เว็บไซต์เก็บผลงานออนไลน์ (E-Portfolio) ::: นายอลงกต ใหม่น้อย
เว็บไซต์เก็บผลงานออนไลน์ (E-Portfolio) ::: นายอลงกต ใหม่น้อย
ชื่อ-สกุล นายอลงกต ใหม่น้อย
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน จังหวัดตรัง
สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่ง ผู้อำนวยการ วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1.1 ปฏิบัติการสอนประจำวิชา จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 ปฏิบัติการสอนร่วมกับครูประจำวิชา จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 สังเกตการสอนและสะท้อนผลการสอนร่วมกับครูในกิจกรรมเปิดชั้นเรียน จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 เป็นผู้นำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของโรงเรียน จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
1.5 นิเทศการสอนเพื่อเป็นพี่เลี้ยงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับครู จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.6 จัดกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และอบรมบ่มนิสัยผู้เรียน จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีภารกิจสำคัญในการจัดการอาชีวศึกษาและพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ ทักษะวิชาชีพ สมรรถนะ และคุณลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ชุมชน และท้องถิ่น โดยมุ่งให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปประกอบอาชีพ ศึกษาต่อ และดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
บริบทของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนในพื้นที่อำเภอปะเหลียนและจังหวัดตรัง ซึ่งมีความต้องการกำลังคนด้านวิชาชีพที่หลากหลาย ทั้งภาคเกษตรกรรม การบริการ การพาณิชย์ อุตสาหกรรม และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจชุมชน วิทยาลัยจึงจำเป็นต้องบริหารจัดการให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน สถานประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการวิเคราะห์สภาพการดำเนินงานของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน พบว่า การบริหารจัดการและการติดตามผลตามแผนปฏิบัติราชการยังมีข้อจำกัดบางประการ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายของวิทยาลัยกับผลลัพธ์ของโครงการและกิจกรรม การติดตามผลส่วนหนึ่งยังมุ่งเน้นว่ากิจกรรมได้ดำเนินการแล้วหรือไม่มากกว่าการพิจารณาว่าโครงการหรือกิจกรรมนั้นก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายของวิทยาลัยมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ การดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพภายในจำเป็นต้องมีระบบติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนำผลการประเมินกลับมาใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการของวิทยาลัยมีความเป็นระบบ สามารถตรวจสอบได้ และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพสถานศึกษาอย่างแท้จริง
ดังนั้น วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนจึงนำแนวคิด Objective and Key Results (OKR) มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนารูปแบบการบริหารวิทยาลัยเชิงรุก โดยมุ่งกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน กำหนดผลลัพธ์สำคัญที่สามารถวัดและติดตามได้ เชื่อมโยงเป้าหมายของวิทยาลัยกับแผนปฏิบัติราชการ โครงการ กิจกรรม และผู้รับผิดชอบ ตลอดจนใช้ข้อมูลผลการดำเนินงานเป็นฐานในการกำกับ ติดตาม วิเคราะห์ ตัดสินใจ และปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 การกำหนดเป้าหมาย (Objectives) และผลลัพธ์หลัก (Key Results)
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนได้วิเคราะห์นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยุทธศาสตร์การพัฒนาการอาชีวศึกษา พันธกิจและเป้าหมายของวิทยาลัย แผนปฏิบัติราชการ ตลอดจนสภาพปัญหา ความต้องการ และบริบทของพื้นที่อำเภอปะเหลียนและจังหวัดตรัง เพื่อนำมากำหนดเป้าหมายการดำเนินงานตามแนวคิด OKR จากกระบวนการดังกล่าว วิทยาลัยได้กำหนด Objectives จำนวน 13 เป้าหมาย และถ่ายทอดไปสู่ Key Results รวมจำนวน 34 ผลลัพธ์หลัก เพื่อให้เป้าหมายระดับวิทยาลัยสามารถนำไปสู่การปฏิบัติและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม การกำหนด Key Results ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่สามารถติดตาม ตรวจสอบ และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้โดยเชื่อมโยงกับโครงการและกิจกรรมตามแผนปฏิบัติราชการของวิทยาลัย ทำให้เกิดความสัมพันธ์ในลักษณะ
** นโยบาย/ยุทธศาสตร์ → 13 Objectives → 34 Key Results → แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม →
ผู้รับผิดชอบ → ผลการดำเนินงาน **
2.2 การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของบุคลากร
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนส่งเสริมให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ Objective and Key Results โดยมุ่งให้บุคลากรเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Objective ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ต้องการบรรลุกับ Key Results ซึ่งเป็นผลลัพธ์สำคัญที่ใช้สะท้อนความสำเร็จของเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายการกำหนดผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ การเชื่อมโยง OKR กับแผนปฏิบัติราชการ ตลอดจนการใช้ข้อมูลจากการติดตามผลเพื่อปรับปรุงงาน โดยมุ่งให้บุคลากรสามารถนำหลักการ OKR ไปประยุกต์ใช้กับงาน โครงการ กิจกรรม หรือภารกิจของแผนกวิชา งาน และฝ่ายต่าง ๆ ภายในวิทยาลัย
2.3 การขับเคลื่อน OKR สู่แผนปฏิบัติราชการ โครงการ และกิจกรรม
ภายหลังการกำหนด 13 Objectives และ 34 Key Results วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนได้นำ OKR มาเชื่อมโยงกับการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ โดยกำหนดโครงการ กิจกรรม และผู้รับผิดชอบที่สัมพันธ์กับ Key Results แต่ละรายการ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถสนับสนุนการบรรลุ Objective ของวิทยาลัยได้อย่างเป็นระบบ การนำ OKR ไปใช้ครอบคลุมการดำเนินงานของฝ่าย แผนกวิชา งาน และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาผู้เรียน การพัฒนาครูและบุคลากร การบริหารจัดการ การประกันคุณภาพ การสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ และการให้บริการวิชาชีพแก่ชุมชน
2.4 การติดตามความก้าวหน้าตาม Key Results
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนดำเนินการติดตามผลตาม Key Results โดยนำผลการดำเนินงานจริงมาเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายที่กำหนด เพื่อประเมินระดับความก้าวหน้าและความสำเร็จของแต่ละ KR การติดตามดังกล่าวช่วยให้ผู้บริหารสามารถเห็นสถานการณ์การดำเนินงานทั้งในระดับราย Key Result และภาพรวมของ Objective ที่เกี่ยวข้อง จากการติดตาม 34 Key Results พบว่าผลสำเร็จเฉลี่ยของ Key Results ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 85.09 โดยมี Key Results ที่บรรลุระดับความสำเร็จ 1.00 จำนวน 22 KR คิดเป็นร้อยละ 64.71 และมี Key Results ที่ยังมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าระดับ 1.00 จำนวน 12 KR คิดเป็นร้อยละ 35.29 ผลดังกล่าวทำให้ผู้บริหารและผู้รับผิดชอบสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า KR ใดบรรลุเป้าหมายแล้ว KR ใดมีแนวโน้มใกล้บรรลุเป้าหมาย และ KR ใดมีความเสี่ยงหรือจำเป็นต้องได้รับการเร่งรัดแก้ไข การติดตามผลตาม OKR จึงช่วยเปลี่ยนแนวทางการบริหารของวิทยาลัยจากการรอรับรายงานเมื่อสิ้นสุดโครงการไปสู่การใช้ข้อมูลระหว่างการดำเนินงานเพื่อประกอบการกำกับ ติดตาม และตัดสินใจเชิงบริหารได้อย่างทันท่วงที
2.5 การประเมินผล (Evaluation)
2.5.1 การวิเคราะห์ผลลัพธ์
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนได้นำข้อมูลผลการดำเนินงานตาม 34 Key Results มาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับค่าเป้าหมาย เพื่อพิจารณาความสำเร็จและช่องว่างของผลการดำเนินงาน (Gap Analysis) ผลการวิเคราะห์พบว่า Key Results ส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานอยู่ในระดับสูง แต่ยังมีบาง KR ที่มีระดับความสำเร็จต่ำกว่าเป้าหมาย เช่น 0.67, 0.50, 0.25, 0.20 และ 0.00 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นที่จำเป็นต้องได้รับการวิเคราะห์และพัฒนาเพิ่มเติม
วิทยาลัยจึงใช้ข้อมูลดังกล่าวจำแนกแนวทางบริหารจัดการ ดังนี้
1) KR ที่บรรลุเป้าหมาย ให้นำปัจจัยแห่งความสำเร็จมาใช้รักษามาตรฐานและต่อยอดผลการดำเนินงาน
2) KR ที่ใกล้บรรลุเป้าหมาย ให้เร่งรัดและสนับสนุนการดำเนินงานเพิ่มเติม
3) KR ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ให้วิเคราะห์สาเหตุและกำหนดมาตรการแก้ไขเป็นรายประเด็น
การวิเคราะห์พิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น บุคลากร งบประมาณ ระยะเวลา กระบวนการดำเนินงาน การประสานความร่วมมือ การมีส่วนร่วมของผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อจำกัดด้านบริบทของวิทยาลัยและพื้นที่อำเภอปะเหลียน
2.5.2 การสรุปบทเรียนและปรับปรุง
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนนำผลการวิเคราะห์ไปใช้ปรับปรุงแผนงาน โครงการ กิจกรรม วิธีการดำเนินงาน การจัดสรรทรัพยากร และการกำกับติดตาม เพื่อให้การดำเนินงานในรอบต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น การดำเนินงานจึงเกิดเป็นวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
** ข้อมูล OKR → ติดตามผล → วิเคราะห์ Gap → ตัดสินใจเชิงบริหาร → ปรับปรุง/สนับสนุน
→ ติดตามผลรอบถัดไป **
กระบวนการดังกล่าวช่วยให้วิทยาลัยสามารถปรับแผนและแนวทางดำเนินงานตามข้อมูลจริง และทำให้ OKR ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนามากกว่าการเป็นเพียงเครื่องมือในการประเมินผล
2.6 การสื่อสารผลลัพธ์และขยายผล
2.6.1 การรายงานผล
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนนำผลการดำเนินงานตาม 13 Objectives และ 34 Key Results มาจัดทำเป็นข้อมูลและรายงานสำหรับการบริหาร โดยนำเสนอทั้งผลสำเร็จ ความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค และ Key Results ที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย การรายงานผลมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหาร ครู บุคลากร ผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้เรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง สามารถเห็นภาพรวมของการดำเนินงานและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจหรือร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนา การรายงานผลดังกล่าวดำเนินการควบคู่กับการรายงานผลโครงการตามแผนปฏิบัติราชการโดยข้อตกลงกำหนดเป้าหมายให้มีการพัฒนาและส่งรายงานผลโครงการ ครบถ้วนและตรงเวลา ร้อยละ 100 ในทุกไตรมาส เพื่อให้ระบบการติดตามของวิทยาลัยมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน มีมาตรฐาน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
2.6.2 การเผยแพร่แนวทางและการขยายผล
วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนมุ่งนำประสบการณ์จากการใช้ OKR มาสรุปเป็นแนวทางสำหรับการบริหารจัดการและการประกันคุณภาพ โดยสามารถพัฒนาเป็นเอกสาร คู่มือ แนวปฏิบัติ หรือสื่อประกอบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเผยแพร่และขยายผลสามารถดำเนินการผ่านการประชุมของวิทยาลัยการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา การประชุมเครือข่าย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การอบรม การเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หรือสื่อประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนกับสถานศึกษา หน่วยงาน และสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 ผลลัพธ์เชิงปริมาณ
3.1.1 การพัฒนาและส่งรายงานผลโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ
ตามข้อตกลงกำหนดเป้าหมายให้มีการพัฒนาและส่งรายงานผลโครงการในแผนปฏิบัติราชการของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน ครบถ้วนและตรงเวลา ร้อยละ 100 ในทุกไตรมาสผลการดำเนินงานจริง พบว่า มีโครงการที่ต้องรายงานจำนวน 30 โครงการ สามารถจัดทำและส่งรายงานได้ครบถ้วนและตรงเวลาจำนวน 30 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 100 จึงมีผลการประเมิน บรรลุเป้าหมายตามข้อตกลง
3.1.2 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับระบบ OKR และการพัฒนาคุณภาพ
ตามข้อตกลงกำหนดเป้าหมายให้ครูและบุคลากรของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนเข้าร่วมการอบรมเกี่ยวกับระบบ OKR และการพัฒนาคุณภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ผลการดำเนินงานจริง มีบุคลากรกลุ่มเป้าหมายจำนวน 42 คน เข้าร่วมการพัฒนาจำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 100 จึงมีผลการประเมินบรรลุเป้าหมาย
3.1.3 บุคลากรสามารถกำหนดและติดตาม OKR ของหน่วยงานหรือแผนก
ตามข้อตกลงกำหนดเป้าหมายให้บุคลากรของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนสามารถกำหนดและ ติดตาม OKR ของหน่วยงานหรือแผนกได้ครบถ้วน ร้อยละ 100 จากการนำรูปแบบไปใช้ วิทยาลัยได้กำหนด 13 Objectives และ 34 Key Results และเชื่อมโยงสู่การดำเนินงานของฝ่าย งาน แผนกวิชา และผู้รับผิดชอบ โดยผลการประเมินความสามารถในการกำหนดและติดตาม OKR ของหน่วยงานหรือแผนก พบว่า กำหนดและติดตามได้ร้อยละ 100 จึงมีผลการประเมิน บรรลุเป้าหมาย
3.1.4 การนำกระบวนการ OKR ไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานและโครงการย่อย
ตามข้อตกลงกำหนดเป้าหมายให้นำกระบวนการ OKR ไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานและโครงการย่อยของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน อย่างน้อย 5 โครงการภายในปีแรกผลการดำเนินงาน พบว่า มีการนำกระบวนการ OKR ไปใช้จำนวน 5 โครงการ จึงมีผลการประเมิน บรรลุเป้าหมายตามข้อตกลง ได้แก่
โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน
โครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอาชีวศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการ
โครงการส่งเสริม Soft Power อาชีวศึกษา
โครงการประกวดและเผยแพร่นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และโครงงาน
โครงการเสริมสร้างองค์ความรู้ทางการอาชีวศึกษา
3.2 ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ
3.2.1 การบริหารจัดการของวิทยาลัยมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
การนำ OKR มาใช้ทำให้การบริหารโครงการตามแผนปฏิบัติราชการของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนมีความเป็นระบบและเชื่อมโยงกับเป้าหมายของวิทยาลัยชัดเจนขึ้น โดยมีโครงสร้างความสัมพันธ์จาก
**13 Objectives → 34 Key Results → โครงการ/กิจกรรม → ผู้รับผิดชอบ → ผลการดำเนินงาน**
ทำให้ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลผลลัพธ์ในการกำกับ ติดตาม และตัดสินใจได้มากกว่าการติดตามเพียงความสำเร็จของกิจกรรมการบริหารจัดการมีลักษณะเชิงรุกมากขึ้นโดยสามารถระบุประเด็นความเสี่ยง กำหนดผู้รับผิดชอบและจัดสรรการสนับสนุนให้สอดคล้องกับปัญหาและความจำเป็นของแต่ละโครงการหรือหน่วยงาน
3.2.2 การจัดทำรายงานและกระบวนการติดตามมีมาตรฐานและตรวจสอบได้
การกำหนด Key Results และค่าเป้าหมายทำให้การติดตามผลของวิทยาลัยมีกรอบการประเมินที่ชัดเจน สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเป้าหมาย และสามารถระบุ Key Results ที่บรรลุหรือไม่บรรลุเป้าหมายได้ ผลการติดตาม 34 KR มีค่าความสำเร็จเฉลี่ยประมาณ ร้อยละ 85.09 โดยมี 22 KR ที่บรรลุระดับ 1.00 และมี 12 KR ที่ยังมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าระดับ 1.00 ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้สำหรับการติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ และวางแผนพัฒนางานในรอบต่อไป
3.2.3 บุคลากรมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการกำหนด Objectives และ Key Results
การดำเนินงานมุ่งให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน ให้มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์สำคัญของงาน ทำให้บุคลากรสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างภารกิจที่รับผิดชอบกับเป้าหมายของวิทยาลัยบุคลากรสามารถนำแนวคิด Objective และ Key Results มาประยุกต์ใช้ในการกำหนดเป้าหมายของฝ่าย งาน แผนกวิชา โครงการ หรือภารกิจที่ตนรับผิดชอบ และสามารถใช้ข้อมูลผลการดำเนินงานเพื่อทบทวนและปรับปรุงงานได้
3.2.4 บุคลากรมีทัศนคติเชิงบวกต่อการประกันคุณภาพและมุ่งเน้นผลลัพธ์
การใช้ OKR ช่วยให้ปรับมุมมองของการประกันคุณภาพภายในวิทยาลัยจากการให้ความสำคัญกับเอกสารและกระบวนการเพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนางาน ผลการดำเนินงานที่ไม่บรรลุเป้าหมายไม่ได้ถูกใช้เพื่อค้นหาความผิดพลาดเพียงอย่างเดียว แต่ใช้เพื่อค้นหาสาเหตุ เรียนรู้ และกำหนดแนวทางพัฒนาในรอบถัดไป ส่งผลให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
3.2.5 คุณภาพผู้เรียนของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนดีขึ้น
เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้วย OKR คือการนำผลของการบริหารไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน ให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะวิชาชีพ สมรรถนะ และคุณลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ชุมชน และตลาดแรงงาน
3.2.6 ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนและการสนับสนุนของวิทยาลัย
การบริหารที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ควรสะท้อนถึงประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้เรียนในวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนต่อการจัดการเรียนการสอน การให้บริการ ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน สภาพแวดล้อม และระบบสนับสนุนการเรียนรู้
3.2.7 การยอมรับในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
การพัฒนาระบบบริหารจัดการและคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพปะเหลียนมุ่งให้วิทยาลัยได้รับการยอมรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครอง สถานประกอบการ ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การยอมรับสามารถพิจารณาจากความร่วมมือกับสถานประกอบการและหน่วยงานในพื้นที่ ผลงานหรือรางวัลของวิทยาลัยและผู้เรียน การได้รับเชิญให้เผยแพร่แนวปฏิบัติ การจัดกิจกรรมบริการวิชาชีพแก่ชุมชน การมีเครือข่ายความร่วมมือ ตลอดจนหลักฐานการยอมรับในรูปแบบอื่น