เทคโนโลยีทำให้เกิดการต่อยอดพัฒนาคิดค้นสิ่งต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายต่อชีวิตของมนุษย์ได้อย่างมากมาย อีกทั้งยังเป็นตัวการสำคัญในการเข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตเป็นอย่างดี และตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในด้านต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีด้านการผลิตทำให้สามารถผลิตสินค้าได้ในปริมาณที่มากขึ้นโดยใช้ระยะเวลาน้อยลง ส่งผลให้สินค้ามีราคาถูกลง เทคโนโลยีด้านการบริการได้มีส่วนช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ เทคโนโลยีด้านการสื่อสารทำให้การติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงกันได้ทั่วโลก ส่งผลให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว
ในปัจจุบันมนุษย์ได้ค้นพบและสร้างองค์ความรู้มากมายหลายสาขา เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสตร์ที่ส่งผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก คือ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ กล่าวคือ วิทยาศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เช่น กาลิเลโอ ได้พบว่า ก้อนหินสองก้อนที่มีมวลไม่เท่ากัน เมื่อถูกปล่อยให้ตกจากระดับเดียวกันและเวลาเดียวกัน ก้อนหินจะตกถึงพื้นพร้อมกันทุกครั้งไป ต่อมานิวตันจึงได้นำความรู้ด้านคณิตศาสตร์ คือ แคลดูลัสเข้ามาพิสูจน์สิ่งที่สังเกต จึงสามารถใช้สมการเพื่อการไขความลับการตกของวัตถุต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น การดันพบทางวิทยาศาสตรีใหม่ ๆ ที่มีการอธิบายในรูปแบบของสมการทางณิตศาสตร์ที่แม่นยำจึงช่วยให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาอีกมากมาย เช่น เทคโนโลยีอวกาศที่อาศัยแรงดันมหาศาลและความเร็วสูงมาก ๆ ที่ทำให้ยานอวกาศเคลื่อนที่หลุดออกจากแรงโน้มถ่วงของโลก
กิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์มีความเกี่ยวข้องกับเทดโนโลยีอยู่ตลอดเวลา และเทคโนโลยีส่วนใหญ่ต้องใช้พลังงานในการทำงาน ความต้องการพลังงานอย่างมหาศาลจึงเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีเชื้อเพลิงจากถ่านหิน น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานจากธรรมชาติ แต่ทรัพยากรเหล่านี้มีจำนวนจำกัดและสามารถหมดไปในอนาคตได้ ดังนั้น ทางเลือกในการแก้ปัญหาการขาดแดลนพลังงาน คือ การใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งก่อให้เกิดเทคโนโลยีของพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ ขึ้น ยกตัวอย่างเช่น พลังงานแสงอาทิตย์ใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานลมใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าหรือสูบน้ำจากกังหันลม พลังงานความร้อนใต้พิภพใช้ในการนำความร้อนหรือทำความร้อนให้บ้านโดยใช้เครื่องปั๊มความร้อน
ดังนั้น ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทดโนโลยีอย่างต่อเนื่อง คือ การตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม
เทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ แต่เทคโนโลยีที่สะดวกสบายก็ก่อให้เกิดข้อเสียหลายอย่างต่อกรใช้ชีวิตของมนุษย์เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น การใช้รถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ปล่อยเขม่า ฝุ่น ควันดำออกมา ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองที่มีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ดังนั้น เราควรเรียนรู้ในการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีส่งผลกระทบโดยตรง 3 ด้าน คือ ด้านมนุษย์และสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม
1. ด้านมนุษย์และสังคม ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิถี
การดำเนินชีวิต หรือรวมไปถึงการเปลี่ยนแนวความคิดได้ ดังนี้
1) ความต้องการของสังคม แรงขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี คือ สังคมบริเวณนั้นต้องการเทคโนโลยี
ในรูปแบบใด เพื่อช่วยแก้ปัญหาหรือเพื่อสนองความต้องการในการดำรงชีวิตประจำวันให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เช่น นำไปแก้ปัญหา
ทางการเกษตร การสื่อสารของชุมชน ระบบรักษาความปลอดภัย การเดินทาง เครื่องช่วยเหลือผู้สูงวัย
2) ความก้าวหน้าของวิทยาการ เป็นการนำองค์ความรู้แขนงต่าง ๆ มาสร้างสรรค์หรือแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนเพื่อนำไปสู่การสร้างเครื่องมือ
ทางเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งได้นำความรู้ใหม่หลายแขนงมาปรับเปลี่ยนจากของเดิมหรือทำขึ้นใหม่ทดแทน จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอยู่เสมอ ซึ่งความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยศาสตร์ที่มีความสำคัญก็คือ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์นั่นเอง
3) การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความหมายของวัฒนธรรมไว้ว่าเป็น
"วิถีการดำเนินชีวิต (The Way of Life)" ของคนในสังคม นับตั้งแต่วิธีกิน วิธีอยู่ วิธีแต่งกาย วิธีทำงาน วิธีพักผ่อน วิธีแสดงอารมณ์ วิธีสื่อความ
วิธีจราจรและขนส่ง วิธีอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ วิธีแสดงความสุขทางใจ และหลักเกณฑ์การดำเนินชีวิตที่คนส่วนใหญ่ในสังคมปฏิบัติสืบต่อกันมา วัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขและกาลเวลา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีการประดิษฐ์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใช้แก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่า ก็จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรมดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่กว่า ทำให้ชีวิตมนุษย์สะดวกสบายมากกว่าเดิม และก็จะมาแทนที่เทคโนโลยีที่เก่ากว่า จนกระทั่งในที่สุดมนุษย์อาจเลิกใช้วัฒนธรรมเดิม ดังนั้น เทคโนโลยีเป็นที่มาของวัฒนธรรมใหม่ 1 หลายอย่าง เช่นการค้นหาข้อมูลในการเรียน ในอดีตนักเรียนต้องเข้าห้องสมุดค้นคว้าหาความรู้ ปัจจุบันนักเรียนสามารถนหาความรู้จากอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้อมูลอาจจะไม่ถูกต้อง เนื่องจากบางแหล่งข้อมูลเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
2. ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปมีผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยส่งผลให้ระบบการทำงานขององค์กรดีขึ้น และสร้างกำไรให้ธุรกิจ
ได้มากขึ้น เช่น การผลิต การตลาดและการขาย การเงินและการบัญชี
3. ด้านสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมแต่ละที่ย่อมแตกต่างกัน จึงทำให้เกิดความต้องการหรือพัฒนาเทคโนโลยีแตกต่างกันไป เพราะเจอปัญหาจากสภาพแวดล้อมจึงต้องมีเทคโนโลยีในการป้องกันเพื่อดำรงชีวิตให้ได้ แต่บางพื้นที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างพลังงานได้เช่นกัน เช่น พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ ดังนั้นเมื่อใช้เทคโนโลยีในการสร้างพลังงานแล้วยังต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมาจากการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมและมลพิษที่ต้องมีการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้มลพิษถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ หรือต้องมีการบำบัดให้ได้ตามมาตรฐานก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้คนในบริวณนั้น ๆ ที่ต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีวิตด้วยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นเพื่อให้มนุษย์สามารถจัดการหรือควบคุมธรรมชาติได้และเพื่อให้มนุษย์สะดวกสบายหรือได้รับประโยชน์มากขึ้น