กลุ่มยารักษาโรคจิต
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
1.กลุ่มดั้งเดิม (First-generation)
2.กลุ่มใหม่ (Second-generation)
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
1.กลุ่มดั้งเดิม (First-generation)
2.กลุ่มใหม่ (Second-generation)
ยากลุ่มเดิม (FGAs)
ยากลุ่มใหม่
ผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงทำให้เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติของการเคลื่อนไหว
1.Extrapyramidal Symptoms(EPS)
1.1 Parkinsonism มักพบใน 4 สัปดาห์แรกของการใช้ยา มีอาการเหมือนกับคนเป็นโรค Parkinson เช่น
เดินขาลาก มีอาการสั่น
1.2 Acute dysstonic มักเกิด 1-5 วันแรกหลังจากใช้ยา มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ คอบิด ไปข้างใดข้างหนึ่ง
1.3 Akathisia มักเกิดใน 2-3 สัปดาห์แรก หลังจากการใช้ยา เป็นความรู้สึกกระวน กระวาย กระสับกระส่าย
อยู่นิ่งไม่ได้ ผุดลุกผุดนั่ง
1.4 Tardive dyskinesia เกิดจากการใช้ยาใน ขนาดสูงเป็นระยะนานติดต่อกัน อย่างน้อย 3 เดือน มีอาการของการเคลื่อนไหวช้าๆ ของกล้ามเนื้อ บริเวณใบหน้า เช่น ดูดปาก แลบลิ้น เลียริมฝีปาก เคี้ยวปาก แสยะใบหน้า
กลืนลำบาก
2.Neuroleptic malignant syndrome(NMS) พบได้น้อย แต่มีอันตรายอาจทำให้เสียชีวิต มีอาการเกร็งอย่างรุนแรง
การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับยารักษาอาการทางจิต
การปฏิบัติการพยาบาลเมื่อผู้ป่วยได้รับยารักษาโรคจิต
1. ผู้ป่วยที่มีอาการปากแห้ง คอแห้ง พยาบาลควรแนะนำให้ผู้ป่วย จิบน้ำหรืออมลูกอม หรืออมน้ำแข็งและ
ดูแลเรื่องความสะอาดช่องปาก
2. ผิวหนังไวต่อแสง แนะนำให้ใส่เสื้อแขนยาวหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแสงแดดและใช้ยาทากันแดด
3. อาการท้องผูก พยาบาลควรจัดหาและแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีกากสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ
และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
อ้างอิง
ปราณี ทู้ไพเราะ. (2564). คู่มือยา. N P Press Limited Partnership.