ช่วงหลังปี พ.ศ. 2500 การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความคิดที่จะเลิกใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงเพื่อเป็นการสงวนป่าไม้ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ จึงได้มีการทยอยยกเลิกการใช้รถจักรไอน้ำและมีการจัดหารถจักรดีเซลและรถดีเซลรางมาทดแทน โดยนำเข้ามาหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 -2509

ในปี พ.ศ. 2507 การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ารถจักรดีเซลไฟฟ้าจีอี จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรถจักรที่มีสมรรถนะสูงมากกว่ารุ่นอื่น ๆ ในเวลานั้น ทั้งกำลังที่สูง การทำความเร็วที่ดี ลากขบวนรถได้มากขึ้น หนักขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งทางรถไฟขึ้นมามากในเวลานั้น

ช่วงหลังปี พ.ศ.2510 - 2514 การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงมีแนวคิดจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าสมรรถนะสูงเข้ามาใช้งานเพิ่ม จนในปี พ.ศ. 2517 ก็ได้นำเข้ารถจักรดีเซลไฟฟ้าอัลสตอม แบบเอดี24ซี หรือ เอแอลเอส จากบริษัท อัลสตอม ประเทศฝรั่งเศส โดยมียอดสั่งซื้อมากถึง 54 คัน นำเข้ามาใช้งานตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2517 - 2518 และมีผลการใช้งานเป็นที่น่าพอใจมาก จนถึงปัจจุบันเอแอลเอส ยังคงเป็นรถจักรรุ่นเดียวที่มียอดสั่งซื้อมากที่สุด

และด้วยสมรรถนะ ประสิทธิภาพและความคุ่มค่าของรถจักรแบบเอดี24ซี การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ยังสั่งซื้อรถจักรอัลสตอม เอดี24ซี แบบเดียวกับเอแอลเอสเข้ามาอีก 3 รุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 - 2528 รวมแล้วกว่า 113 คัน แยกออกเป็นอีก 4 รุ่นย่อย

อัลสตอม เอดี24ซี ถือเป็นแบบรถจักรดีเซลไฟฟ้าที่มีใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย และด้วยความที่มีจำนวนมากยังทำให้พบเห็นได้บ่อย จนเป็นอีกหนึ่งภาพจำของรถไฟไทยจนถึงปัจจุบัน

ป้ายเนมเพลท"Alsthom" ปัจจุบันคือบริษัท Alstom

เปลี่ยนเครื่องยนต์

เอแอลเอส มีเครื่องยนต์ดั้งเดิม จากโรงงานคือเครื่องยนต์ Pielstick 16PA4V 185VG มีกำลัง 2400 แรงม้า แต่จากการใช้งานที่ยาวนานและอะไหล่ที่เริ่มหายากและราคาสูงขึ้น การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงจัดหาเครื่องยนต์ใหม่มาทดแทนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มอายุการใช้งาน โดยเริ่มทดลองเปลี่ยนตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2550 เป็นต้นมา

ในปัจจุบันรถจักรเหล่านี้ได้ทำการติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่อย่าง Caterpillar 3516B HD และ MTU 16V4000 R41R ไปแล้วหลายคัน และจะมีการทำสีคาดเป็นสัญลักษณ์ว่าใช้เครื่องยนต์ประเภทได