ชื่อบทเรียน : วิเคราะห์คุณค่าบทนมัสการมาตาปิตุคุณ บทนมัสการอาจริยคุณ
จุดประสงค์การเรียนรู้ :
นักเรียนสามารถวิเคราะห์เนื้อหาและคุณค่าเกี่ยวกับบทนมัสการมาตาปิตุคุณและบทนมัสการอาจริยคุณ
กิจกรรมก่อนเรียน
ดูภาพการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยยกตัวอย่างรูปภาพให้นักเรียนได้สังเกตความเหมือนและความแตกต่าง เช่น
- รูปภาพพิธีไหว้ครู
- รูปภาพพิธีศีลมหาสนิทของศาสนาคริสต์
- รูปภาพการละหมาดของศาสนาอิสลาม
- รูปภาพการสวดมนต์ในโบสถ์ของศาสนาพุทธ
ตั้งถามคำถามกระตุ้นความคิดตนเองว่า พิธีการหรือพิธีกรรมในรูปภาพมีจุดมุ่งหมายที่เหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
เนื้อหา
บิดามารดา เป็นผู้มีพระคุณแก่เราโดยตรง เพราะเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเราโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ตั้งแต่เราเกิดมาท่านก็ให้ความรักความเมตตาเอาใจใส่ดูแลห่วงใยโดยบริสุทธิ์ใจ คอยแนะนำตักเตือนชี้ทางที่ดีให้แก่เรา เมื่อเราทุกข์หรือเจ็บไข้ได้ป่วย ท่านก็ทุกข์ด้วย แม้จะต้องทำงานด้วยความเหนื่อยยากก็ยอมสู้ทน
ครูเป็นผู้ชี้แจง อบรมสั่งสอนทั้งวิชาความรู้และความดีทางจริยธรรมพระคุณของครูนับว่า สูงสุดจะป็นรองก็เพียงแต่บิดามารดาเท่านั้น
เนื่องด้วยความมุ่งหมายประการสำคัญ ของพระยาศรีสุนทรโวหารในการประพันธ์คำนมัสการคุณานุคุณ คือ การพรรณนานาคุณงามความดีที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดา มารดา และครูอาจารย์มีต่อชนทุกชั้น ดังนั้น ถ้อยคำที่กวีนำมาใช้จึงต้องแฝงความหมายที่ดีงาม และสามารถท่องจำได้โดยง่าย เพื่อให้เยาวชนไทยได้ยึดถือเป็นแบบอย่างและซาบซึ้งไปกับเนื้อความซึ่งแม้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวเนื่องในทางพระพุทธศาสนาซึ่งมีเนื้อหาที่ละเอียดลึกซึ้ง แต่กวีก็สามารถพรรณนาถ้อยความและเลือกสรรถ้อยคำได้อย่างไพเราะจับใจ และมีความดีเด่นในด้านกลวิธีการแต่ง ดังนี้
กวีเลือกสรรถ้อยคำนำมาใช้ได้อย่างไพเราะเหมาะสม โดยเฉพาะใน
บทนมัสการมาตาปิตุคณ และนมัสการอาจริยคุณ ซึ่งเป็นการพรรณนาพระคุณของบิดามาดา และครูอาจารย์ เป็นการใช้คำง่ายแต่มีความหมายลึกซึ้ง เช่น ในบทนมัสการมาตาปิตุคุณที่ว่า
ฟูมฟักทะนุถนอม บ บำราศนิราไกล
แสนยากเท่าไรๆ บ คิดยากลำบากกาย
ตรากทนระคนทุกข์ ถนอมเลี้ยง ฤ รู้วาย
ปกป้องซึ่งอันตราย จนได้รอดเป็นกายา
กวีใช้คำว่า ฟูมฟัก ทะนุถนอม ตรากทน และถนอมเลี้ยง ซึ่งเป็นคำที่ไพเราะอ่านเข้าใจและรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของบิดามารดาซึ่งคอยประคับประคอง ระวังรักษา และเฝ้าทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงดูลูกด้วยความอดทนโดยไม่ได้คิดถึงความยากลำบากตั้งแต่ลูกเล็กจนเติบใหญ่
ในบทนมัสการอาจริยคุณที่ว่า
อนึ่งข้าคำนับน้อม ต่อพระครูผู้การุญ
โอบเอื้อและเจือจุน อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์
ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน
ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน
คำว่า การุญ โอบเอื้อ เจือจุน อนุสาสน์ และ ขยายอัตถ์ ที่กวีสรรมาใช้ได้อย่างไพเราะ เพื่อแสดงถึงความรัก และความเมตตาของครูอาจารย์ ที่เพียรพยายามสั่งสอนศิษย์ให้เป็นคนดีนั้น ก่อให้เกิดความสำนึกและตระหนักถึงพระคุณของครูอาจารย์ได้เป็นอย่างดี
กวีใช้คำให้เกิดความงามและเสียงเสนาะในการอ่านออกเสียงโดยการใช้สัมผัสอักษรและสัมผัสสระ เป็นการเพิ่มคุณค่าและความไพเราะให้บทกวี ดังนี้
เนื่องจากการแต่งคำนมัสการคุณานุคุณ มีข้อจำกัดในเรื่องฉันทลักษณ์ กวีจึงต้องคิดสรรคำที่มีความหมาย ได้ใจความ และถูกต้องตรงตามเนื้อหาและลักษณะบังคับของคำประพันธ์ที่นำมาใช้ ซึ่งได้แก่ กาพย์ฉบัง๑๖ และโดยเฉพาะอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ เพราะนอกจากจะมีกฎเกณฑ์ในเรื่องจำนวนคำและสัมผัสแล้ว ยังต้องคำนึงถึงเรื่องเสียงหนัก-เบาของคำหรือครุ-ลหุอีกด้วย จึงจะสามารถสร้างสรรค์บทกวีให้มีความไฟเราะและสละสลวยได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องดังกล่าวข้างต้น แต่พระยาศรีสุนทรโวหารก็สามารถเลือกสรรคำแล้วนำมาเรียบเรียงแต่งได้อย่างเหมาะสมกับเนื้อหาและข้อบังคับทางฉันทลักษณ์ และยังเพิ่มระดับความไฟเราะ โดยอาศัยกลวิธีทางการประพันธ์ ซึ่งได้แก่ การเล่นสัมผัสใน โดยเฉพาะสัมผัสอักษร เช่น
“อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์” เล่นเสียงสัมผัสอักษร “ส” คือ (อนุ) สาสน์- สิ่ง-สรรพ์ เป็นต้น
กวีใช้การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนขึ้น เช่นการเปรียบพระคุณของบิดามารดาว่ายิ่งใหญ่กว่าภูเขาและแผ่นดิน ดังความว่า
เปรียบหนักชนกคุณ ชนนีคือภูผา
ใหญ่พื้นพสุนธรา ก็ บ เทียบ บ เทียมกัน
บทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจาริยคุณ มีคุณค่าด้านสังคมสูงสุดในด้านการปลูกฝัง "ความกตัญญูกตเวที" ซึ่งเป็นรากฐานของวัฒนธรรมไทย สะท้อนค่านิยมการเคารพยกย่องบิดามารดาและครูบาอาจารย์ว่าเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดที่ต้องดูแลและรำลึกถึง ช่วยสร้างสังคมที่สงบสุขจากการเห็นคุณค่าของการเสียสละของผู้อื่น
คุณค่าด้านสังคม
การปลูกฝังความกตัญญู (หลักจริยธรรม): สอนให้คนรำลึกถึงพระคุณของบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเลี้ยงดู (มาตาปิตุคุณ) และครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาและอบรมสั่งสอน (อาจาริยคุณ) ซึ่งเป็นพื้นฐานการเป็นคนดี
การสะท้อนค่านิยมและวัฒนธรรมไทย: สังคมไทยให้ความสำคัญกับระบบเครือญาติและการนับถือครู (การไหว้ครู) บทประพันธ์นี้ยืนยันและสืบสานประเพณีการเคารพผู้ใหญ่
สร้างความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัวและสังคม: การที่ลูกตอบแทนพระคุณพ่อแม่ และศิษย์เคารพครู ทำให้สังคมเกิดความอบอุ่น มีความเอื้ออาทร และลดปัญหาความขัดแย้ง
กิจกรรมฝึกฝน (ใบงาน / แบบทดสอบ / แบบฝึกหัด โดย Link ไปหาสื่อนั้น)