เครื่องกลหรือกลไก เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบมีการขับเคลื่อนหรือดำเนินการอยู่ใด้ การทำงานของกลไกนั้นจะต้องเป็นการทำงานที่สัมพันธ์กันของอุปกรณ์แต่ละชิ้นในระบบนั้น ๆ และการเลือกใช้เครื่องกลให้เหมาะสมกับงานจะทำให้เกิดการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือตามวัตถุประสงค์
2.1 เครื่องกลในการสร้างขึ้นงาน
เครื่องกล (Mechanical) เป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยผ่อนแรงหรืออำนวยความสะดวกในการทำงานโดยออกแรงเพียงเล็กน้อย ก็สามารถยกของที่มีน้ำหนักมาก ๆ ได้ เครื่องกลอย่างง่ายมี 6 ประเภท ประกอบด้วยรอก ดาน ล้อและเพลาพื้นเอียง ลิ่ม และสกรู
1. รอก (Pulley) คือ เครื่องกลที่มีลักษณะเป็นล้อหมุนได้คล่องรอบแกน ที่ขอบของล้อมีเชือกหรือสายเคเบิลพาดล้อเพื่อใชัยกของหนักขึ้นที่สูงหรือหย่อนลงที่ต่ำ เช่น การก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม ระบบรอกเดี่ยวจะประกอบด้วย
รอกเดี่ยวตายตัวและรอกเดี่ยวเคลื่อนที่รอกเดี่ยวตายตัว คือ รอกที่ตรึงอยู่กับที่ หรือรอกที่ผูกติดขณะทำงาน รอกประเภทนี้ไม่สามารถช่วยผ่อนแรงได้ แต่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนทิศทางในการออกแรงได้
รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ คือ รอกที่เคลื่อนที่ได้ขณะทำงาน รอกประเภทนี้สามารถช่วยผ่อนแรงและทิศทางการออกแรงได้
เมื่อนำรอกทั้ง 2 ประเภทรวมเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถใช้ในการผ่อนแรงได้มากขึ้น และประหยัดพื้นที่การใช้งาน เรียกรอกประเภทนี้ว่า รอกพวง
2. คาน (Lever) เดรื่องกลที่มีลักษณะแข็ง เป็นแท่งยาว ใช้ดีดหรืองัดวัตถุให้เคลื่อนที่รอบจุดหมุนหรือจุดฟัลครัม (F)ส่วนประกอบที่สำคัญในการทำงานของคานมี 2 ส่วน ประกอบด้วย แรงความพยายามหรือแรงที่กระทำต่อดาน (E) แรงความต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (W) และจุดหมุนหรือจุดฟัลครัม
คาน จำแนกออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1) ดานอันดับที่ 1 เป็นคานที่มีจุดหมุน (F) อยู่ระหว่างแรงพยายาม (E) และแรงต้านทาน (W) ดานแบบนี้จะช่วยผ่อนแรง เครื่องใช้ที่จัดเป็นดานอันดับที่ 1 เช่น คีมตัดลวด กรรไกรตัดเล็บ กรรไกรตัดผ้า อนตอกตะปู ชะแลง
2) ดานอันดับที่ 2 เป็นดานที่มีแรงต้านทาน (W) อยู่ระหว่างแรงพยายาม (E) และจุดหมุน (F) คานแบบนี้จะช่วยผ่อนแรง เครื่องใช้ที่จัดเป็นคานอันดับที่ 2 เช่น รถเข็นดิน ที่เปิดขวด ที่ตัดกระดาษ
3) ดานอันดับที่ 3 เป็นดานที่มีแรงพยายาม (E) อยู่ระหว่างแรงต้านทาน (W) และจุดหมุน (F) ดานแบบนี้ไม่ช่วยผ่อนแรง เครื่องใช้ที่จัดเป็นดานอันดับที่ 3 เช่น แหนบ ตะเกียบ ดีมคีบถ่าน ไม้กวาดด้ามยาว
3. ล้อและเพลา (Wheel and Axle) คือ เครื่องกลที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก 2 ชิ้นติดกัน วัตถุชิ้นใหญ่กว่าเรียกว่า ล้อวัตถุชิ้นเล็กกว่าเรียกว่า เพลา โดยอาศัยอัตราส่วนระหว่างรัศมีของล้อและเพลาในการผ่อนแรง ดังนั้น หากต้องการให้ผ่อนแรงมากให้อัตราส่วนดังกล่าวต่างกันมาก ตัวอย่างล้อและเพลา เช่น ล้อรถลูกบิดประตู ไขควง พวงมาลัยรถ
4. พื้นเอียง (Inclined Plane) คือ เครื่องกลที่ใช้ในการผ่อนแรง มีลักษณะเป็นไม้กระดานยาวเรียบใช้พาดบนที่สูงเพื่อขนย้ายวัตถุขึ้นสู่ที่สูงโดยการลากหรือผลัก ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของขึ้นหรือลง
5. ลิ่ม (Wedge) คือ เครื่องกลที่ใช้ผ่อนแรงมีลักษณะปลายด้านหนึ่งแบนหรือแหลมส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นหน้าเรียบ ใช้แยกเนื้อวัตถุออกจากกันด้วยการให้แรงในแนวตั้งฉากกับส่วนหัวที่เป็นด้านเรียบ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแรงตั้งฉากไปเป็นแรงในแนวตั้งฉากกับพื้นเอียง
2.2 เครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน
เครื่องมือเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากในการสร้างชิ้นงาน เพราะสามารถสร้างชิ้นงานได้ละเอียด แม่นยำปรับแต่งชิ้นงานให้มีรูปร่างลักษณะตามต้องการและทำงานได้เร็วขึ้น เครื่องมือมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะและหน้าที่ในการใช้งานแตกต่างกัน ดังนั้น เราจะต้องรู้จักวิธีการใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน ดังนี้
1. เครื่องมือวัด เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการวัดเพื่อบอกระยะ หรือขนาดความกว้าง ความยาว ความสูง และความหนาของวัสดุหรือชิ้นงาน เช่น ไม้บรรทัดเหล็ก ตลับเมตร เวอร์เนียร์ดาลิเปอร์
2. เครื่องมือตัด เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับตัดชิ้นงานให้แยกจากกัน เช่น คัดเตอร์ กรรไกร เลื่อยมือ คีมตัด
3. เครื่องมือสำหรับยึดติด เป็นเครื่องมือสำหรับยึดติดอุปกรณ์ เช่น กาว ปืนกาว สกรู ไขควง
4. เครื่องมือสำหรับเจา: เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเจาะรู้ชิ้นงานประเภทโลหะหรือไม้ เช่น สว่านไฟฟ้า สว่านมือ สว่านกระแทก ที่เจาะกระดาษ