ISO 9001 เป็นมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ (QMS) ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรทุกขนาด ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ การรับรองการจัดการคุณภาพ ISO 9001 สามารถช่วยคุณในการ :
ปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ลดต้นทุน และเพิ่มผลกำไร
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทำให้ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น
เพิ่มจำนวนลูกค้า
มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน
แสดงให้คุณเห็นถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพกับผู้มีส่วนได้เสีย และตลอดห่วงโซ่อุปทานของคุณ
ทำให้คุณกลายเป็นคุ่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาด
การจัดการที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น จะช่วยให้คุณตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ทราบวิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา เงิน และทรัพยากรอื่น ๆ
ผลการดำเนินงานที่ดีจะลดความผิดพลาดและเพิ่มผลกำไร
กระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในกระบวนการ และทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เอาชนะใจลูกค้าด้วยการบริการที่เหนือระดับ
ขยายโอกาสทางธุรกิจด้วยการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตาม
การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพิ่มผลผลิตในการทำงาน กระตุ้นให้เพิ่มความมีส่วนร่วมของพนักงานปรับปรุงการลดต้นทุน ลดของเสียให้บริษัท ลดผลกระทบจากความเสี่ยงต่าง ๆ จัดทำระบบเพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุด เพื่อคู่ค้าของท่านได้รับความพึงพอใจสูงสุดเป็นสำคัญ
ทำเอกสาร ISO 9001:2015 ตั้งแต่เริ่มต้นโดยยึดเอกสารเดิมขององค์กรมาประยุกต์ใช้ร่วมกันโดยเพิ่มสิ่งที่ระบบมีข้อกำหนดเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับองค์กร
จัดทำเอกสารคุณภาพ ISO 9001 สร้างคู่มือปฏิบัติงานสร้างขั้นตอนการปฏิบัติงานและแบบฟอร์มการทำงานต่างๆ
อบรมข้อกำหนดมาตรฐาน ISO 9001:2015
อบรมการเป็นผู้ตรวจติดตามภายใน
จัดการซ้อมการตรวจประเมิน
บริษัท ซีว่าลอจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด
Royal Suite Hotel
บริษัท ไดฟูกุ (ไทยแลนด์) จำกัด
บริษัท เนชั่นแนล คัสตอม แพคเกจจิ้ง จำกัด
บริษัท สแกนเนีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท สแกนเนีย แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
ฯลฯ
โครงสร้างข้อกำหนดมาตรฐาน ISO 9001:2015 ประกอบไปด้วยข้อกำหนด 10 ข้อ โดยข้อกำหนดที่องค์กรต้องนำไปประยุกต์ใช้ คือข้อกำหนดที่ 4-10
รายละเอียดโดยสรุปของแต่ละข้อกำหนด ISO 9001:2015 ที่องค์กรต้องจัดทำและดำเนินการ มีดังนี้
ขอบข่าย (Scope)
ข้อกำหนดนี้ใช้เฉพาะกับระบบบริหารคุณภาพขององค์กร
องค์กรต้องแสดงถึงความสามารถในการส่งมอบสินค้าหรือบริการที่ตรงกับข้อกำหนดของลูกค้า กฎหมาย/ข้อบังคับ
องค์กรต้องมุ่งมั่นที่จะยกระดับความพึงพอใจลูกค้า
เอกสารอ้างอิง (Normative Reference)
มาตรฐานนี้อ้างอิงจาก ISO 9001:2015 หลักการและคำศัพท์
นิยามและคำศัพท์ (Terms and Definitions)
อ้างอิงตาม ISO 9001:2015 หลักการและศัพท์
บริบทขององค์กร (Context of organization) องค์กรต้องดำเนินการโดยสรุปดังนี้
กำหนดประเด็นภายในและประเด็นภายนอก (External and Internal Issues) ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ และทิศทางเชิงกลยุทธ์ รวมถึงการส่งผลกระทบต่อความสามารถในการบรรลุผลของระบบบริหารคุณภาพ (QMS) ทั้งนี้องค์กรจะต้องติดตาม ทบทวนข้อมูลประเด็นภายในและประเด็นภายนอกนั้น
กำหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Interested Parties) รวมถึงข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับ QMS ทั้งนี้องค์กรจะต้องติดตาม ทบทวนข้อมูลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องนั้น
ระบุขอบเขต (Boundaries) และขอบข่าย (Scope) ในการจัดทำ QMS ขององค์กร โดยจะต้องคำนึงถึงปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ หรือบริการขององค์กร
ประยุกต์ใช้ข้อกำหนดทั้งหมดตามมาตรฐาน ISO 9001 ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ ภายใต้ Scope ที่กำหนด และจัดทำเป็นเอกสารข้อมูล (Documented information)โดย Scope ต้องระบุถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้อง กรณีที่มีข้อกำหนดที่ไม่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ ต้องอธิบายเหตุผล ซึ่งการละเว้นข้อกำหนดดังกล่าวต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถหรือความรับผิดชอบขององค์กรที่มีต่อความสอดคล้องต่อข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์หรือบริการ
จัดทำนำไปปฏิบัติ คงรักษาและปรับปรุง QMS รวมถึงกระบวนการที่จำเป็นแต่ละกระบวนการเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนด
การนำองค์กร (Leadership) ผู้บริหารระดับสูงต้องแสดงให้เห็นถึงการนำองค์กรและความมุ่งมั่น โดยมีรายละเอียด โดยสรุปดังนี้
แสดงให้เห็นถึงการนำองค์กรและความมุ่งมั่น โดยการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประสิทธิผลของ QMS การจัดทำนโยบายคุณภาพและวัตถุประสงค์คุณภาพที่สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์และบริบทขององค์กร
แสดงถึงภาวะผู้นำและความมุ่งมั่นในการมุ่งเน้นลูกค้า โดยทำให้มั่นใจว่าข้อกำหนดของลูกค้า กฎหมาย และข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้รับการพิจารณาเพื่อมุ่งเน้นความพึงพอใจของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
จัดทำทบทวน และธำรงรักษานโยบายคุณภาพและสื่อสารนโยบายคุณภาพนั้น
กำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร
การวางแผน (Planning) องค์กรต้องดำเนินการ โดยสรุปดังนี้
ระบุความเสี่ยงและโอกาส โดยคำนึงถึงประเด็นปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในและผู้มีส่วนได้เสียต่อ QMS เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ป้องกัน หรือลดผลกระทบที่ไม่พึงปรารถนา
จัดทำวัตถุประสงค์คุณภาพ (Quality Objective) ตามสายงาน ระดับและกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยวัตถุประสงค์คุณภาพดังกล่าวต้องสอดคล้องกับนโยบายคุณภาพ สามารถวัดได้ สอดคล้องกับข้อกำหนดที่ประยุกต์ใช้ ความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์และบริการและการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ต้องได้รับการติดตามได้รับการสื่อสาร และปรับปรุงตามความเหมาะสม
การสนับสนุน (Support) องค์กรต้องดำเนินการ โดยสรุปดังนี้
กำหนดและจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดประกอบด้วยบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมสำหรับการปฏิบัติการ
จัดหาเครื่องมือในการตรวจติดตาม และการวัดที่มีความถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือ
กำหนดความรู้ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติในแต่ละกระบวนการและต่อการบรรลุความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์และบริการ
กำหนดความสามารถที่จำเป็นของบุคลากรที่ปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานด้านคุณภาพ บนพื้นฐานของการศึกษา การฝึกอบรม หรือประสบการณ์ที่เหมาะสมและต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งความสามารถที่จำเป็น และมีการประเมินประสิทธิผลของการดำเนินการดังกล่าว และจะต้องเก็บหลักฐานของความสามารถนั้นเป็นเอกสารข้อมูล
บุคลากรที่อยู่ภายใต้ระบบบริหารคุณภาพขององค์กร ต้องตระหนักถึงนโยบายคุณภาพ วัตถุประสงค์คุณภาพ การมีส่วนร่วมของประสิทธิผลของระบบบริหารคุณภาพ และผลของความไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของระบบบริหารคุณภาพ
กำหนดการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับ QMS รวมถึงประเด็นที่ต้องการสื่อสาร ระยะเวลา บุคคลที่จะสื่อสาร และวิธีการในการสื่อสาร
ต้องควบคุมเอกสารข้อมูลที่จำเป็นตามข้อกำหนดและเอกสารข้อมูลที่จำเป็นที่กำหนดโดยองค์กร โดยเอกสารข้อมูลดังกล่าวจะต้องได้รับการบ่งชี้ กำหนด รูปแบบและมีการทบทวนและอนุมัติอย่างเหมาะสมและเพียงพอ
ต้องควบคุมเอกสารข้อมูล ที่มาจากภายนอกที่จำเป็นต้องใช้ในการวางแผนและการปฏิบัติการใน QMS ด้วยวิธีการที่เหมาะสมด้วย
การปฏิบัติการ (Operation) องค์กรต้องดำเนินการ โดยสรุปดังนี้
วางแผน นำไปปฏิบัติและควบคุมกระบวนการตามที่ได้ระบุไว้ โดยต้องกำหนดข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการ จัดทำเกณฑ์สำหรับกระบวนการและการยอมรับผลิตภัณฑ์และบริการ กำหนดทรัพยากรที่จำเป็น ควบคุมกระบวนการให้สอดคล้องกับเกณฑ์
ดำเนินการจัดทำกระบวนการสำหรับการสื่อสารกับลูกค้า กระบวนการในการกำหนดข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำไปเสนอลูกค้า และทำการทบทวนข้อกำหนดที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ
จัดทำนำไปปฏิบัติ และธำรงรักษาไว้ ซึ่งกระบวนการออกแบบและพัฒนาที่เหมาะสมต่อผลิตภัณฑ์และบริการ ประกอบด้วย การวางแผน การกำหนดข้อมูลสำหรับการออกแบบและพัฒนา การควบคุมกระบวนการออกแบบและพัฒนา ผลผลิตและการเปลี่ยนแปลงการออกแบบและพัฒนา
ควบคุมการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการจากภายนอก เพื่อให้ผู้จัดหาภายนอกสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตามที่องค์กรต้องการ และสอดคล้องกับข้อกำหนด โดยต้องมีการประเมิน คัดเลือก ติดตามผล และประเมินซ้ำและต้องเก็บรักษาผลการดำเนินการดังกล่าว
กระบวนการทำให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการ ประกอบด้วยการควบคุมกระบวนการผลิตและการให้บริการ การชี้บ่งและการสอบกลับได้ การจัดการกับทรัพย์สินของลูกค้าหรือผู้จัดหาภายนอกที่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กร การดูแลรักษาผลจากกระบวนการในขณะดำเนินการผลิตหรือให้บริการตามขอบเขตที่จำเป็น กิจกรรมหลังการส่งมอบที่เกี่ยวข้อง การควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้วางแผนไว้
กำหนดการตรวจปล่อยผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสม และได้รับการอนุญาตจากผู้มีอำนาจที่เหมาะสม
ในการควบคุมผลผลิตของกระบวนการ ต้องมีการชี้บ่งและควบคุมผลผลิตหรือบริการที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดเป็นการป้องกันการนำไปใช้หรือส่งมอบโดยไม่ตั้งใจ และทำการทวนสอบ การแก้ไขให้เหมาะสมกับกระบวนการ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้สอดคล้องนั้น
การประเมินสมรรถนะ (Performance Evaluation) องค์กรต้องดำเนินการ โดยสรุปดังนี้
การตรวจติดตาม การวัด การวิเคราะห์ และการประเมินผล โดยการกำหนดสิ่งที่จำเป็นต้องติดตามตรวจและการวัด วิธีการในการดำเนินการ เวลา และผลลัพธ์ที่ได้ต้องถูกนำไปวิเคราะห์และประเมินผล
ดำเนินการตรวจประเมินภายใน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติสอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์กรตามระบบบริหารคุณภาพ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีการจัดทำแผนการตรวจ โปรแกรมการตรวจประเมิน ความถี่ วิธีการ ผู้รับผิดชอบ และรายงานผลการตรวจประเมินภายใน
ทำการทบทวนระบบบริหารคุณภาพตามช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อให้มั่นใจว่ายังมีความเหมาะสม เพียงพอ และสอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร
การปรับปรุง (Improvement) องค์กรต้องดำเนินการ โดยสรุปดังนี้
กำหนดและเลือกโอกาสสำหรับการปรับปรุงระบบและนำไปปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและสร้างความพึงพอใจของลูกค้า
ดำเนินการจัดการ แก้ไข ทบทวน หาสาเหตุสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและทบทวนประสิทธิผลของการแก้ไขที่ได้ดำเนินการ และอาจจำเป็นต้องทำการปรับปรุงระบบบริหารคุณภาพที่มีอยู่
ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าระบบบริหารคุณภาพที่มีอยู่มีเพียงพอและยังคงมีประสิทธิผลอยู่