ดินไม่ได้เกิดจากการแตกสลายของก้อนหินเพียงอย่างเดียว บนพื้นผิวดินของโลกจะมีอินทรีย์วัตถุมีจุลินทรีย์ และสัตว์เล็กๆ อาศัย อยู่ มีมอส และหญ้าเจริญเติบโต แล้วก็แห้งเหี่ยวสลับกันไป อย่างต่อเนื่องเมื่อติดตามดูกระบวนการดังกล่าวตามวันเวลาที่ผ่านไป จะเห็นว่าดินมี่ความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ตั้งแต่มีต้นหญ้าเล็กๆ ขึ้นจนกระทั่งต้นไม้ขนาดใหญ่เจริญเติบโตได้ในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น ดินไม่เพียงแต่มีพลังในการเลี้ยงดูพืชให้เจริญเติบโตเท่านั้น แต่ดินได้รับการปฏิบัติจากพืชและทําให้ตัวมันเองเกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย ดินและพืชจึงมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งสิ่งนี้คือ กฎของธรรมชาติ
เกษตรธรรมชาติ ถือว่าดิน คือ หน่วยชีวิต และจะทำให้ดินมีศักยภาพสูงสุดโดยไม่พึ่งพาวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น ดังนั้นจึงควรรู้จักสภาพพื้นที่เพาะปลูก ลักษณะพื้นที่ ลักษณะของดิน สภาพแวดล้อมของพื้นที่เพาะปลูก และบริเวณรอบๆ ก่อนแล้วจึงทำการเพาะปลูก โดยให้ความสำคัญกับดินเป็นหลัก
วิธีทำให้ดินแสดงศักยภาพที่ดี
1. เข้าใจสภาพของดิน โดยการวิเคราะห์สภาพของดิน โดยดูจาก
1.1 สีของดิน ดินที่สมบูรณ์จะมีลักษณะเป็นสีดำ
1.2 การแผ่ขยายของราก ว่าสามารถลงไปในดินได้ลึกมากขนาดไหน ยิ่งลึกยิ่งดี
1.3 ระดับของชั้นดินที่แข็ง โดยใช้นิ้วกดดู ยิ่งกดได้ลึก รากก็จะสามารถลงไปได้ดี
2. การแก้ไขตามศักยภาพและชีวภาพของดินด้วยวิธีการที่เหมาะสม
2.1 ด้านกายภาพ ความอุ้มน้ำ อุณหภูมิของดิน ความถ่ายเทของอากาศ แก้ไขได้โดย การไถพรวน การไถกลับดินจากบนลงล่าง ไถผสมชั้นดิน ปรับการระบายน้ำ
2.2 เคมีภาพ พลังการปลดปล่อยธาตุอาหาร วัสดุอินทรีย์ และพืชปรับสภาพดิน
2.3 ชีวภาพ การทำงานของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในดิน และจุลินทรีย์ในดิน แก้ไขได้โดยการใช้ปุ๋ยหมัก การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกซ้ำต่อเนื่อง การปลูกปุ๋ยพืชสด และการปลูกหญ้าคลุมดิน
3. ประยุกต์วิธีการไถพรวนหรือวิธีการปลูกให้เหมาะสม เพื่อให้รากสามารถเดินไปหาอาหารได้ไกลที่สุด
4. ควรเลือกเครื่องจักรกลการเกษตร และใช้ให้น้อยที่สุด และใช้เท่าที่จำเป็น