หลักการทรงงานของรัชกาลที่ ๙ มีอยู่อย่างหลากหลายถึง ๒๓ ข้อ ซึ่งทรงยึดหลักการดำเนินงานบนพื้นฐานของทางสายกลางที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมและบริบททางสังคม ตลอดจนสามารถปฏิบัติได้จริง โดยมีแนวทางในการทรงงาน ดังตัวอย่างต่อไปนี้
๑. ระเบิดจากข้างใน
ระเบิดจากข้างใน เป็นหลักการพัฒนาโดยเริ่มจากจุดเล็กไปหาจุดใหญ่ หรือเริ่มจากการสร้างรากฐานให้มั่นคงก่อนแล้วจึงค่อยๆ ขยายฐานการพัฒนาออกไปให้กว้างขึ้นตามลำดับ เช่น การตัดถนนเข้าสู่หมู่บ้านที่
ห่างไกลความเจริญ ซึ่งบุคคลภายนอกอาจมองว่าเป็นการนำความเจริญไปให้ แต่ชาวบ้านกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จากถ6น เพราะไม่มีรถขับ ขับรถไม่เป็นหรือไม่มีกำลังในการซื้อรถมาใช้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากถนนจึงเป็นเพียงคนบางกลุ่ม แต่สุดท้ายชาวบ้านก็ต้องพยายามดิ้นรน หาเงินมาซื้อรถ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินตามมาได้ ตัวอย่างการพัฒนาข้างต้น ถือว่าไม่สอดคล้องกับหลักการระเบิดจากข้างใน เพราะคนในหมู่บ้านยังขาดความพร้อมที่จะรับการพัฒนา ดังนั้น การพัฒนาที่ดีจึงควรเริ่มจากเตรียมความพร้อมให้คนในชุมชนหรือหมู่บ้านก่อนแล้วจึงลงมือพัฒนา เพราะมิเช่นนั้น จะทำให้ชุมชนไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและก่อให้เกิดปัญหาขึ้นตามมา ซึ่งอาจนำไปสู่การล่มสลายของชุมชนในที่สุด
๒. ไม่ติดตำรา
ไม่ติดตำรา คือ การไม่ยึดติดในทฤษฎีหรือหลักวิชาการที่ได้เรียนรู้มา เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาหรือดำเนินการเรื่องต่างๆ โดยขาดการพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าทฤษฎีหรือความรู้นั้นเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหา ผู้คน สิ่งแวดล้อม หรือบริบทของพื้นที่มากน้อยเพียงใดดังนั้น การที่จะกระทำหรือพัฒนาสิ่งใด จึงไม่ควรยืดแต่เพียงทฤษฎีมาใช้เป็นแนวปฏิบัติ หรือนำเอาเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมมาใช้ แต่ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ให้มาก
๑. สภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของครอบครัว ชุมชน และสังคม
๒. วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี และบบความคิดความเชื่อของคนในชุมชน
ความพร้อมของบุดคลหรือชุมชน ซึ่งแตกต่างกันออกไป จึงควรศึกษาเรียนรู้ก่อนเพื่อที่จะพัฒนาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและตรงจุดจากหลักการข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ มีลักษณะของการ
พัฒนาที่ยืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สภาพของสังคมและวัฒนธรรมของชุมชน
ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างแท้จริงบริการรวมที่จุดเดียว
บริการรวมที่จุดเดียว หรือ One Stop Services มีลักษณะเป็นการนำเอางานให้บริการที่เกี่ยวช้องกันมารวมให้บริการอยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน
ทำให้ประชาชนเข้าถึงการบริการได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ช่วยประหยัดทรัพยากร ค่าใช้จ่าย และเวลา รวมทั้งสร้างความสามัดดีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะของผู้ปฏิบัติงานไม่ติดตำรา
๓. ไม่ติดตำรา
บริการรวมที่จุดเดียว หรือ One Stop Services มีลักษณะเป็นการนำเอางานให้บริการ
ที่เกี่ยวข้องกันมารวมให้บริการอยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน
ทำให้ประชาชนเข้าถึงการบริการได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ช่วยประหยัดทรัพยากร ค่าใช้จ่าย และ
เวลา รวมทั้งสร้างความสามัดดีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะของผู้ปฏิบัติงาน
๔. การเป็นแบบอย่างที่ดีในการนำหลักการทรงงานมาประยุกต์ใช้ และเผยแพร่สู่ผู้อื่น
การศึกษาเรียนรู้หลักการทรงงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการปฏิบัติงานต่างๆ จุดหมายสำคัญ คือ การนำหลักการทรงงานไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผล และสามารถเผยแพร่สู่ผู้อื่นได้ ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ตามแนวทาง ดังนี้
๑.พัฒนาตนเอง
การพัฒนาตนเองเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทรงงานเรื่องระเบิดจากข้างใน ที่ต้องเริ่มจากการสร้างความพร้อมให้แก่ตนก่อน แล้วจึงขยายสู่การพัฒนาที่กว้างขึ้น โดยการพัฒนาตนสามารถทำได้หลายแนวทาง เช่น การอ่าน การฟังการลงมือปฏิบัติ การคิดอย่างรอบคอบ เป็นต้น
๒.ลดการยึดติด
ทั้งด้านความรู้ ความคิด และการกระทำ เพราะการยึดติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะนำไปสู่การปิดกั้นสิ่งใหม่หรือการไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อตนเองได้ ดังนั้นจึงควรเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นหรือข้อมูลข่าวสารจากทุกฝ่าย เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่างทันท่วงที
๓.รู้จักบูรณาการอย่างสร้างสรรค์
โดยเริ่มจากการมองโลกแบบองค์รวม เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ อันจะนำไปสู่การเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ที่มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
รัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นแบบอย่างในการทำงานบนพื้นฐานของความพอเพียงและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรม การนำเอาหลักการทรงงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของตน จึงสามารถช่วยลดอุปสรรคหรือปัญหาในการทำงานลงได้ ทำให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นและสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้