อนิรุทธ์คำฉันท์
ผู้แต่ง ศรีปราชญ์
ตำนานศรีปราชญ์ ซึ่งพระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษณ์) แต่งไว้กล่าวว่าศรีปราชญ์เป็นบุตร พระโหราธิบดี ข้าราชการตำแหน่งโหรในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ศรีปราชญ์ได้ถวายตัวเข้ารับราชการในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาศรีปราชญ์มีเรื่องวิวาทกับนางสนมเป็นการผิดกฎมนเทียรบาล แต่เนื่องด้วยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงรับคำไว้กับบิดาของศรีปราชญ์ว่าจะไม่ลงโทษประหารศรีปราชญ์จึงเพียงแต่ถูกเนรเทศไปอยู่นครศรีธรรมราช
ที่นครศรีธรรมราชนี้ศรีปราชญ์มีเรื่องชู้สาวกับภรรยาเจ้าเมืองจึงถูกเจ้าเมืองประหารชีวิต เมื่อสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชคลายพระพิโรธ โปรดให้หาศรีปราชญ์เข้าไปกรุงศรีอยุธยา ทรงทราบว่าเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชประหารชีวิตศรีปราชญ์โดยพลการ จึงมีรับสั่งให้สำเร็จโทษเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช
แต่อย่างไรก็ดีชีวประวัติของศรีปราชญ์ยังไม่เป็นที่ยุติ เพราะไม่ตรงกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ปรากฏว่าเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนใดถูกลงพระราชอาญาประหารชีวิตแต่ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการตั้งพระยารามเดโชไปเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช แทนเจ้าเมืองคนเดิมซึ่งถึงแก่อนิจกรรมประมาณ พ.ศ. ๒๒๒๖ มีบางท่านให้ความเห็นว่า ศรีปราชญ์เป็นราชทินนาม อาจมีศรีปราชญ์หลายคนก็ได้ ศรีปราชญ์ที่แต่งโคลงกำสรวลเป็นคนละคนกับที่แต่งอนิรุทธ์คำฉันท์ หนังสือคำให้การของชาว กรุงเก่าและคำให้การของขุนหลวงหาวัด (สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร) กล่าวว่าศรีปราชญ์เกิดและเสียชีวิตในรัชกาลสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ
ประวัติ การที่ศรีปราชญ์แต่งอนิรุทธ์คำฉันท์ มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันมาก บางท่านว่าแต่งเพื่อแข่งขันกับสมุทรโฆษ คำฉันท์ บางท่านว่าเพื่อพิสูจน์ความสามารถในการแต่งฉันท์ เพราะถูกสบประมาทว่าแต่งได้แต่โคลง
ทำนองแต่ง แต่งด้วยฉันท์ และกาพย์ นอกจากนี้ยังมีร่ายสุภาพแทรกอยู่ด้วย
ความมุ่งหมาย แต่งด้วยอารมณ์กวี และเป็นไปตามความนิยมที่นำเรื่องเกี่ยวกับศาสนา มาแต่งเป็นคำประพันธ์
เรื่องย่อ เริ่มต้นกล่าวถึงพระนารายณ์อวตารเป็นพระกฤษณะแห่งเมืองทวาราวดี พระกฤษณะมีพระนัดดา คือ พระอนิรุทธ์ ซึ่งเชี่ยวชาญในการรบมากและมีสิริรูปงดงาม วันหนึ่งพระอนิรุทธ์ทูลลาพระอัยกายกกองทัพไปล่าสัตว์ได้ประทับแรมใต้ต้นไทรใหญ่ ก่อนบรรทมได้กล่าวสดุดีพระไทรเทพารักษ์ขอให้ช่วยปกป้องภัยอันตราย พระไทรเมตตาร่ายมนต์สะกดพาไปอุ้มสมนางอุษาธิดาท้าวพานาสูรแห่งโสนินคร พอใกล้รุ่ง พระไทรพาพระอนิรุทธ์ไปไว้ในป่าดังเดิม ครั้นตื่นบรรทมพระอนิรุทธ์เศร้าโศกพระทัยแล้วยกทัพกลับเมือง นางอุษาให้นางพิจิตรเลขาพระพี่เลี้ยงวาดภาพเทพและกษัตริย์ทั่วสามภพ พอถึงรูปพระอนิรุทธ์นางก็จำได้ว่าคือองค์ที่เสด็จมาหานาง พระพี่เลี้ยงจึงเหาะมาสะกดพาพระอนิรุทธ์นำไปยังโสนินคร ความทราบถึงท้าว พานาสูรผู้บิดาของนาง จึงสั่งให้ทหารมาล้อมจับพระอนิรุทธ์และแผลงศรมัดพระอนิรุทธ์ไว้ ขณะนั้น พระนารทฤๅษีพระสหายของพระกฤษณะเหาะผ่านมาพบ จึงนำความไปแจ้งพระกฤษณะ พระกฤษณะยกกองทัพมาปราบ ท้าวพานาสูรไปทูลขอให้พระอิศวรเสด็จมาช่วยทัพหน้าของพระอิศวรแพ้แก่พระกฤษณะ พระกฤษณะจะประหารแต่อากาศภาคห้ามไว้เกรงโลกจะพินาศ ตอนหนึ่งพระอิศวรจะผลาญศัตรูด้วย พระเนตรที่สาม ฤๅษีและวิทยาธรห้ามไว้ เกรงโลกจะเป็นอันตราย พระอิศวรทรงถอนทัพกลับ ท้าวพานาสูรเกิดขัตติยมานะออกรบเองเกือบถูกพระกฤษณะประหาร พระศิวะขอชีวิตไว้ พระกฤษณะตัดแขนหนึ่งพันแขนของท้าวพานาสูรออกเหลือเพียงสองแขน และให้เป็นนายทวาร พระอนิรุทธ์และนางอุษาได้อยู่ร่วมกันเป็นสุขต่อมา
ตัวอย่างข้อความบางตอน
นางอุษาเห็นรูปพระอนิรุทธ์ที่นางพิจิตรเลขาพระพี่เลี้ยงวาดถวาย
จึงวาดนแน่งโฉม อนิรุทธราชา
นางเอาขดานมา บันทับทรวงก็ไห้โหย
อ้านี้และรูปท้าว อันมาชมมาชายโชย
จำนองกระอืดโอย ทุกขทรวงรลวงกาม
ศรีปราชญ์ได้เค้าเรื่องในการแต่งอนิรุทธ์คำฉันท์มาจากคัมภีร์วิษณุปุราณะ หรือเรื่องหริวงศ์ ซึ่งเป็นภาคผนวกของมหากาพย์ภารตะ ทั้งสองเรื่องต่างเป็นคติฝ่ายพราหมณ์ แตกต่างจากสมุทรโฆษคำฉันท์ซึ่งเป็นเรื่องในชาดกพุทธศาสนา แต่ตอนต้นดำเนินเรื่องคล้ายสมุทรโฆษคำฉันท์ คือ ตอนลานาง ล่าสัตว์ เทวดาอุ้มสม และพระพี่เลี้ยงวาดรูปเทพและกษัตริย์ และมีบางตอนเลียนแบบลิลิตพระลอ เช่น บทชมโฉมพระอนิรุทธ์
อนิรุทธ์คำฉันท์ พรรณนาความคล้ายคลึงกันหลาย ๆ แห่ง ลีลาการแต่งและการดำเนินเรื่องรวดเร็วแสดงลักษณะความเป็นผู้มีอารมณ์ร้อนของผู้แต่ง
อนิรุทธ์คำฉันท์ของศรีปราชญ์มีลำดับเรื่องผิดแปลกออกไปจากเรื่องอื่น ๆ คือ ไม่มีประณามบท (บทไหว้ครู) ในตอนต้น แต่ไปขอพรให้ตนเองในตอนท้าย และยังได้ใช้ร่ายสุภาพแทรกในฉันท์เรื่องนี้ด้วยนับว่าแตกต่างกับวรรณคดีที่แต่งเป็นฉันท์เรื่องอื่น ๆ แสดงว่าศรีปราชญ์เป็นกวีที่มีความคิดอิสระ
แต่อย่างไรก็ดีคืออนิรุทธ์คำฉันท์ ก็ได้รับยกย่องว่าแต่งดี มีรสวรรณคดีหลายหลาก โวหารค่อนข้างโลดโผน ลีลาฉับไวเป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงนำเค้าเรื่องนี้มาทรง พระราชนิพนธ์เป็นบทละครเรื่องอุณรุท