สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2567
คุณภาพระดับปรับปรุง
หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม
· ควรได้รับการพัฒนาความเข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดี และธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทยดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอย่างสันติสุข
· ควรได้รับการพัฒนาความเข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธาและธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
วิธีสอน (Teaching Methods) เป็น #วิธีการ หรือ #ขั้นตอนที่ครูใช้ในการนำเสนอ เนื้อหาและจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน เป็นวิธีการที่เฉพาะเจาะจงในการสอนเนื้อหาหรือพัฒนาทักษะของผู้เรียน เป็นการปฏิบัติ ใช้เป็นวิธีการเฉพาะเจาะจงในกระบวนการสอน ตัวอย่าง วิธีสอนแบบบรรยาย (Lecture) วิธีสอนแบบถาม-ตอบ (Socratic Method) วิธีสอนแบบทดลอง (Experimental Method) วิธีสอนแบบอภิปราย (Discussion Method) วิธีสอนจึงเป็นขั้นตอนหรือกลยุทธ์ที่ครูเลือกใช้เพื่อถ่ายทอดความรู้หรือสร้างการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน
รูปแบบการสอน (Teaching Models) ป็น #รูปแบบ หรือ #โครงสร้างการสอนที่มีการวางแผน ที่ออกแบบมาอย่างชัดเจน มีขั้นตอนที่ชัดเจนและกำหนดบทบาทของทั้งครูและผู้เรียน ใช้สำหรับเป็นการออกแบบหรือจัดกรอบที่ชัดเจนในการสอนในบางวิชา โดยมีการกำหนดขั้นตอนและวิธีการทำงานที่ชัดเจน ตัวอย่าง ปแบบการสอนแบบสืบสวนสอบสวน (The Inquiry Model) รูปแบบการสอนแบบร่วมมือ (Cooperative Learning Model) รูปแบบการสอนแบบพลวัต (The Dynamic Model) รูปแบบการสอน เป็นการออกแบบการสอนที่มีกระบวนการชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ทันที โดยระบุขั้นตอนต่าง ๆ ที่ต้องทำเพื่อให้การสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป ความแตกต่าง
แนวทางการสอน คือ กรอบแนวคิดหรือปรัชญาในการออกแบบการสอนที่กว้างๆ
วิธีสอน คือ วิธีการหรือขั้นตอนที่ครูใช้ในการสอนเนื้อหาหรือทักษะที่เฉพาะเจาะจง
รูปแบบการสอน คือ โครงสร้างหรือแบบแผนที่มีการออกแบบมาอย่างละเอียด มีขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการสอน
ทั้ง 3 อย่างนี้ ทำงานร่วมกัน โดยที่แนวทางการสอนเป็นกรอบกว้างๆ ส่วนวิธีสอนและรูปแบบการสอนจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การสอนประสบความสำเร็จตามแนวทางนั้นๆ
.
พัฒนาการทางร่างกาย
การเปลี่ยนแปลงพัฒนาการทางร่างกายของวัยที่กำลังเจริญเติบโตอย่างพวกเขา สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนมาก ๆ คือ แขนขายาว มือเท้าใหญ่ขึ้น ส่วนสูง น้ำหนัก กล้ามเนื้อ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสิ่งสำคัญที่เรามองไม่เห็นอย่างพวกต่อมไร้ท่อ ระบบประสาทต่าง ๆ ที่ควบคุมเรื่องของฮอร์โมนของการเจริญเติบโต และฮอร์โมนทางเพศ ที่ทำให้เด็กชายจะเริ่มเป็นหนุ่มขึ้น นมขึ้นพาน เสียงแตก บางคนเริ่มมีหนวดขึ้น และเริ่มฝันเปียก ส่วนเด็กหญิงจะเป็นสาวขึ้น เต้านมมีขนาดโตขึ้น ไขมันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้รูปร่างมีทรวดทรง สะโพกผายออก และเริ่มมีประจำเดือนเป็นครั้งแรก และทั้งเด็กชายและเด็กหญิงอวัยวะเพศจะใหญ่ขึ้น มีขนขึ้น มีกลิ่นตัว และมีสิวขึ้น
ซึ่งการพัฒนาการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเด็กแต่ละคน อาจช้าบ้างเร็วบ้าง ถึงแม้อายุเท่ากัน แต่อาจเปลี่ยนแปลงไม่พร้อมกัน พวกเขาเริ่มจะสนใจตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งความเปลี่ยนแปลง รวมถึงความสวยความงาม เพื่อเป็นที่ยอมรับ ดูเด่น สะดุดตา ให้คนสนใจ พวกเขาจะเครียด และกังวลใจอย่างมากหากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำเกิดเป็นข้อด้อยกว่าคนอื่น หากพ่อแม่คุยกับลูกได้ทุกเรื่อง เป็นทีมเดียวกันอยู่แล้ว ก็ควรคุยเรื่องนี้ให้เขารับรู้ไว้แต่เนิ่น ๆ ให้ลูกและคุณเรียนรู้ร่างกายของเขาไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เขามีความมั่นใจว่า มันก็แค่เรื่องธรรมดาปกติกับร่างกายของเด็กทุกคน ไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย
พัฒนาการทางจิตใจ
โกรธ รัก กลัว ยังคงเป็นพื้นฐานทางอารมณ์ ของจิตใจเด็กวัยนี้ การเปลี่ยนแปลงความรู้สึกต่าง ๆ เกิดขึ้นเร็ว ตามลักษณะไฮเปอร์ของพวกเขา อารมณ์จะปั่นป่วน เปลี่ยนแปลงง่าย หงุดหงิดง่าย เครียดง่าย โกรธง่าย มีอารมณ์ซึมเศร้าโดยไม่มีสาเหตุ ขณะเดียวกันพวกเขายังคงมีความเพ้อฝันค่อนข้างมาก จึงไม่แปลกที่เห็นพวกเขาใช้เวลาไปกับอินเตอร์เน็ต คุยแชท ไลน์ คุยโทรศัพท์กับเพื่อน และโดยเฉพาะการเล่นเกม ทั้งหมดเพื่ออารมณ์และสภาพจิตใจของเขาเอง บางครั้งเราอาจเห็นพวกเขาทำตัวราวกับเป็นผู้ใหญ่ บางครั้งทำตัวเป็นเด็ก ความขัดแย้งทางอารมณ์มีอยู่ตลอดเวลา
ทั้งหมดนี้เนื่องมาจากระบบประสาทการควบคุมอารมณ์ของเขายังเติบโตไม่เต็มที่ พัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กวัยนี้จึงขึ้นอยู่กับลักษณะการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความรู้สึกมั่นคง ภาวะทางอารมณ์และจิตใจ พวกเขาต้องการคำชื่นชม ความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เป็นคนดี มีประโยชน์แก่ผู้อื่น คอยช่วยฝึกให้เขาเข้าใจ และควบคุมอารมณ์ตนเองให้ไปในทิศทางที่ถูกต้อง หากคุณไม่ใส่ใจ ไม่ดูแลให้ความสำคัญกับจิตใจของพวกเขาแล้ว พัฒนาการด้านนี้อาจทำให้พวกเขากลายเป็นเด็กเกเร ก้าวร้าว หรือมีปมดราม่าฝั่งแน่นในจิตใจไปจนกระทั่งโต
พัฒนาการทางสติปัญญา
เด็กวัยนี้ ยิ่งเป็นเด็ก Gen Z ของศตวรรษที่ 21 ด้วยแล้ว คุณหมดห่วงได้เยอะ เด็กบางคนอาจมีพัฒนาการช้าบ้าง แต่หากพวกเขาได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างเหมาะสมตั้งแต่วัยเด็กเล็ก และตอนประถม ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเป็นเด็กเก่งแทบทุกคน โดยเฉพาะเรื่องของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีต่าง ๆ พวกเขาเปิดกว้างทางความคิด รับฟังผู้อื่นชอบแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ชอบคิดวิเคราะห์ ให้ได้เพื่อให้ได้ข้อมูล คำตอบ อย่างมีเหตุมีผล พวกเขาพร้อมและสามารถรับผิดชอบในงาน หรือแก้ไขในเรื่องยากบางเรื่อง และตัดสินใจได้ด้วยตนเอง พวกเขาชอบเก็บข้อมูลและนำเสนอความคิดเห็น ตลอดจนสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น
แต่ในช่วงวัยนี้บวกกับสังคมรอบตัว ความไฮเปอร์ของพวกเขา ทำให้ตัดสินใจเร็ว อาจขาดความยั้งคิด มีความหุนหันพลันแล่น ขาดการไตร่ตรองให้รอบคอบ ยิ่งพวกเขามีความคิดเชิงอุดมคติสูง พ่อแม่ ผู้ปกครองก็ต้องคอยเพิ่มความคิดทางมโนธรรม และจริยธรรมไว้ด้วย
พัฒนาการทางสังคม
เพราะความคิดที่ต้องการการยอมรับจากผู้อื่น จากสังคมภายนอก ทำให้เพื่อนมีบทบาทสำคัญมากที่สุดของพวกเขา การได้รับการยอมรับจะช่วยให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ ความมั่นคงของจิตใจ เด็กหลายคนอยากเป็นจุดเด่น อยากให้มีคนรู้จักมาก ๆ พวกเขาจะใช้เวลากับเพื่อนนาน ไม่ค่อยอยากไปไหนกับทางบ้าน เริ่มมีความสนใจเพศตรงข้าม สนใจสังคมสิ่งแวดล้อม ไอดอล ฮีโร่ยังเป็นเรื่องใหญ่ของพวกเขาที่พร้อมจะเลียนแบบ เพื่อหาต้นแบบให้กับความเป็นตัวตน อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า คุณต้องเป็นทั้งเพื่อนทั้งไอดอล แล้วคุณจะสามารถพาลูกหลาน เด็ก ๆ ของคุณไปซ้ายหรือขวาได้อย่างไม่ยากเลย สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของพัฒนาการทางสังคมของเด็กวัยนี้ คือมีทักษะสังคมดีเลิศ การสื่อสารเจรจากับผู้อื่นโดยเฉพาะผ่านทางอินเตอร์เน็ต การทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่น
อีกเรื่องที่ควรเผื่อใจไว้มาก ๆ ความสัมพันธ์การนับถือการให้ความสำคัญกับผู้ใหญ่อาจน้อยลง ไม่ว่าพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่หรือครู พวกเขาอาจวิจารณ์ตรง ๆ ต่อต้านความคิด คำสั่ง เพราะพวกเขาชอบคิดว่าพวกผู้ใหญ่ล้าหลัง เห็นว่าความคิดของตนดีกว่าถูกต้องกว่า คุณต้องทำใจ และเข้าใจถึงธรรมชาติตัวตนอิสระนี้ของพวกเขา หลีกเลี่ยงการตอบโต้ ลงโทษด้วยความรุนแรงทุกชนิด ค่อยคุย ๆ ค่อยเติมความคิดที่ถูกต้องให้เขา ค่อย ๆ ให้เขาพัฒนาควบคุมความคิดของตัวเองได้เต็มที่สมบูรณ์ เพราะยังไงก็ตามพวกเขาชอบช่วยเหลือผู้อื่น คนที่อ่อนแอกว่า ต้องการเป็นคนดี คนสมบูรณ์แบบ และเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น