โครงงานวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ้งเป็นกิจกรรมที่ต้อง ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการศึกษาค้นคว้า โดยผู้เรียนจะเป็นผู้ดําเนินการด้วยตนเองทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มวางแผนในการศึกษาค้นคว้า การเก็บรวบรวมข้อมูล จนถึงเรื่องการแปลผล สรุปผล และเสนอ ผลการศึกษา โดยมีผู้ชํานาญการเป็นผู้ให้คําปรึกษา ลักษณะและประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ จําแนกได้เป็น ประเภท ดังนี้ โครงงานประเภทสํารวจ เป็นโครงงานที่มีลักษณะเป็นการศึกษาเชิงสํารวจ รวบรวมข้อมูล แล้วนําข้อมูลเหล่านั้นมาจัดทําและนําเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น ลักษณะสําคัญของโครงงาน ประเภทนี้คือ ไม่มีการจัดทําหรือกําหนดตัวแปรอิสระที่ต้องการศึกษา โครงงานประเภททดลอง เป็นโครงงานที่มีลักษณะกิจกรรมที่เป็นการศึกษาหาคําตอบของ ปัญหาใดปัญหาหนึ่งด้วยวิธีการทดลอง ลักษณะสําคัญของโครงงานนี้คือ ต้องมีการออกแบบการ ทดลองและดําเนินการทดลอง เพื่อหาคําตอบของปัญหาที่ต้องการทราบหรือเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ โดยมีการจัดกระทํากับตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ เพื่อดูผลทีเกิดขึ้นกับตัวแปรตาม และมีการ ควบคุมตัวแปรอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการศึกษา โครงงานประเภทการพัฒนาหรือประดิษฐ์ เป็นโครงงานที่มีลักษณะกิจกรรมที่เป็นการศึกษา เกี่ยวกับการประยุกต์ ทฤษฎี หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือ อุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ้งอาจเป็นการประดิษฐ์ของใหม่ ๆ หรือปรับปรุงของเดิมที่มีอยู่ให้ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ้งจะรวมไปถึงการสร้างแบบจําลองเพื่ออธิบายแนวคิด โครงงานประเภทการสร้างทฤษฎีหรืออธิบาย เป็นโครงงานที่มีลักษณะกิจกรรมที่ผู้ทํา จะต้องเสนอแนวคิด หลักการ หรือทฤษฎีใหม่ ๆ อย่างมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ในรูปของสูตรสมการ หรือคําอธิบายอาจเป็นแนวคิดใหม่ที่ยังไม่เคยนําเสนอ หรืออาจเป็นการอธิบายปรากฏการณ์ในแนวใหม่ ก็ได้ ลักษณะสําคัญของโครงงานประเภทนี้ คือ ผู้ทําจะต้องมีพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างดี ต้องศึกษาค้นคว้าเรืองราวที่เกียวข้องอย่างลึกซึ้ง จึงจะสามารถสร้างคําอธิบายหรือทฤษฎีได้
การทํากิจกรรมโครงงานเป็นการทํากิจกรรมที่เกิดจากคําถามหรือความอยากรู้อยากเห็น เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ดังนั้นการทําโครงงานจึงมีขั้นตอนดังนี้
1. ขั้นสํารวจหรือตัดสินใจเลือกเรื่องที่จะทํา การตัดสินใจเลือกเรื่องที่จะทําโครงงานควรพิจารณาถึงความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น แหล่งความรู้เพียงพอที่จะศึกษาหรือขอคําปรึกษา มีความรู้และทักษะในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการศึกษา มีผู้ทรงคุณวุฒิรับเป็นที่ปรึกษา มีเวลา และงบประมาณเพียงพอ
2. ขั้นศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตัดสินใจทํา การศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทีตัดสินใจทํา จะช่วยให้ผู้เรียนได้แนวคิดที่จะ กําหนดขอบข่ายเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้นและยังได้ความรู้ เรื่องที่จะศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมจนสามารถออกแบบการศึกษา ทดลอง และวางแผนดําเนินการทําโครงงานวิทยาศาสตร์อย่าง เหมาะสม
3. ขั้นวางแผนดําเนินการ การทําโครงงานวิทยาศาสตร์ไม่ว่าเรื่องใดจะต้องมีการวางแผนอย่างละเอียด รอบคอบ และมีการกําหนดขั้นตอนใน การดําเนินงานอย่างรัดกุม ทั้งนี้เพื่อให้การดําเนินงานบรรลุจุดมุ่งหมายหรือ เป้าหมายที่กําหนดไว้ ประเด็นที่ต้องร่วมกันคิดวางแผนในการทําโครงงานมีดังนี้ คือ ปัญหา สาเหตุ ของปัญหา แนวทาง และวิธีการแก้ปัญหาที่สามารถปฏิบัติได้ การออกแบบการศึกษาทดลอง โดยกําหนดและควบคุมตัวแปร วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี เวลา และสถานที่ ที่จะปฏิบัติงาน
4. ขั้นเขียนเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ มีรายละเอียดดังนี้
4.1 ชื่อโครงงาน เป็นข้อความสั้น ๆ กะทัดรัด ชัดเจน สื่อความหมายตรง และมีความ เฉพาะเจาะจงว่าจะศึกษาเรื่อง ใด
4.2 ชื่อผู้ทําโครงงาน เป็นผู้รับผิดชอบโครงงาน ซึ้งอาจเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้
4.3 ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน ซึ้งเป็นอาจารย์หรือผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้
4.4 ที่มาและความสําคัญของโครงงาน เป็นการอธิบายเหตุผลที่เลือกทําโครงงานนี้ความสําคัญของโครงงาน แนวคิด หลักการ หรือทฤษฎีที่เกี่ยวกับโครงงาน
4.5 วัตถุประสงค์โครงงาน เป็นการบอกจุดมุ่งหมายของงานที่จะทํา ซึ้งควรมีความ เฉพาะเจาะจงและเป็นสิ่งที่สามารถวัดและประเมินผลได้
4.6 สมมติฐานของโครงงาน(ถ้ามี)สมมติฐานเป็นคําอธิบายที่คาดไว้ล่วงหน้า ซึ้งจะ ผิดหรือถูกก็ได้ สมมติฐานที่ดีควรมีเหตุผลรองรับ และสามารถทดสอบได้ 33
4.7 วัสดุอุปกรณ์และสิ่งที่ต้องใช้ เป็นการระบุวัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นต้องใช้ในการ ดําเนินงานว่ามีอะไรบ้าง ได้มาจากไหน
4.8 วิธีดําเนินการ เป็นการอธิบายขั้นตอน การดําเนินงานอย่างละเอียดทุกขั้นตอน
4.9 แผนปฏิบัติการ เป็นการกําหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาเสร็จงานในแต่ละขั้นตอน 4.10 ผลที่คาดว่าจะได้รับ เป็นการคาดการณ์ผลที่จะได้รับจากการดําเนินงานไว้ ล่วงหน้า ซึ้งอาจได้ผลตามที่คาดไว้หรือไม่ก็ได้ 4.11 เอกสารอ้างอิ่ง เป็นการบอกแหล่งข้อมูลหรือเอกสารที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
5. ขั้นลงมือปฏิบัติ การลงมือปฏิบัติเป็นขั้นตอนที่สําคัญตอนหนึ่งในการทําโครงงานเนื่องจากเป็นการ ลงมือปฏิบัติจริงตามแผนที่ได้กําหนดไว้ในเค้าโครงของโครงงาน อย่างไรก็ตามการทําโครงงานจะ สําเร็จได้ด้วยดี ผู้เรียนจะต้องคํานึงถึงเรื่องความพร้อมของวัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอื่น ๆ เช่นสมุดบันทึก กิจกรรมประจําวัน ความละเอียดรอบคอบและความเป็นระเบียบในการปฏิบัติงาน ความประหยัดและ ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงาน การเรียงลําดับ ก่อนหลังของงานส่วนย่อย ๆ ซึ้งต้องทําแต่ละส่วนให้เสร็จก่อนทําส่วนอื่นต่อไปในขันลงมือปฏิบัติ จะต้องมีการบันทึกผล การประเมินผล การวิเคราะห์ และสรุปผลการปฏิบัติ
6. ขั้นเขียนรายงานโครงงาน การเขียนรายงานการดําเนินงานของโครงงาน ผู้เรียนจะต้องเขียนรายงานให้ชัดเจน ใช้ศัพท์เทคนิคที่ถูกต้อง ใช้ภาษากะทัดรัด ชัดเจน เข้าใจง่าย และต้องครอบคลุมประเด็นสําคัญ ๆ ทั้งหมดของโครงงานได้แก่ ชื่อโครงงาน ชื่อผู้ทําโครงงาน ชื่อที่ปรึกษา บทคัดย่อ ที่มาและความสําคัญ ของโครงงาน จุดหมาย สมมติฐาน วิธีดําเนินงาน ผลการศึกษาค้นคว้า ผลสรุปของโครงงาน ข้อเสนอแนะ คําขอบคุณบุคลากรหรือหน่วยงานและเอกสารอ้างอิง
7. ขั้นเสนอผลงานและจัดแสดงผลงานโครงงาน หลังจากทําโครงงานวิทยาศาสตร์เสร็จแล้วจะต้องนําผลงานที่ได้ มาเสนอและจัดแสดง ซึ้งอาจทําได้หลายรูปแบบ เช่น การจัดนิทรรศการ การประชุมทางวิชาการ เป็นต้น ในการเสนอผลงาน และจัดแสดงผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ควรนําเสนอให้ครอบคลุมประเด็นสําคัญ ๆ ทั้งหมดของ โครงงาน
การแสดงผลงานเป็นขั้นตอนสําคัญอีกประการหนึ่งของการทําโครงงาน เรียกได้ว่าเป็นงาน ขั้นสุดท้ายของการทําโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นการแสดงผลิตผลของความคิดและ การปฏิบัติการทั้งหมดที่ผู้ทําโครงงานได้ทุ่มเทเวลาไป และเป็นวิธีการที่จะทําให้ผู้อื่นรับรู้และเข้าใจถึง ผลงานนั้น ๆ มีผู้กล่าวว่าการวางแผนออกแบบเพื่อจัดแสดงผลงานนั้นมีความสําคัญเท่า ๆ กับการทํา โครงงานนั้นเอง ผลงานที่ทําจะดียอดเยียมเพียงใด แต่ถ้าการจัดแสดงผลงานทําได้ไม่ดี ก็เท่ากับไม่ได้ แสดงความดียอดเยี่ยมของผลงานนันนันเอง การแสดงผลงานทําได้ในรูปแบบต่าง ๆ กัน เช่น การแสดงในรูปนิทรรศการ ซึงมีทั้งการจัด แสดงและการอธิบายด้วยคําพูด หรือในรูปแบบของการจัดแสดงโดยไม่มีการอธิบายประกอบหรือ ในรูปของการรายงานปากเปล่า ไม่ว่าการแสดงผลงานจะอยู่ในรูปแบบใด ควรจะจัดให้ครอบคลุม ประเด็นสําคัญดังต่อไปนี้
1. ชื่อโครงงาน ชื่อผู้ทําโครงงาน ชื่อครูที่ปรึกษา
2. คําอธิบายถึงเหตุจูงใจในการทําโครงงาน และความสําคัญของโครงงาน
3. วิธีการดําเนินการ โดยเลือกเฉพาะขั้นตอนที่เด่นและสําคัญ
4. การสาธิตหรือแสดงผลที่ได้จากการทดลอง
5. ผลการสังเกตและข้อมูลเด่น ๆ ที่ได้จากการทําโครงงาน การจัดนิทรรศการโครงงาน ควรคํานึงถึงสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้
1. ความปลอดภัยของการจัดแสดง
2. ความเหมาะสมกับเนื้อที้จัดแสดง
3. คําอธิบายที่เขียนแสดงควรเน้นประเด็นสําคัญ และสิ่งที่น่าสนใจเท่านั้น โดยใช้ ข้อความกะทัดรัด ชัดเจน และเข้าใจง่าย
4. ดึงดูดความสนใจผู้เข้าชม โดยใช้รูปแบบการแสดงที่น่าสนใจ ใช้สีที่สดใส เน้นจุด ที่สําคัญหรือใช้วัสดุต่างประเภทในการจัดแสดง
5. ใช้ตารางและรูปภาพประกอบ โดยจัดวางอย่างเหมาะสม
6. สิ่งที่แสดงทุกอย่างถูกต้อง ไม่มีการสะกดผิดหรืออธิบายหลักการที่ผิด
7. ในกรณีที่เป็นสิงประดิษฐ์ สิ่งนั้นควรอยู่ในสภาพที่ทํางานได้อย่างสมบูรณ์ ในการแสดงผลงาน ผู้นําผลงานมาแสดงจะต้องอธิบายหรือรายงานปากเปล่าหรือ ตอบคําถามต่าง ๆ จากผู้ชมหรือต่อกรรมการตัดสินโครงงาน การอธิบายตอบคําถาม หรือรายงานปากเปล่า นั้น ควรได้คํานึงถึงสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้
7. 1. ต้องทําความเข้าใจกับสิ่งที่อธิบายเป็นอย่างดี
7. 2. คํานึงถึงความเหมาะสมของภาษาที่ใช้กับระดับผู้ฟัง ควรให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย
7. 3. ควรรายงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม
7. 4. พยายามหลีกเลี่ยงการอ่านรายงาน แต่อาจจดหัวข้อสําคัญ ๆ ไว้ เพือช่วยให้การ รายงานเป็ นไปตามขั้นตอน
7. 5. อย่าท่องจํารายงานเ พราะทําให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
7. 6. ขณะที่รายงานควรมองตรงไปยังผู้ฟัง
7. 7. เตรียมตัวตอบคําถามที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ
7. 8. ตอบคําถามอย่างตรงไปตรงมา ไม่จําเป็นต้องกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้ถาม
7. 9. หากติดขัดในการอธิบาย ควรยอมรับโดยดี อย่ากลบเกลื่อน หรือหาทางหลีกเลี่ยง เป็นอย่างอื่น
7. 10. ควรรายงานให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด
7. 11. หากเป็นไปได้ควรใช้สื่อประเภทโสตทัศนูปกรณ์ ประกอบการรายงานด้วย เช่น แผ่นใส หรือสไลด์ เป็นต้น ข้อควรพิจารณาและคํานึงถึงประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวมาในการแสดงผลงานนั้น จะคล้ายคลึ้งกันในการแสดงผลงานทุกประเภท แต่อาจแตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยเพียง เล็กน้อย สิ่งสําคัญก็คือ พยายามให้การแสดงผลงานนันดึงดูดความสนใจผู้ชม มีความชัดเจน เข้าใจง่าย และมีความถูกต้องในเนื้อหา
1. ชื่อโครงงาน ชื่อผู้ทําโครงงาน ชื่อครูที่ปรึกษา คําอธิบายย่อ ๆ ถึงเหตุ จูงใจในการทําโครงงาน ความสําคัญของโครงงาน วิธีดําเนินการเลือกเฉพาะขั้นตอนที่สําคัญ ผลที่ได้ จากการทดลองอาจแสดงเป็นตาราง กราฟ หรือรูปภาพก็ได้ ประโยชน์ของโครงงาน สรุปผล เอกสารอ้างอิง 60 ซม. 37
2. จัดเนื้อที่ให้เหมาะสม ไม่แน่นจนเกินไปหรือน้อยจนเกินไป
3. คําอธิบายความกะทัดรัด ชัดเจน เข้าใจง่าย
4. ใช้สีสดใส เน้นจุดสําคัญ เป็นการดึงดูดความสนใจ
5. อุปกรณ์ประเภทสิ่งประดิษฐ์ควรอยู่ในสภาพที่ทํางานได้อย่างสมบูรณ์