โคลงพาลีสอนน้อง
ผู้แต่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
ประวัติ เดิมเข้าใจว่าเป็นของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ลักษณะการแต่ง โคลงสี่สุภาพ มีทั้งหมด ๓๒ บท
เรื่องย่อ
เริ่มเรื่องว่าพาลีเจ้าเมืองขีดขิน เมื่อใกล้จะถึงความตายด้วยศรพระราม เกิดสำนึกผิด
จึงได้เรียกสุครีพน้องร่วมมารดาและองคตลูกชายมาสั่งสอนข้อปฏิบัติตนที่จะรับราชการ
อยู่กับพระราม
ข้อความบางตอน
อนึ่งของกองโกศไว้ ในคลัง
อย่าคิดบิดแสวงหวัง อาจเอื้อม
เอาออกนอกคลังรัง แรงโทษ
อย่าได้มีใจเงื้อม เงื่อนร้อยสลายคุณ
โคลงชะลอพระพุทธไสยาสน์
ผู้แต่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระนามเดิมว่าเจ้าฟ้าพร เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือและเป็นพระราชอนุชาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ
เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าหัวบรมโกศ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในขณะนั้นได้ทำศึกกลางเมืองกับเจ้าฟ้าอภัยและเจ้าฟ้าบรเมศร พระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เจ้าฟ้าอภัยและเจ้าฟ้าบรเมศร ถูกสำเร็จโทษ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศขึ้นเสวยราชย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๗๕ เสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ. ๒๓๐๑
ปรากฏหลักฐานในต้นฉบับสมุดไทย เรื่องโคลงชะลอพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก ซึ่งได้มาจากกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงพระราชนิพนธ์โคลงเรื่องอื่นรวมทั้งหมด ๖ เรื่อง คือ เรื่องโคลงชะลอพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก โคลงพาลีสอนน้อง โคลงทศรถสอนพระราม โคลงราชสวัสดิ์ โคลงราชาณุวรรต และโคลงประดิษฐ์พระร่วง
โคลงราชาณุวรรต แต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ ๑๒๘ บท มีเนื้อเรื่องเช่นเดียวกับโคลงราชสวัสดิ์ โคลงประดิษฐ์พระร่วง แต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ ๕๕ บท มีเนื้อเรื่องคล้ายสุภาษิตพระร่วง
ประวัติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ทรงพระราชนิพนธ์โคลงเรื่องนี้ขณะดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ซึ่งเป็นพระเชษฐา มูลเหตุที่ทรงพระราชนิพนธ์มีว่าตลิ่งหน้าพระวิหาร พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมก เมืองอ่างทอง ถูกน้ำกัดเซาะพังเข้าไปมาก พระอธิการเจ้าอาวาสร้องเรียนมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระมีรับสั่งให้พระราชสงครามเป็นแม่กองรวบรวมประชาชนผู้มีศรัทธา ช่วยกันชะลอเคลื่อนย้ายพระพุทธรูป สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเป็นพระมหาอุปราชทรงคัดค้านเกรงพระพุทธรูปจะชำรุด แต่ พระราชสงครามกราบทูลยืนยันจะชะลอให้ได้ และขอถวายชีวิตถ้าองค์พระเป็นอันตราย
สันนิษฐานว่าโคลงชะลอพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก เดิมคงจารึกไว้บนแผ่นศิลา ติดไว้ที่เบื้องพระปฤษฎางค์ ของพระพุทธรูปแต่ชำรุดหายไป ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พบสำเนาโคลงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ในสมุดไทย ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๖๐ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม พระยาดำรงราชานุภาพมีรับสั่งให้จารึกข้อความบนแผ่นศิลาขึ้นใหม่ติดไว้ที่พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ปัจจุบันวัดป่าโมกอยู่ในเขตอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
ทำนองแต่ง แต่งด้วยโคลงสี่สุภาพ ๖๙ บท
ความมุ่งหมาย เพื่อบันทึกเหตุการณ์มหัศจรรย์ ที่สามารถชะลอพระพุทธรูปองค์มหึมาได้โดยไม่เป็นอันตรายและเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ
เรื่องย่อ เริ่มต้นกล่าวถึงน้ำกัดเซาะด้านตะวันตกของพระพุทธไสยาสน์ ถึงแม้ทางวัดจะจัดการแก้ไขก็ไม่ได้ผล พระอธิการจึงถวายพระพรรายงานมายังพระเจ้าแผ่นดิน มีพระบรมราชโองการให้พระราชสงคราม จัดการชะลอพระให้พ้นน้ำ พระราชสงครามให้ตะเฆ่รององค์พระ แล้วกราบบังคมทูลพระเจ้าแผ่นดิน และป่าวร้องให้ข้าราชการและประชาชนช่วยกันชะลอพระไปยังที่ประดิษฐานใหม่ได้ปลอดภัยเรียบร้อย ต่อจากนั้นกล่าวถึง การสร้างพระวิหารศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ พระเจดีย์ เสนาสนะสงฆ์ ตอนสุดท้ายอัญเชิญพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ให้ทรงอภิบาลพระเจ้าแผ่นดิน