั้นจึงเป็นในระดับชาติ เพื่อให้ประเทศพัฒนาอย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์
กระบวนการระบบสหกรณ์
กระบวนการในระบบสหกรณ์คือ กระบวนการพัฒนาตนเองรายบุคคลสู่กระบวนการความร่วมมือช่วยเหลือกันสู่กระบวนการความเป็นอยู่ที่ดี มีสันติสุข ซึ่งสามารถเขียนเป็นแผนภาพได้ตามแผนภาพ
กระบวนการระบบสหกรณ์
กระบวนการระบบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ กระบวนการสร้างตนเองให้ยืนบนลำแข้งตัวเอง สู่กระบวนการชุมชนเข้มแข็ง สู่ความมีเสถียรภาพของประเทศ ซึ่งสามารถเขียนเป็นแผนภาพได้ตามแผนภาพ
กระบวนการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หากนำกระบวนการระบบทั้งสองมาผสมผสานกันจะได้ระบบใหม่ที่เรียกว่า การจัดการสหกรณ์ ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถนำไปใช้ในการบริหารงานสหกรณ์ซึ่งสามารถเขียนเป็นแผนภาพได้ตามแผนภาพ
ระบบการจัดการสหกรณ์ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
การรวมทุน
เมื่อได้คนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วนับว่าได้คนดี มีความพร้อมที่จะดำเนินชีวิตร่วมกันภายใต้ระบบงานสหกรณ์ ต่อจากการรวมคนดีคือ การรวมทุนเพื่อเตรียมดำเนินงานที่มาแหล่งเงินทุนขอระบบงานสหกรณ์นั้นมาจาก เงินค่าหุ้นที่สมาชิดทุกคนถือกับสหกรณ์ เงินรับฝากจากสมาชิก เงินรับบริจาคจากบุคคลผู้มอบให้สหกรณ์ตามวัตถุประสงค์ เงินกู้ที่สหกรณ์ไปขอกู้มาจากแหล่งเงินทุน เงินจัดสรรจากกำไรสุทธิของสหกรณ์ การรวบรวมเงินทุนของสหกรณ์หากดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควรมีวิธีการจัดการ คือ เงินทุนภายในมากกว่าหรือเท่ากับเงินทุนภายนอก การสร้างเงินทุนภายในเกิดขึ้นได้จากค่าหุ้นเงินฝาก หากยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ยึดสายกลาง พอประมาณ ก็เห็นว่าสหกรณ์ควรจัดการเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่เท่ากันกับสถาบันการเงินทั่วไปเงินจากการจัดสรรกำไรสุทธิ ควรจัดสรรเป็นเงินสำรองให้มากกว่าร้อยละ 10 ส่วนจะมากเท่าใดขึ้นอยู่สภาพการณ์ทั้งภายในและภายนอกหากสามารถทำได้ดังกล่าวสหกรณ์จะมีความมั่นคงมาก ทั้งนี้ต้องยึดความพอดี ความพอประมาณ ไม่เร่งรัดการสะสมจนมากเกินไป ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปจนเนิ่นนานเกินไป ต้องเป็นสายกลางยึดเหตุยึดผลตามพละกำลัง
เปรียบเทียบการจัดการสหกรณ์ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยการสร้างเงินทุนภายในให้มากกว่าหรือเท่ากับเงินทุนภายนอกตามตาราง