การบริหารและการดำเนินงาน
การบริหารและการดำเนินงาน
จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี มีคำสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านการเงินและสินทรัพย์ ตามหมวดบริหารงานด้านงบประมาณการให้ความร่วมมือ และรับข้อเสนอแนะจากำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในระเบียบใหม่เพื่อให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง สามารถจัดทำบันทึกรายการควบคุมเงินของสถานศึกษา มีหลักฐานการเบิกจ่ายเงิน มีการบริหารจัดการพัสดุ มีรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการการเงิน และสินทรัพย์ ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้และเป็นปัจจุบัน
แต่งตั้งบุคลากรดำเนินงานบริหารพัสดุและสินทรัพย์
คำสั่งที่ 82/2566 สั่ง ณ วันที่ 1 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2565
นายสังวาลย์ คำจันทร์ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้าหน่วยจัดซื้อจัดจ้าง
นางมาลินี พัวตระกุล ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้างกลุ่มงานงบประมาณ
นางจารุวรรณ อภินันท์ธรรม ตำแหน่ง ครูชำนาญการ หัวหน้าพัสดุ /EGP
นายทนง ไขทา ตำแหน่งครู เจ้าหน้าที่พัสดุ/บัญชี
มีหน้าที่
ดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง จัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ ตรวจรับ ลงทะเบียนรับผิดชอบ เก็บรักษา ให้ครบขั้นตอน ให้เป็นไปตามระเบียบ ถูกต้องเรียบร้อยทุกขั้นตอน ดำเนินการให้รวดเร็วทันเวลา ควบคุมดูแลการจัดซื้อ จัดจ้าง ให้เป็นไปโดยประหยัด ได้พัสดุที่มีคุณภาพ
ดำเนินการจัดทำบัญชีพัสดุ และทะเบียนครุภัณฑ์ และดำเนินการขึ้นทะเบียนที่ราชการพัสดุ จัดทำบัญชีวัสดุ และทะเบียนครุภัณฑ์ให้เป็นปัจจุบัน ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ หรือมีการลงทะเบียนเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ที่โรงเรียน ควบคุมการเบิกจ่ายพัสดุ ดำเนินการให้ถูกต้อง ตามระเบียบเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
ติดตามการดูแลปรับซ่อมและบำรุงรักษาพัสดุ จัดให้มีการวางแผนปฏิบัติการ มีงานปรับซ่อมไว้ในแผนปฏิบัติการของโรงเรียน มีการตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในการปรับซ่อมและการ
บำรุงรักษา ควบคุมดูแลให้มีการปรับซ่อม และบำรุงรักษาพัสดุเป็นประจำ มีการดำเนินการแนะนำวิธีใช้และปรับซ่อมรักษาพัสดุของโรงเรียน
ดำเนินการให้มีการตรวจสอบประจำปีและจำหน่ายพัสดุ ควบคุมดูแลบัญชีวัสดุ ทะเบียนครุภัณฑ์ รายงานการตรวจรับ – จ่ายพัสดุประจำปี รายงานการตรวจสอบวัสดุถาวร หลักฐาน
การอนุมัติจำหน่ายและเอกสารอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง ติดตามให้มีการดำเนินการตรวจสอบพัสดุประจำปีและตรวจสอบวัสดุถาวร โดยต้องให้รายงานทันกำหนด ดำเนินการจำหน่ายพัสดุตามระเบียบว่าด้วยพัสดุ
ดำเนินการจัดทำเอกสาร แนะนำวิธีใช้ การปรับซ่อม หรือระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็น จัดทำแบบรายงาน แบบฟอร์มในการจัดซื้อ จัดจ้าง
ดำเนินการใช้บริการด้านวัสดุ ครุภัณฑ์แก่บุคลากรฝ่ายต่าง ๆ ในโรงเรียนได้รวดเร็ว ทันกำหนดเวลา
ควบคุมดูแลการประเมินผลด้านงานพัสดุ มีการจัดทำข้อมูลสถิติเกี่ยวกับงานพัสดุ
ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำรายงานการติดตามประเมินผลการควบคุมภายใน/ตรวจ ติดตามผลการปฏิบัติงานของโรงเรียนบ้านหัวดอย ประจำปีงบประมาณ
1. ความเสี่ยงที่มีอยู่ที่ต้องกำหนดปรับปรุงการควบคุมภายใน
การใช้จ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามหมวดและไม่ทันระยะเวลาที่กำหนดควบคุมภายใ
กระบวนการจัดชื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตาม พรบ.การจัดชื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น แบ่งชื้อแบ่งจ้าง, ข้อมูลประกอบการจัดชื้อไม่สมบูรณ์
2. การปรับปรุงการควบคุมภายใน
จัดทำคู่มือ/แนวทางปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ศึกษาระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดชื้อจัดจ้างให้เข้าใจถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง
มีระบบพี่เลี้ยงให้กับหน่วยงานพัสดุ (ส่งต่อฝ่ายตรวจสอบ สพป)
ป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
การให้บุคลากรถือปฏิบัติตามวิธีการควบคุมโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะในเรื่องระบบการเงิน พัสดุ
กระบวนการ/วิธีการดำเนินงาน กระบวนการ 5 ขั้นตอน
1. การวางแผน งบประมาณ
2. การจัดทำงบประมาณ (จัดทำโครงสร้างแผนงานตามยุทธศาสตร์ / จัดทำคำขอ งบประมาณ/ พิจารณาคำของบประมาณ)
3. การอนุมัติงบประมาณ
4. การบริหารงบประมาณ (จัดทำแผนปฏิบัติงาน/จัดทำแผนใช้จ่ายงบประมาณ/จัดสรรงบประมาณ/การใช้จ่ายงบประมาณ
5. การประเมินผล
ก่อนการดำเนินงาน / ระหว่างการดำเนินงาน / หลังการดำเนินงาน
วิธีดำเนินงาน
1. ตรวจสอบ วิเคราะห์ ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายผลผลิต ตัวชี้วัดความสำเร็จรายกลยุทธ์ และมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ยังไม่บรรลุผลสำเร็จ
2. ตั้งประเด็นหรือสมมุติฐาน เพื่อเป็นแนวทางในการหาคำตอบ โดยศึกษาองค์ประกอบ ตัวแปรของปัจจัยภายนอก (ชุมชน ท้องถิ่น) และองค์ประกอบภายในโรงเรียน
3. ศึกษาสภาพปัจจุบัน แก้ปัญหาตามกรณี และดำเนินการตรวจสอบงานงบประมาณที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา
4. ผู้บริหารโรงเรียน นิเทศและติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ในกรณีสถานการณ์บังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลงแผนปฏิบัติราชการ โรงเรียนมีระบบในการพิจารณาปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน โดยพิจารณา ทางเลือกในปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ 3 แนวทาง ดังนี้
1. การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติราชการในระดับกิจกรรมของโครงการต่างๆ อาจมีการปรับปรุง เพิ่มเติมหรือ ยกเลิกกิจกรรม แต่วัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ/กิจกรรม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาจมีการเพิ่มเติมกิจกรรม หรือการยกเลิกกิจกรรม ให้ผู้รับผิดชอบ บันทึกข้อความเสนอผ่านงานแผนงาน เป็นผู้พิจารณาปรับได้ทันที่ แล้วเสนอผู้อำนวยการเพื่อรับทราบ เพื่อดำเนินการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติราชการต่อไป
2. การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติราชการในระดับโครงการ หมายถึง การยกเลิก หรือปรับปรุงโครงการที่มีผลทําให้วัตถุประสงค์ เป้าหมาย หรืองบประมาณการดําเนินงานเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาจจะยกเลิกโครงการ หรือการปรับปรุงโครงการ เช่น การเพิ่มเป้าหมาย หรือการลดเป้าหมาย การเพิ่มงบประมาณ หรือ การลดงบประมาณ การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติราชการดังกล่าว ให้ผู้รับผิดชอบ บันทึกข้อความเสนอต่อคณะกรรมการบริหารงานโรงเรียนพิจารณาความเห็นชอบเพื่อดำเนินการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติราชการต่อไป
3. กรณีมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเร่งด่วน เพื่อให้โรงเรียนได้ดำเนินโครงการหรือกิจกรรม ให้หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างาน หรือหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่เกี่ยวข้องบันทึกข้อความเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษาศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนพิจารณาความเห็นชอบเพื่อดำเนินการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติราชการต่อไป
มีแผนงานโครงการครบตามมาตรฐานการศึกษาและนโยบายการศึกษา (โครงการตามนโยบายเดิมเพิ่มเติมเป้าหมาย และโครงการตามตัวชี้วัด/นโยบายใหม่
มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ
มีการจัดรายงานการประเมินต่างๆ ของสถานศึกษา
การจัดทำแผนปฏิบัติรายการประจำปี และมีการใช้แผนเป็นเครื่องมือในการบริหาร
การจัดสรรงบประมาณสอดคล้องกับความต้องการและตอบสนองแผนปฏิบัติราชการ
บางโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงานกิจกรรมย่อย
ขาดการประสานงานระหว่างคณะดำเนินการหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานขัดข้อง /ทำงานได้ไม่ตรงต่อความต้องการ
ขั้นตอนในการปฏิบัติงานของกิจกรรม /งาน/โครงการ ไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนดภาระงานสอนครู
แผนงบประมาณตามกลยุทธ์การพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาประจำปีการศึกษา 2566 – 2570