แม้ Nissan 2000GT-R จะประสบความสำเร็จมากในการแข่งขันบนสนามญี่ปุ่น แต่ในยุคนั้นชาวโลกไม่ได้รู้จักชื่อเสียงของมันแต่อย่างใด เพราะการทำตลาดที่ยังไม่มีรถยี่ห้อใดเริ่มบุกออกนอกประเทศญี่ปุ่น หลังจากโครงการ GT-R ถูกหยุดลงเนื่องจากวิกฤติพลังงาน และการพยายามดัน C110 GT-R Generation ที่ 2 ในปี 1972 ก็ไม่สามารถไปต่อได้ รหัส GT-R จึงหายไปจากโลกเป็นเวลานานถึง 16 ปี แม้หลังจากนั้นจะมี Skyline R30 และ R31 ออกมาสู่ท้องตลาด แต่ก็ไม่มีรหัส GT-R ออกมาด้วย เป็นการปิดตำนาน Skyline รูปทรงกล่องของ Shinichiro Sakurai ผู้จากโลกนี้ไปในปี 2011
หลังจากนั้นจึงเป็นยุคของ Naganori Ito ลูกศิษย์คนสนิทของอาจารย์ Sakurai ผู้เข้ามาชุบชีวิตรหัส GT-R สานต่อสร้างตำนานที่ยิ่งใหญ่กว่าเก่าทั้งในประเทศญี่ปุ่นและบนเวทีโลก กับรหัสที่ยังขลังอยู่ถึงวันนี้ นั่นคือ R32 Nissan Skyline GT-R
ต้นกำเนิดของ GT-R Generation ที่ 3 นั้นมาจากสนามแข่งอย่างแท้จริง ในปี 1989 Nissan ต้องการรถแข่งคันใหม่ที่จะสามารถคว้าชัยในรายการ Japanese Touring Car Championship (JTCC) ระดับ Group A จึงออกแบบ chassis ขึ้นมาใหม่ในรหัส E-BNR32 หรือที่โลกรู้จักกันในนาม “R32” และมันก็กวาดแชมป์ในประเทศไปจนเกลี้ยงตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 1989 – 1993 ซึ่งผลพวงของการที่ Nissan คิดค้นเทคโนโลยีภายใต้ข้อบังคับของ Group A ไม่ว่าจะเป็นการขยายความจุเครื่องยนต์ ซึ่งต่อมากลายเป็นต้นแบบของหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในโลก “RB26DETT” หรือระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ ATTESA (Advanced Total Traction Engineering System for All-Terrain) AWD ได้ถูกถ่ายทอดลงสู่ R32 Nissan Skyling GT-R จากเดิมที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังใน GT-R รหัส C10 และ C110
หลายคนรู้ว่า GT-R มีฉายาเท่ ๆ ว่า ‘Godzilla’ แต่อาจะไม่รู้ว่าชื่อนี้ได้มาจาก R32 Nissan Skyling GT-R หลัง Nissan คว้าแชมป์ในบ้านชนิดยึดโพเดี่ยมถาวร จึงเริ่มมองหาความท้าทายใหม่ ๆ ในสนามแข่งระดับสากลเพื่อแสดงให้โลกได้เห็นศักยภาพของรถจากญี่ปุ่น และเป็นครั้งแรกที่รถยนต์จากญี่ปุ่นจะขยายตลาดออกนอกประเทศ ในปี 1990 Nissan จึงเริ่มบุกตลาด Australia เป็นประเทศแรก โดยส่ง R32 Nissan Skyling GT-R ลงแข่งรายการ Australian Touring Car Championship และเพียงแค่รายการแรกที่รถยนต์จากญี่ปุ่นสัมผัสพื้นสนามแข่ง โลกที่เคยมั่นใจในสมรรถนะของรถแข่งจาก USA, Germany หรือ Italy ก็ต้องอ้าปากค้างไปพร้อม ๆ กัน เพราะ R32 GT-R สามารถเบียดคว้าแชมป์ได้ทันทีและครองโพเดี่ยมเป็นระยะเวลานานหลายปี ทำให้สื่อ Australia เรียกขานการมาทำลายล้างสถิติในวงการรถยนต์ Australia ของ R32 Nissan Skyline GT-R ว่าเป็น “The Godzilla” Monster from Japan
ด้วยความสำเร็จมากมายที่ R32 Nissan Skyline GT-R คว้าแชมป์ได้ทั้งในและนอกประเทศ ทำให้ Nissan ผลิตรถยนต์รุ่นย่อยพิเศษ ๆ ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น V-Spec และ V-Spec II (“Victory SPECification”) ใช้ฝากระโปรงหน้าและกันชนน้ำหนักเบาจากเวอร์ชัน NISMO ระบบขับเคลื่อน ATTESA E-TS system AWD มีการเพิ่มชุดเบรก Brembo และใช้ล้อ BBS 17 นิ้ว ผลิตออกมาเพียงรุ่นละ 1,3xx คันเท่านั้นนอกจากนี้ยังมี NISMO เวอร์ชัน ที่ผลิตออกมาเพียง 560 คัน และ Rare Items ที่หายากสุด ๆ อย่าง N1 เวอร์ชันสำหรับแข่งในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีการอัพเกรดความแรง และรีดน้ำหนักโดยการถอดทุกสิ่งอำนวยความสะดวกออกไปหมดสิ้น ผลิตออกมาทั้งหมดเพียง 245 คันด้วยจำนวนที่น้อยและเรื่องราวที่ครบถ้วน ทำให้ทุกวันนี้มูลค่าของ R32 รุ่นพิเศษยังคงถูกประมูลกันสูงลิบลิ่ว และเป็นที่หมายตาของนักสะสมรถตัวจริงจากทั่วโลก
https://www.unlockmen.com/nissan-skyline-gtr-godzilla/