Referral Unit
Referral Unit
สถิติการประสาน Refer
สรุปข้อมูล Refer in - out
การจำแนกระดับความเฉียบพลันของผู้ป่วยในการปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินระหว่างสถานพยาบาล
(Level of Patient Acuity for Interfacility Transfer)
U : Unstable (ผู้ป่วยไร้เสถียรภาพ) หมายถึงผู้ป่วยที่หลังให้การดูแลอย่างเต็มที่แล้ว สัญญาณชีพยังไม่คงที่ ไร้เสถียรภาพ หรือมีความต้องการการดูแลที่เฉพาะเจาะจงขั้นสูงเป็นพิเศษ เช่น Post cardiac arrest, ผู้ป่วยที่ต้องใช้ Intraaortic balloon pump, ผู้ป่วยที่มี Invasive monitoring, ผู้บาดเจ็บ Multiple trauma ที่มีสัญญาณชีพไม่คงที่ซึ่งต้องการการรักษาจำเพาะในเวลาที่จำกัด
H : Stable with High risk of deterioration (ผู้ป่วยมีเสถียรภาพ มีความเสี่ยงต่อการทรุดลงเฉียบพลันสูง) หมายถึงผู้ป่วยมีประวัติเสถียรภาพต่ำและหลังให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่แล้ว สัญญาณชีพมีเสถียรภาพ แต่มีความเสี่ยงต่อการทรุดลงเฉียบพลันสูงระหว่างการส่งต่อผู้ป่วย
M : Stable with Medium risk of deterioration (ผู้ป่วยมีเสถียรภาพ มีความเสี่ยงต่อการทรุดลงเฉียบพลันปานกลาง) หมายถึงผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดระหว่างส่งต่อ โดยการติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจ/การหายใจ/ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด/ความดันโลหิต/ระดับความรู้สึกตัว ทุก 5-15 นาที หรือผู้ป่วยที่ได้รับยาความเสี่ยงสูงทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เช่น Heparin, Nitroglycerine เป็นต้น
L : Stable with Low risk of deterioration (ผู้ป่วยมีเสถียรภาพ มีความเสี่ยงต่อการทรุดลงเฉียบพลันต่ำ) หมายถึงผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับสารน้ำระหว่างส่งต่อ
N : Stable with No risk of deterioration (ผู้ป่วยมีเสถียรภาพ ไม่มีความเสี่ยงต่อการทรุดลงเฉียบพลัน) หมายถึงผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นต้องได้รับสารน้ำระหว่างส่งต่อ อาจ On saline lock แต่มีความจำเป็นต้องส่งไปสถานพยาบาลที่ศักยภาพสูงกว่า ซึ่งอาจไปโดยวิธีไปด้วยตนเอง หรือโดยรถพยาบาล ขึ้นกับสถานการณ์
เกณฑ์การจัดอัตรากำลังส่งต่อผู้ป่วย
แนวทางประสานแพทย์ Case CVT ในรพ.สมุทรสาคร
Case Heart & Lung รายงาน นพ.ณัฐพงศ์
Case Vascular รายงาน นพ.ภวินทร์
OPD Vascular นพ.ภวินทร์ ออกตรวจ OPD Sx. วัน พฤหัส (เช้า)
กรณี Case Refer มาทำ Echo เด็ก ในเวลาราชการ ให้รายงาน พญ.มัทนา โดยให้ส่งเอกสารใน Line แพทย์จะแจ้ง วัน เวลา กลับมา หลังจากนั้นให้โทรประสานไปห้อง Echo เบอร์ 40207, 40208
OPD Chest Med ออกตรวจทุกวันอังคาร(เช้า/บ่าย) ต้องโทรนัดขอคิวตรวจจาก OPD ก่อน เบอร์ติดต่อ 2113, 2121
แนวทางประสานส่งต่อ รพ.ศิริราช
ช่องทางการติดต่อ : Line Refer รพ.ศิริราช
เอกสารที่ต้องเตรียม
ใบสรุปประวัติการรักษา
รูปถ่าย ECG และ Chest X-Ray
VDO CT หรือ MRI พร้อมผลอ่าน
บัตรประชาชนผู้ป่วย
เบอร์โทรติดต่อกลับ และเบอร์แพทย์
เอกสารทั้งหมดบันทึกเป็น pdf. file และเป็นแนวตั้ง
โทรแจ้งอาการหลังจากส่งเอกสาร 15-30 นาที
หมายเหตุ: เมื่อข้อมูลครบถ้วนถึงจะรายงานแพทย์เพื่อพิจารณา Refer หลังจากทราบผลจากแพทย์ ศูนย์ refer ศิริราชจะติดต่อแจ้งผลกลับในทันที
แนวทางประสานส่งต่อ รพ.รามาธิบดี
ช่องทางการติดต่อ : Line Refer Official RAMA
เบอร์เวลาทำการ 08.00-24.00 น. : 02-2012984-5
*** โทรติดต่อก่อนส่งเอกสารทาง Line ทุกครั้ง***
ขั้นตอนการประสานส่งต่อผู้ป่วย
โทรติดต่อเบอร์ 02-2012984-5
ส่งเอกสารสรุปประวัติการรักษา (ต้องเป็น File pdf. เท่านั้น) เอกสารต้องไม่กลับหัว มีความชัดเจน
รูป Film X-Ray, Lab, ผลอ่าน Imaging ถ่ายภาพให้ชัดเจน ตรง เต็มแผ่น และไม่กลับหัว
Vedio Imaging ถ่ายระยะใกล้ๆ หมุนช้าๆ ให้เก็นตำแหน่งรอยโรคชัดเจน ทั้ง Axial, Coronal, Sagital view รวมหรือแยกคลิปก็ได้
Line นี้สำหรับประสานงานเวลา 08.00-24.00 น. นอกเหนือเวลาดังกล่าว สำหรับเคสฉุกเฉินให้โทรติดต่อเบอร์ 02-2011000 หรือ 02-2003000 ต่อ แผนกฉุกเฉิน (ER)
Line นี้ใช้ในการส่งข้อมูลประวัติการรักษาที่ใช้ในการ Refer เท่านั้น ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ข้อมูลจากในนี้สู่ภายนอกทีมแพทย์ พยาบาลหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย
แนวทางประสานส่งต่อ สถาบันกัลยาราชนครินทร์
ช่องทางการติดต่อ : Line ER สถาบันกัลยาณ์ฯ
ส่งผล Lab CBC, BUN, Cr, E'lyte, LFT และผล ATK ภายใน 24 ชั่วโมง
กรณีเคสสารเสพติดให้แนบ Lab Urine for drug
กรณีเป็นเคสผู้หญิง แนบ Lab Urine pregnancy test ด้วย
กรณีเคสผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) แนบผลตรวจ ECG 12 lead และ DTX ด้วย
Film CXR พร้อมแนบผล ในกรณีไม่มีรังสีแพทย์ให้แพทย์เวรอ่านผลเบื้องต้น
ในกรณี Lab ผิดปกติรบกวนแจ้งแพทย์เวรแก้ Lab และลงรายละเอียดตามแผนการรักษาลงในใบ refer / หากผู้รับบริการมีความผิดปกติทางกาย (อาทิ มีบาดแผล อุบัติเหตุ ถูกทำร้ายร่างกาย ประวัติทำร้ายตัวเอง) ลงข้อมูลในใบ refer และแจ้งข้อมูลก่อนส่งตัว
ในกรณีที่มีการให้การรักษา Sedate ยา ให้ลงเวลาฉีดยาด้วย
ในกรณีที่ผู้รับบริการมีโรคประจำตัว หรือมีความจำเป็นต้องทานยาที่ไม่ใช่ยาทางจิตเวช *ต้องเบิกยามาให้อย่างน้อย 1 เดือน