กาพย์มหาชาติ เป็นวรรณคดีเก่าแก่เล่มหนึ่ง ที่แต่งขึ้นเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง และประวัติการแต่งก็ไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ถือว่ามีคุณค่าทั้งทางวรรณคดีและทางพุทธศาสนา
เทศน์ กาพย์มหาชาติ
พระราชพงศาวดารยืนยันว่าสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทรงพระราชนิพนธ์ กาพย์มหาชาติคำหลวง เมื่อ จ.ศ. ๙๘๙ พ.ศ. ๒๑๗๐ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า หมายถึง กาพย์มหาชาติ แต่ต้นฉบับที่เหลือตกทอดมาไม่ครบทุกกัณฑ์ พระราชนิพนธ์ที่เหลืออยู่ ได้แก่ กัณฑ์กุมารบรรพ มีต้นฉบับตัวเขียน ณ วันแรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๗ พ.ศ. ๒๓๒๕ ก่อนพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงประกอบพิปราบดาภิเษก นอกจากนี้ยังมีสักรบรรพ์ อีกกัณฑ์หนึ่งซึ่งอาจเป็นบทพระราชนิพนธ์ที่เหลืออยู่ของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ทรงพระนามเดิมว่า พระศรีศิลป์ เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเอกาทสรส ก่อนได้ราชสมบัติผนวชอยู่วัดระฆัง ๗ พรรษา ได้สมณศักดิ์เป็นพระพิมลธรรม ต่อมาได้ปราบดาภิเษก เป็นกษัตริย์ต่อจากเจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์ พระเชษฐาต่างมารดา เมื่อพ.ศ. ๓๑๖๓ อยู่ในราชสมบัติ ๘ ปี พระองค์ทรงฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนา รับสั่งให้ค้นพบรอยพระพุทธบาทจนพบที่ไหล่เขา เขตเมืองสระบุรี และโปรดเกล้าฯให้สร้างมณฑปสวมรอยพระพุทธบาทไว้ นอกจากนี้ยังพระราชนิพนธ์กาพย์มหาชาติ
แต่งเป็นร่ายยาว มีคาถาบาลีแทรกเป็นตอนๆ ใช้เทศน์ให้อุบาสกอุบาสิกาฟังเช่นเดียวกับ มหาชาติคำหลวง
เนื้อหาของกาพย์มหาชาตินั้น เป็นการเล่าเรื่องมหาชาติ หรือเรื่องมหาเวสสันดรชาดกนั่นเอง เป็นการแต่งแบบที่เรียกว่า ยกคาถา กล่าวคือ ยกคาถาภาษาบาลีขึ้นมาประโยคหนึ่ง แล้วแต่งภาษาไทยเล่า สลับไปเป็นช่วงๆ จนจบ โดยใช้คำประพันธ์ที่เรียกว่าร่ายโบราณ หรือที่เรียกกันในสมัยนั้นว่า ร่ายมหาชาติ เนื่องจากเป็นร้อยกรองที่แต่งไว้สำหรับการเทศน์เรื่องมหาชาตินั่นเอง แต่ละกัณฑ์ (ในกาพย์มหาชาติเรียกว่า บรรพ) มีความยาวไม่มาก
ใช้เทศน์ให้อุบาสกอุบาสิกาฟัง
คือเรื่องมหาเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์
1. ด้านอักษรศาสตร์ มีสำนวนดี ถ้อยคำไพเราะ ภาษามีความสละสลวย คำศัพท์ไม่ยากเข้าใจง่าย ไม่ว่าฟังหรืออ่าน ทำให้เกิดความซาบซึ้งมีอารมณ์คล้อยตาม
2. ด้านพระพุทธศาสนา เทศน์พระเวสสันดรมีอิทธิพลต่อสังคมไทยมาก ทำให้คนไทยใกล้ชิดวัด และนิยมทำบุญให้ทานเป็นนิสัย มีการเข้าวัดเพื่อทำบุญ ให้ทาน ฟังธรรม รักษาศีล และเจริญภาวนา
คล้ายกับมหาชาติคำหลวง คือ กล่าวถึงการบำเพ็ญทานอย่างยิ่งใหญ่ ของพระเวสสันดรโพธิสัตว์ เป็นการบำเพ็ญบารมีครบทั้ง ๑๐ บารมี และเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ที่กล่าวเป็นทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการบริจาคบุตรและภรรยา ซึ่งเป็นการยากหาผู้จะทำได้ พระองค์ทรงบริจาคทานทุกอย่างด้วยศรัทธาแรงกล้า
. โคลงอักษรสามหมู่
ผู้แต่ง พระศรีมโหสถ
เวลาแต่ง สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
คำประพันธ์ โคลงสี่สุภาพ กลบท ใช้คำๆ เดียวกันเรียงตั้งแต่ไม่มีรูปวรรณยุกต์ และผันได้ด้วยไม้เอก ไม้โท เป็นชุดๆ
วัตถุประสงค์ เพื่อแสดงฝีมือทางวรรณศิลป์
สาระสำคัญ มีโคลงพรรณนาการรบที่เชียงใหม่ และการพรรณนาชมนก ชมไม้ เช่น
เขาขันคูคู่คู้ เคียงสอง
เยื้องย่างนางยูงทอง ท่องท้อง
ทิวทุ้งทุ่งทุงมอง มัจฉพราศ
เทาเท่าเท้ายางหย้อง เฉียบลิ้มริมธาร
คุณค่า เป็นแบบอย่างในการแต่งกลบทของกวียุคหลัง