องค์ประกอบของดนตรี

โพสต์24 ก.ย. 2553 23:41โดยP Khunthongchan   [ อัปเดต 24 ก.ย. 2553 23:45 ]
องค์ประกอบของดนตรี
 
        ดนตรีเป็นศิลปะและเป็นวิธีการแห่งการสร้าง หรือทำ "เสียง"ให้อยู่ในระเบียบในด้าน จังหวะ ทำนอง สีสันของเสียง และคีตลักษณ์   ไม่ว่าดนตรีชาติใดจะต้องอยู่ในพื้นฐานต่างเหล่านี้เหมือนกันทั้งสิ้น ในความแตกต่างนั้นขึ้นอยู่กับกรอบของวัฒนธรรมของแต่ละสังคม ที่กำหนดให้เกิดรสนิยมของแต่ละวัฒนธรรมซึ่งเป็นตัวกำหนดให้เกิดความแตกต่าง จนสามารถบ่งบอกได้ว่าดนตรีแต่ละแบบซึ่งแตกต่างกันนั้นเป็นของชาติหนึ่งชาติใดได้ ดังนั้นการศึกษาองค์ประกอบของดนตรี จึงควรศึกษาจากลักษณะทั้งหมดที่ได้กล่าวมาแล้ว
        องค์ประกอบของดนตรีประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้

1. เสียง เป็นสื่อของคีตกวีที่ใช้สร้างสรรค์ผลงานทางด้านดนตรี ซึ่งผู้สร้างสรรค์ดนตรีสามารถสร้างเสียงให้หลากหลายได้ โดยอาศัยวิธีการผลิตเสียงเป็นตัวกำหนด เช่า การดีด สี ตี เป่า เป็นต้น
         ลักษณะความแตกต่างของเสียงนี้ จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ 4 ประการ คือ ระดับเสียง(สูง-ต่ำ) ความยาว และ ความแคบของเสียง(ช่วงสั้นๆ) และคุณภาพของเสียง (ดี-ไม่ดี)
        1.1  ระดับเสียง หมายถึง ระดับความสูง - ต่ำ ของเสียง ซึ่งเกิดจากจำนวนของความถี่ของการสั่นสะเทือนของแหล่งกำเนิดเสียงของเครื่องดนตรี คือ ถ้าการสั่นสะเทือนเร็ว หรือความถี่ของคลื่นสูง เสียงก็จะสูง  หากการสั่นสะเทือนช้า หรือความถี่ของคลื่นต่ำ เสียงก็จะต่ำ
        1.2  ความสั้นยาวของเสียง เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดลีลา จังหวะ และอารมณ์
        1.3  ความเข้มของเสียง คุณสมบัติเกี่ยวข้องกับน้ำหนักของความหนัก - เบาของเสียง ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ในการเกื้อหนุนเสียงให้มีลีลาจังหวะที่สมบูรณ์
       1.4  คุณภาพของเสียง เกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงที่แตกต่างกัน ปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างนั้นมีหลายสาเหตุ เช่น วีธีการผลิตเสียง รูปทรงของเครื่องดนตรี เป็นต้น

2. จังหวะ ในดนตรีสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ จังหวะภายใน และจังหวะภายนอก 
       2.1     จังหวะภายใน เป็นจังหวะที่แผงอยู่ในลีลาของทำนองได้แก่ความช้าเร็ว หนักเบา 
       2.2     จังหวะจากภายนอก เป็นจังหวะที่เพิ่มเติมจากจังหวะภายใน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ จังหวะภายนอกสามารถแยกได้จากลีลาของทำนอง ซึ่งจะเพิ่มเติมลีลาของทำนองให้มีสีสันเพิ่มขึ้น โดยมีเครื่องดนตรีทำจังหวะเป็นสื่อผลิตเสียง สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ จังหวะหลักที่ดนตรีดำเนินไปพร้อมๆกันทุกเครื่องมือ และจังหวะของเพลงที่เกิดจากกลอง, กีต้าร์, เบส ฯลฯ เป็นตัวกำหนด
                    2.2.1     จังหวะหลัก (จังหวะเคาะเท้า) เป็นจังหวะที่เกิดจากการนับหรือเคาะจังหวะพี้อมๆกันทุกคน มีระเบียบการบรรเลงแตกต่างกันออกไป ตามลักษณะประเภทของเพลง และสำเนียงของเพลงนั้นๆ
                    2.2.2     จังหวะกลอง (ชื่อจังหวะต่างๆ) ที่มีชื่อเรียกต่างๆกันไป มีหลายรูปแบบ เป็นจังหวะที่เกิดจากการตีเครื่องหนัง ประเภทกลอง และเสียงของเครื่องดีดที่เป็นพวกให้จังหวะ (Rhythm) มีผลต่อการสร้างสีสันให้บทเพลงอย่างมาก
 
3. ทำนอง เป็นการจัดระเบียบของเสียงสูง ต่ำ สั้น ยาว หนัก และเบา ทำนองดนตรีไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ทำนองหลัก และทำนองตกแต่ง

       3.1    ทำนองหลัก เป็นเนื้อทำนองที่แท้จริงของเพลงนั้นๆ ซึ่งนักดนตรีจะเรียกว่า โจทย์ของเพลง หรือ Melody หลัก  เครื่องดนตรีที่บรรเลงทำนองหลักคือ เครื่องมือที่กำหนดให้เป็นตัวโซโล่ทำนอง หรือ อาจจะเป็นการร้องก็ได้ ไม่มีกฏตายตัวแล้วแต่ผู้ประพันธ์จะวางรูปแบบ

       3.2    ทำนองตกแต่ง เป็นการประดิษฐ์ตกแต่งทำนองหลักให้เกิดความไพเราะเหมาะสมกับเครื่องดนตรีแต่ละประเภท กระบวนการตกแต่งทำนองให้ไพเราะและเหมาะสมกับเครื่องดนตรีแต่ละประเภทนี้เรียกว่า การแปรทำนอง, การโซโล่, การด้นทำนอง (Improvisation) ซึ่งผู้เล่นจำเป็นต้องใช้ทักษะปฏิบัติอย่างสูง อันเกิดจากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายๆปี จนเกิดเป็นลักษณะของ "คีตปฏิภาณ"

4. สีสันของเสียง คือลักษณะของเสียงที่เกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงที่มีความแตกต่างกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดนตรีนั้น ความหลากหลายด้านสีสันของเสียงประกอบด้วยปัจจัยที่มีความแตกต่างกันหลายประการ เช่น วิธีการบรรเลง วัสดุที่ใช้ทำ รูปทรง ขนาด

         4.1   วิธีการบรรเลง คุณลักษณะของเสียงที่เกิดจากวิธีการบรรเลง สามารถแยกออกได้เป็น  2  กลุ่ม ดังนี้
                4.1.1   กลุ่มที่มีเสียงราบเรียบ กลุ่มนี้ได้แก่เครื่องเป่า และเครื่องสี ลักษณะเสียงที่ได้จะมีความต่อเนื่องกันของเสียง
         4.1.2   กลุ่มที่มีเสียงไม่ราบเรียบ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีตระกูลเครื่องตีและดีด ซึ่งสามารถผลิตเสียงได้เพียงครั้งละหนึ่งเสียง หากต้องการผลิตเสียงที่ยาว ก็จะต้องตีและดีดหลายๆครั้งตามความยาวของจังหวะ

         4.2   วัสดุที่ใช้ทำเครื่องดนตรี แตกต่างกันตามลักษณะทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของสังคมและยุคสมัย ความแตกต่างกันนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดความแตกต่างกันในด้านสีสันของเสียง

         4.3    ขนาดและรูปทรง ความแตกต่างด้านขนาดและรูปทรงก่อให้เกิดความแตกต่างในด้านสีสันของเสียง ในลักษณะของความสัมพันธ์ต่างๆ เช่น วัสดุที่ใช้ทำยาว เสียงจะต่ำ วัสดุที่ใช้ทำสั้นเสียงจะสูง 

5. คีตลักษณ์ เป็นการรวมเอาจังหวะ ทำนอง สีสันของเสียงให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน สามารถพิจารณาได้จากลักษณะดังนี้
         5.1 รูปแบบของเพลง สามารถกำหนดได้เองโดยผู้แต่ง ซึ่งไม่มีข้อจำกัดว่า ความยาว สั้น จำนวนท่อน ความช้า-เร็ว ได้ทั้งนั้น  

5.2    ลีลาของเพลง  มีความเกี่ยวข้องกับวิธีการประพันธ์ของผู้ประพันธ์ เป็นต้นว่า ใช้ทางคอร์ด Minor หรือ Major หรือรูปแบบของบันไดเสียงที่ใช้กับเพลงนั้นๆ ซึ่งจะเป็นความรู้ในขั้นสูงขึ้นไปอีกครับ

Comments