1.ให้ความรู้และสังเกตอาการข้างเคียงของยา เช่น ง่วงซึม เวียนศีรษะ สับสน มึนงง เดินเซ คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น หากพบอาการดังกล่าวต้องตรวจสอบสัญญาณชีพ ให้ผู้ป่วยนอนพัก รายงานแพทย์เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสม เนื่องจากซึ่งยาจะกดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางทำให้มีการง่วงซึม ทำให้ความสามารถในการคิดการจำ การตัดสินใจลดลง สมาธิลดลง การควบคุมแขนขาไม่สัมพันธ์กันไม่มีแรง
2.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์
2.1 ถ้าลืมรับประทานยา ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ ไม่ควรรับประทานยาเป็น 2 เท่า ในแต่ละมื้อ
2.2 ถ้าให้ยาคลายกังวลวันละครั้ง ควรให้ผู้ป่วยรับประทานก่อนนอนเพื่อส่งเสริม การนอนหลับของผู้ป่วย
ผลข้างเคียงจะลดลง และจัดให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมต่างๆ ในเวลากลางวัน
2.3 ถ้าให้เป็นยาฉีด ควรฉีดเข้ากล้ามเนื้อให้ลึก และค่อยๆ เดินยาอย่างช้าๆ เพราะยาอาจจะระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อและทำให้เกิดอาการปวดตรงตำแหน่งที่ฉีดยา ไม่ควรฉีด diazepam เข้าทางหลอดเลือดดำอย่างเร็ว หรือไม่ได้เจือจาง เพราะจะทำให้เกิด apnea ได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจหรือโรคปอดร่วมด้วย
3.แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาแก้แพ้หรือแก้หวัด และยาระงับประสาทต่างๆร่วมกัน
เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์ยาคลายกังวล
4.แนะนำหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเนื่องจากจะทำให้ไปลดฤทธิ์ของยาที่ทำให้นอนหลับ
5.แนะนำรับประทานผัก ผลไม้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 2.5-3.0 ลิตร และออกกำลังกาย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก
6.แนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับรถ หรือทำงานกับเครื่องจักรหลังได้รับยา และให้เคลื่อนไหวช้าๆ จากท่านอน ท่านั่ง
หรือท่ายืน ถ้ามีอาการวิเวียนศีรษะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
7.ไม่ควรใช้ยาร่วมกับยาลดกรด เพื่อให้ยาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากยาลดกรดจะทำให้การดูดซึมยา
ลดลง
8.เฝ้าระวังภาวะต่างๆ ดังนี้
8.1 ภาวะพึ่งพิงยา (Dependence) คือ ร่างกายสามารถทำงานไดตามปกติ ถ้าผู้ป่วยยังใช้ยาอยู่และหากมีการหยุดยา ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีอาการขอโรคอยู่ เช่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด เป็นต้น
8.2 การดื้อยา (Tolerance to sedatin) หากผู้ป่วยใช้ยาเป็นระยะเวลานาานจะเริ่มรู้สึกว่ายามีขนาดเท่าเดิม
ไม่สามารถช่วยให้นอนหลับได้ จึงเพิ่มขนาดยาเอง
8.3 อาการขาดยา (Withdrawal ) ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการหากหยุดยาทันที ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการได้รับยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ขนาด ของยาที่สูง การลดขนาดยาลงอย่างรวดเร็ว และค่าครึ่งชีวิตของยานั้นๆ ได้แก่
วิตกกังวล เหงื่อแตก กระวน กระวาย หงุดหงิด อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ สั่น นอนไม่หลับ ในบางรายที่อาการรุนแรงอาจเกิด delirium หรือชักได้ หากพบอาการให้รีบรายงานแพทย์ทันที
อ้างอิง
ปราณี ทู้ไพเราะ. (2564). คู่มือยา. N P Press Limited Partnership.
ภควัต วิวฒันวรเศรษฐ์. (2564). การใช้ยาทางจิตเวชอย่างสมเหตุสมผล (Rational drug use in Psychiatry).
[เอกสารที่ไม่มีการตีพิมพ์]. ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์.
เรณู อุทธิยัง. (2563). ทบทวนการใช้ยาอัลปราโซแลมในโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่.
วารสารวิชาการเสพติด, 6(1), 1-13.
รัศมี ลีประไพวงษ์. คู่มือใช้ยารักษาโรคทางจิตเวช สำหรับเภสัชกร. ห้องยาจิตเวช ผู้ป่วยนอก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล.
https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/pharmacy/admin/download_files/127_27_1.pdf
มาโนช หล่อตระกูล. (2560). การใช้ยาจิตเวชในทางคลินิก. บียอนด์ เอ็นเทอร์ไดรซ์ จำกัด.