หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ระบบเลขฐาน
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ระบบเลขฐาน
บทที่ 2 ระบบเลขฐาน
การแสดงตัวเลข
เมื่อกล่าวถึงบิต (Bit) สามารถอ้างอิงถึงตัวเลขได้ 2 ตัวคือ เลข 0 หรือ 1 ซึ่งใน ระบบคอมพิวเตอร์การเก็บบันทึกข้อมูล (Data) และค าสั่ง (Instructions) ต่างๆ ถูกเข้ารหัสแทนด้วย บิต ด้วยรหัสข้อมูลต่างๆ เช่น รหัส ASCII ที่ใช้บิต จ านวน 8 บิตในการแทนข้อมูล 1 ตัว
ในไมโครคอมพิวเตอร์และค านวณทางดิจิตอลจะใช้ระบบเลขไบนารี่ (Binary System) ซึ่งใช้เลขฐาน 2 ประกอบด้วย สภาวะการท างาน 2 สภาวะ คือ 0 และ 1
ระบบตัวเลข (Number System) ที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจ าวัน คือ เลขฐานสิบ (Decimal Number)
ชนิดของระบบตัวเลข
ระบบตัวเลขที่มีบทบาทสําคัญในระบบดิจิตอล คือ
เลขฐานสิบ (Decimal Number)
เลขฐานสอง (Binary Number)
เลขฐานแปด (Octal Number)
เลขฐานสิบหก (Hexadecimal Number)
ชนิดของระบบตัวเลข
เลขฐาน ตัวเลขพื้นฐาน
ฐานสอง 0, 1
ฐานแปด 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7
ฐานสิบ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9
ฐานสิบหก 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, A, B, C, D, E, F
.ชนิดของระบบตัวเลข : ระบบเลขฐานสิบ
เป็นระบบตัวเลขที่ใช้ในชีวิตประจําวัน
ประกอบด้วย ตัวเลข 10 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 และ 9
การนับเลขในระบบเลขฐานสิบ
หลักหน่วยจะเริ่มจาก 0 ถึง 9 และเพิ่มเป็นสองหลัก โดยเพิ่มหลักซ้ายมือด้วยเลข 1 (ดังตารางที่ 2)
เมื่อตัวเลขเดซิมอลมีหลายๆ ตัวเลขใกล้กัน แต่ละตัวจะมีต าแหน่งต่างกัน ซึ่งเท่ากับเลข ฐาน 10 ยกก าลัง โดยการนับจะนับจากขวาไปซ้าย ตัวเลขแต่ละต าแหน่งจะเป็นตัวคูณ กับแฟคทอเรียลที่เพิ่มขึ้น
ชนิดของระบบตัวเลข : ระบบเลขฐานสอง
เป็นระบบตัวเลขที่เหมาะสมกับการท างานในระบบดิจิตอลและคอมพิวเตอร์
ประกอบด้วย ตัวเลข 2 ตัว คือ 0 และ 1 ซึ่งตัวเลขแต่ละตัวจะเรียกว่า บิต (Bit)
การนับเลขในระบบเลขฐานสอง
หลักหน่วยจะเริ่มจาก 0 ถึง 1 และเพิ่มเป็นสองหลัก โดยเพิ่มหลักซ้ายมือด้วยเลข 1 (ดัง ตาราง)
ในระบบไบนารี่จะใช้ เลขฐาน 2 ยกก าลัง โดยการนับจะนับจากขวาไปซ้าย ตัวเลขแต่ ละต าแหน่งจะเป็นตัวคูณกับแฟคทอเรียลที่เพิ่มขึ้น
ชนิดของระบบตัวเลข : ระบบเลขฐานแปด
เป็นระบบตัวเลขที่มักใช้ในระบบคอมพิวเตอร
ประกอบด้วย ตัวเลข 8 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7
การนับเลขในระบบเลขฐานแปด
หลักหน่วยจะเริ่มจาก 0 ถึง 7 และเพิ่มเป็นสองหลัก โดยเพิ่มหลักซ้ายมือด้วยเลข 1 (ดังตาราง)
แต่ละต าแหน่งจะใช้ เลขฐาน 8 ยกก าลัง โดยการนับจะนับจากขวาไปซ้าย ตัวเลขแต่ละ ต าแหน่งจะเป็นตัวคูณกับแฟคทอเรียลที่เพิ่มขึ้น
ชนิดของระบบตัวเลข : ระบบเลขฐานสิบหก
เป็นระบบตัวเลขที่มักใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน
ประกอบด้วย ตัวเลข 16 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, A, B, C, D, E และ F
การนับเลขในระบบเลขฐานสิบหก
หลักหน่วยจะเริ่มจาก 0 ถึง F และเพิ่มเป็นสองหลัก โดยเพิ่มหลักซ้ายมือด้วยเลข 1
(ดังตาราง)
แต่ละตําแหน่งจะใช้ เลขฐาน 16 ยกกําลัง โดยการนับจะนับจากขวาไปซ้าย ตัวเลขแต่ละตําแหน่งจะเป็นตัวคูณกับแฟคทอเรียลที่เพิ่มขึ้น
รหัสที่ใช้แทนข้อมูลภายในเครื่อง
BCD (Binary Code Decimal) จะเก็บในรูปแบบ 6 บิต
EBCDIC (Extended Binary Code Decimal Inter Change Code) จะ เก็บในรูปแบบ 8 บิต
ASCII Code จะเก็บในรูปแบบ 8 บิต
รหัส Gray (Gray Code)
BCD (Binary Code Decimal)
ข้อมูล 1 6
BCD 000001 000110
EBCDIC และ ASCII Code
รหัสเปรียบเทียบดูตารางในหน้าที่ 55
ข้อมูล 1 6
EBCDIC 11110001 11110110
รหัสเกรย์ [Gray Code] : การเปลี่ยนเลขฐาน 2 เป็นรหัสเกรย์
มี 3 ขั้นตอน ดังนี้
1. เริ่มจากบิตซ้ายสุดหรือบิตที่มีนัยส าคัญมากที่สุด (MSB) ของเลขฐานสอง ท าการ ดึงบิตนี้ไปเขียนเป็นรหัสเกรย์ ค่าตัวเลขเหมือนกันเลขฐานสอง
2. น า MSB ของเลขฐานสองบวกกับบิตถัดไปทางขวามือ (บิตที่ 2 จาก MSB) โดยยึด หลักการบวกกันของเลขฐานสองดังนี้
0 + 0 = 0
0 + 1 = 1
1 + 0 = 1
1 + 1 = 0 ตัวทด 1 ตัดทิ้งไป
3. น าบิตที่ 2 จาก MSB ของเลขฐานสองบวกกับบิตที่ 3 จาก MSB และน าบิตที่ 3 จาก MSB บวกกับบิตที่ 4 จาก MSB บวกกันเช่นนี้ไปเรื่อยๆ โดยใช้หลักการบวก เช่นเดียวกัน
รหัสเกรย์ [Gray Code] : การเปลี่ยนเลขฐาน 2 เป็นรหัสเกรย์
ตัวอย่าง จงเปลี่ยนเลขฐานสองต่อไปนี้เป็นรหัสเกรย์
ก) 10101(2)
ข) 11100101(2)
วิธีท า
ก) เลขฐานสอง
รหัสเกรย
(ข) เลขฐานสอง
รหัสเกรย์
รหัสเกรย์ [Gray Code] : การเปลี่ยนรหัสเกรย์เป็นเลขฐาน 2
มี 3 ขั้นตอน ดังนี้
1. เริ่มจากบิตซ้ายสุดหรือบิตที่มีนัยส าคัญมากที่สุด (MSB) ของเลขฐานสอง ท าการ ดึงบิตนี้ไปเขียนเป็นรหัสเลขฐานสอง ค่าตัวเลขเหมือนรหัสเกรย์
2. น า MSB ของเลขฐานสองบวกกับบิตที่ 2 จาก MSB ของรหัสเกรย์โดยยึด หลักการบวกกันของเลขฐานสองดังนี้
0 + 0 = 0
0 + 1 = 1
1 + 0 = 1
1 + 1 = 0 ตัวทด 1 ตัดทิ้งไป
น าบิตที่ 2 จาก MSB ของเลขฐานสองบวกกับบิตที่ 3 จาก MSB ของรหัสเกรย์ ผลบวกที่ได้คือบิตที่ 3 จาก MSB ของเลขฐานสอง บวกกันเช่นนี้ไปเรื่อยๆ โดยใช้ หลักการบวกเช่นเดียวกัน
รหัสเกรย์ [Gray Code] : การเปลี่ยนรหัสเกรย์เป็นเลขฐาน 2
ตัวอย่าง จงเปลี่ยนรหัสเกรย์ต่อไปนี้เป็นเลขฐานสอง
ก) 11111(G)
ข) 10010111(G)
วิธีทํา
(ก) รหัสเกรย์
เลขฐานสอง
(ข) รหัสเกรย์
เลขฐานสอง
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนเต็ม)
การเปลี่ยนเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ มี 2 วิธี
วิธีที่ 1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐานสองด้วยน้ าหนักที่ต าแหน่งนั้น
วิธีที่ 2 เขียนอยู่ในรูปของเลขยกก าลังของเลข 2 ของหลักนั้นๆ
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจ านวนเต็ม)
วิธีที่ 1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐานสองด้วยน้ าหนักที่ตําแหน่งนั้น
สูตรทั่วไป
N = dn R n +…+ d3R 3 + d2R 2 + d1R 1 + d0R เมื่อ N = เลขฐานสิบ
R = ค่าเลขฐาน
d = ตัวเลขของเลขฐาน
เมื่อ R = 2 (เลขฐาน 2)
N = dn 2 n +…+ d32 3 + d22 2 + d12 1 + d02 0
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนเต็ม)
จงเปลี่ยนเลขฐาน 2 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
N = dn 2 n +…+ d32 3 + d22 2 + d12 1 + d02 0
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนทศนิยม)
วิธีที่1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐานสองด้วยน้ าหนักที่ตําแหน่งนั้น
สูตรทั่วไป
N = d1R -1 + d2R -2 + d3R -3 + d4R -4 +…+ dnR -n เมื่อ N = เลขฐานสิบ
R = ค่าเลขฐาน
d = ตัวเลขของเลขฐาน
เมื่อ R = 2 (เลขฐาน 2)
N = d12 -1 + d22 -2 + d32 -3 + d42 -4 +…+ dn2 -n
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนทศนิยม)
จงเปลี่ยนเลขฐาน 2 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
N = d12 -1 + d22 -2 + d32 -3 + d42 -4 +…+ dn2 -n
0.01101(2) = (0x2 -1)+(1x2 -2)+(1x2 -3)+(0x2 -4)+(1x2 -5)
= 0 + 0.25 + 0.125 + 0 + 0.03125
= 0.40625(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ
วิธีที่ 2 เขียนอยู่ในรูปของเลขยกกําลังของเลข 2 ของหลักนั้นๆ
2 8 2 7 2 6 2 5 2 4 2 3 2 2 2 1 2 0 2 -1 2 -2 2 -3 2 -4 2 -5
256 128 64 32 16 8 4 2 1 0.5 0.25 0.125 0.0625 0.03125
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ
จงเปลี่ยนเลขฐาน 2 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
ก) 1011.101(2)
ข) 11010.1101(2)
2 4 2 3 2 2 2 1 2 0 2 -1 2 -2 2 -3 2 -4 เลขยกกําลังของเลขฐาน 2
16 8 4 2 1 0.5 0.25 0.125 0.0625 ค่าของเลขฐานสิบ
1 0 1 1 1 0 1 8+2+1+0.5+0.125=11.625(10)
1 1 0 1 0 1 1 0 1 16+8+2+0.5+0.25+0.0625 = 26.8125(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนเต็ม)
การเปลี่ยนเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ มี 2 วิธี
วิธีที่ 1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐาน 8 ด้วยนํ้าหนักที่ตําแหน่งนั้น
วิธีที่ 2 เขียนอยู่ในรูปของเลขยกกําลังของเลข 8 ของหลักนั้นๆ
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนเต็ม)
วิธีที่ 1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐาน 8 ด้วยนํ้าหนักที่ตําแหน่งนั้น
สูตรทั่วไป
N = dn R n +…+ d3R 3 + d2R 2 + d1R 1 + d0R 0 เมื่อ N = เลขฐานสิบ
R = ค่าเลขฐาน
d = ตัวเลขของเลขฐาน
เมื่อ R = 8 (เลขฐาน 8)
N = dn 8 n +…+ d38 3 + d28 2 + d18 1 + d08 0
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนเต็ม)
จงเปลี่ยนเลขฐาน 8 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
N = dn 8 n +…+ d38 3 + d28 2 + d18 1 + d08 0
การเปลี่ยนเลขฐาน 8 เป็นฐาน 10
ตําแหน่งที่ 1 = 4 8 0 = 4 1 = 4
ตําแหน่งที่ 2 = 7 8 1 = 7 8 = 56
ตําแหน่งที่ 3 = 1 8 2 = 1 64 = 64
ตําแหน่งที่ 4 = 3 8 3 = 3 512 = 1536
3174(8) =1660(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนทศนิยม)
วิธีที่1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐาน 8 ด้วยนํ้าหนักที่ตํา แหน่งนั้น
สูตรทั่วไป
N = d1R -1 + d2R -2 + d3R -3 + d4R -4 +…+ dnR -n เมื่อ N = เลขฐานสิบ
R = ค่าเลขฐาน
d = ตัวเลขของเลขฐาน
เมื่อ R = 8 (เลขฐาน 8)
N = d18 -1 + d28 -2 + d38 -3 + d48 -4 +…+ dn8 -n
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนทศนิยม)
จงเปลี่ยนเลขฐาน 8 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
N = d18 -1 + d28 -2 + d38 -3 + d48 -4 +…+ dn8 -n
0.46(8) = (4x8 -1)+(6x8 -2)
= 0.5 + 0.09375
= 0.59375(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ
วิธีที่ 2 เขียนอยู่ในรูปของเลขยกก าลังของเลข 8 ของหลักนั้นๆ
8 5 8 4 8 3 8 2 8 1 8 0 8 -1 8 -2 8 -3 8 -4
32768 4096 512 64 8 1 0.125 0.01562 0.00195 0.00024
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ
จงเปลี่ยนเลขฐาน 8 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
ก) 53.46(8)
ข) 4327.01(8)
8 4 8 3 8 2 8 1 8 0 8 -1 8 -2 8 -3 8 -4 เลขยกก าลังของเลขฐาน 8
4096 512 64 8 1 0.125 0.01562 0.00195 0.0002 ค่าของเลขฐานสิบ
5 3 4 6 40+3+0.5+0.0937=43.59375(10)
4 3 2 7 0 1 2048+129+16+7+0+0.125 = 2263.01562(10
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนเต็ม)
การเปลี่ยนเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ มี 2 วิธี
วิธีที่ 1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐาน 16 ด้วยน้ าหนักที่ต าแหน่งนั้น
วิธีที่ 2 เขียนอยู่ในรูปของเลขยกก าลังของเลข 16 ของหลักนั้นๆ
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนเต็ม)
วิธีที่ 1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐาน 16 ด้วยน้ าหนักที่ต าแหน่งนั้น
สูตรทั่วไป
N = dn R n +…+ d3R 3 + d2R 2 + d1R 1 + d0R 0
เมื่อ R = 16 (เลขฐาน 16)
N = dn 16n +…+ d3163 + d2162 + d1161 + d016
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนเต็ม)
จงเปลี่ยนเลขฐาน 16 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
N = dn 16n +…+ d3163 + d2162 + d1161 + d0160
การเปลี่ยนเลขฐาน 16 เป็นฐาน 10
ตําแหน่งที่ 1 = 3 160 = 3 1 = 3
ตําแหน่งที่ 2 = 15 161 = 15 16 = 240
ตําแหน่งที่ 3 = 10 162 = 10 256 = 2560
ตําแหน่งที่ 4 = 2 163 = 2 4096 = 8192
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนทศนิยม)
วิธีที่ 1 หาโดยการคูณแต่ละตัวเลขของเลขฐาน 16 ด้วยนํ้าหนักที่ตําแหน่งนั้น
สูตรทั่วไป
N = d1R -1 + d2R -2 + d3R -3 + d4R -4 +…+ dnR
เมื่อ R = 16 (เลขฐาน 16)
N = d116-1 + d216-2 + d316-3 + d416-4 +…+ dn16
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ (กรณีจํานวนทศนิยม)
จงเปลี่ยนเลขฐาน 16 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
N = d116-1 + d216-2 + d316-3 + d416-4 +…+ dn16-n
0.4(16) = (4x16-1)
= 0.25(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ
วิธีที่ 2 เขียนอยู่ในรูปของเลขยกกําลังของเลข 16 ของหลักนั้นๆ
164 163 162 161 160 16-1 16-2 16-3 16
65536 4096 256 16 1 0.0625 0.0039 0.00024 0.00001
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐานอื่นๆ เป็นฐาน 10) ระบบเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ
จงเปลี่ยนเลขฐาน 16 ต่อไปนี้ให้เป็นเลขฐาน 10
ก) B3C9.11(16)
164 163 162 161 160 16-1 16-2 16-3 16-4 เลขยกกําลังของเลขฐาน 16
65536 4096 256 16 1 0.0625 0.0039 0.00024 0.00001 ค่าของเลขฐานสิบ
B 3 C 9 1 1 45056+768+192+9+0.0625+ 0.0039 =46025.0664(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 2 (กรณีจํานวนเต็ม)
การเปลี่ยนเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 2
วิธีการ น าเลขฐาน 10 ตั้งแล้วหารด้วย 2 เก็บเศษที่เหลือจากการหารไว้ (ซึ่งมีเพียง เลข 1 กับเลข 0 เท่านั้น) การหารให้การไปจนกว่าผลลัพธ์จะเป็นเลข 0
หลักการอ่านเลขฐานสองที่จะได้จากการหาร
MSD : เศษตัวสุดท้ายเป็นหลักที่มีความส าคัญมากที่สุด
LSD : เศษตัวแรกเป็นหลักที่มีความส าคัญน้อยสุด
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 2 (กรณีทศนิยม)
การเปลี่ยนเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 2 (หน้า 10-12)
วิธีการ น าทศนิยมฐาน 10 ตั้งแล้วเอา 2 คูณตัวทดที่ได้ (หน้าจุดทศนิยมซึ่งเป็นเลข
0 หรือ 1 คือเลขฐานสอง) การคูณจะคูณไปเรื่อยๆ จนผลลัพธ์มีทศนิยมเป็น .0000
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 2 (กรณีทศนิยม)
ตัวอย่าง จงเปลี่ยน 0.5625(10) เป็นเลขฐาน 2
วิธีทํา
0.5625 X 2 1.1250
0.125 X 2 0.250 0
0.25 X 2 0.50 0
0.5 1.0 X 2
ดังนั้น 0.5625(10) = 0.1001(2)
ตรวจสอบคําตอบ
0.1001(2) = (1x2-1)+(0x2-2)+(0x2-3)+(1x2-4)
= 0.5+0.0625
= 0.5625(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 8 (กรณีจ านวนเต็ม)
การเปลี่ยนเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 8 วิธีการ นําเลขฐาน 10 ตั้งแล้วหารด้วย 8 เก็บเศษที่เหลือจากการหารไว้ (จะได้เป็น เลข 0-7) การหารให้การ
ไปจนกว่าผลลัพธ์จะเป็นเลข 0
หลักการอ่านเลขฐานสองที่จะได้จากการหาร
MSD : เศษตัวสุดท้ายเป็นหลักที่มีความสําคัญมากที่สุด
LSD : เศษตัวแรกเป็นหลักที่มีความสําคัญน้อยสุด
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 8 (กรณีทศนิยม)
การเปลี่ยนเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 8
วิธีการ น าทศนิยมฐาน 10 ตั้งแล้วเอา 8 คูณตัวทดที่ได้ (หน้าจุดทศนิยม
ซึ่งเป็นเลข 0-7) การคูณจะคูณไปเรื่อยๆ จนผลลัพธ์มีทศนิยมเป็น .0000
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 8 (กรณีทศนิยม)
ตัวอย่าง จงเปลี่ยน 0.1875(10) เป็นเลขฐาน 8
วิธีทํา
0.1875 X 8 1.5000
0.5 4.0 X 8 4
ดังนั้น 0.1875(10) = 0.14(8)
ตรวจสอบคําตอบ
0.14(8) = (1x8-1)+(4x8-2)
= 0.125+0.0625
= 0.1875(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 16 (กรณีจํานวนเต็ม)
การเปลี่ยนเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 16
วิธีการ นําเลขฐาน 10 ตั้งแล้วหารด้วย 16 เก็บเศษที่เหลือจากการหารไว้ (จะได้ เป็นเลข 0-F) การหารให้การไปจนกว่าผลลัพธ์จะเป็นเลข 0
หลักการอ่านเลขฐานสองที่จะได้จากการหาร
MSD : เศษตัวสุดท้ายเป็นหลักที่มีความสําคัญมากที่สุด
LSD : เศษตัวแรกเป็นหลักที่มีความสําคัญน้อยสุด
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 16 (กรณีจํานวนเต็ม)
ตัวอย่าง จงเปลี่ยน 10846(10) เป็นเลขฐาน 16
วิธีทํา
16 10846
16 677
16 42
16 2
0
ตรวจสอบคําตอบ
2A5E(8) = (2x163)+(10x162)+(5x161)+(14x160)
= 8192 + 2560 + 80 + 14
= 10846(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 16 (กรณีทศนิยม)
การเปลี่ยนเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 16
วิธีการ นําทศนิยมฐาน 10 ตั้งแล้วเอา 16 คูณตัวทดที่ได้ (หน้าจุดทศนิยม ซึ่งเป็นเลข 0-F) การคูณจะคูณไปเรื่อยๆ จนผลลัพธ์มีทศนิยมเป็น .0000
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : (ฐาน 10 เป็นฐานอื่นๆ) เปลี่ยนระบบเลขฐาน 10 ให้เป็นฐาน 16 (กรณีทศนิยม)
ตัวอย่าง จงเปลี่ยน 0.1875(10) เป็นเลขฐาน 16
วิธีทํา
0.1875 X 16 3.000 3
ดังนั้น 0.1875(10) = 0.3(16)
ตรวจสอบคําตอบ
0.3(16) = (3 x 16-1)
= 0.1875(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : เปลี่ยนฐานอื่นๆ ที่ไม่ใช่เลขฐาน 10
กระทํา 2 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 ทําการแปลงเลขฐานต่างๆ ให้เป็นเลขฐาน 10
ขั้นตอนที่ 2 นําเลขฐาน 10 ที่ได้จากการแปลงในขั้นตอนที่ 1 มาทําการแปลงเป็น
เลขฐานต่างๆ ตามที่ต้องการตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : เปลี่ยนฐานอื่นๆ ที่ไม่ใช่เลขฐาน 10
ตัวอย่าง จงเปลี่ยนเลขฐาน 2 นั่นคือ Z(2) = 101101 ให้เป็นเลขฐาน 16 นั่นคือ Z(16)
ขั้นที่ 1
ตําแหน่งที่ 1 = 1 2 0 = 1 1 = 1
ตําแหน่งที่ 2 = 0 2 1 = 0 2 = 0
ตําแหน่งที่ 3 = 1 2 2 = 1 4 = 4
ตําแหน่งที่ 4 = 1 2 3 = 1 8 = 8
ตําแหน่งที่ 5 = 0 2 4 = 0 16 = 0
ตําแหน่งที่ 6 = 1 2 5 = 1 32 = 32
101101(2) = 45(10)
การเปลี่ยนระบบตัวเลขต่างๆ : เปลี่ยนฐานอื่นๆ ที่ไม่ใช่เลขฐาน 10
ตัวอย่าง จงเปลี่ยนเลขฐาน 2 นั่นคือ Z(2) = 101101 ให้เป็นเลขฐาน 16 นั่นคือ Z(16)
ขั้นที่ 2
16 45
16 2 เศษ 13 เศษ LSD
0 เศษ 2 เศษ MSD
ดังนั้น 45(10) = 2D16)
สรุปผลการค านวณได้ว่า 101101(2) = 2D(16)
การแสดงจ านวนตัวเลขในรหัสต่างๆ : BCD-Binary Code Decimal
การเปลี่ยนเลขฐาน 10 เป็น BCD [ไม่สามารถใช้ได้กรณีแปลงฐาน 10 โดยวิธี BCD]
Tip : แต่ละตําแหน่งของเลขฐาน 10 จะประกอบด้วยเลขไบนารี่ (ฐาน 2) ทั้งหมด 4 ตําแหน่ง
การแสดงจํานวนตัวเลขในรหัสต่างๆ : BCD-Binary Code Decimal
การเปลี่ยน BCD เป็นเลขฐาน 10
Tip : 4 ตําแหน่งของเลขฐาน 2 (นับจากขวาไปซ้าย) แปลงออกมาเป็น เลขฐาน 10 ได้ 1 ตัว
ตัวอย่าง Z(2) = 101000101110000
0101 0001 0111 0000 (BCD)
ดังนั้น 0101000101110000(2) = 5170(10)
การแสดงจํานวนตัวเลขในรหัสต่างๆ : BCO-Binary Code Octal
การเปลี่ยนเลขฐาน 8 เป็น BCO
Tip : แต่ละตําแหน่งของเลขฐาน 10 จะประกอบด้วยเลขไบนารี่ (ฐาน 2) ทั้งหมด 3 ตําแหน่ง
ตัวอย่าง Z(8) = 634
6 3 4 (เลขฐาน 8)
110 011 100 Binary Code Octal
ดังนั้น 634(8) = 110011100(2)
การแสดงจํานวนตัวเลขในรหัสต่างๆ : BCO-Binary Code Octal
การเปลี่ยน BCD เป็นเลขฐาน 8
Tip : 3 ตําแหน่งของเลขฐาน 2 (นับจากขวาไปซ้าย) แปลงออกมาเป็น เลขฐาน 8 ได้ 1 ตัว
ตัวอย่าง Z(2) = 101100000001
101 100 000 001 Binary Code Octal
5 4 0 1 (เลขฐาน 8)
ดังนั้น 101100000001(2) = 5401(8)
การแสดงจํานวนตัวเลขในรหัสต่างๆ : BCH-Binary Code Hexdecimal
การเปลี่ยนเลขฐาน 16 เป็น BCH
Tip : แต่ละตําแหน่งของเลขฐาน 10 จะประกอบด้วยเลขไบนารี่ (ฐาน 2) ทั้งหมด 4 ตําแหน่ง
ตัวอย่าง Z(16) = 31AF
3 1 A F (เลขฐาน 16)
0011 0001 1010 1111
ดังนั้น 31AF(16) = 0011000110101111(2)
การแสดงจํานวนตัวเลขในรหัสต่างๆ : BCH-Binary Code Hexdecimal
การเปลี่ยน BCD เป็นเลขฐาน 8
Tip : 4 ตําแหน่งของเลขฐาน 2 (นับจากขวาไปซ้าย) แปลงออกมาเป็น เลขฐาน 16 ได้ 1 ตัว
ตัวอย่าง Z(2) = 1010011000011000
1010 0110 0001 1000 Binary Code Hex
A 6 18 (เลขฐาน 16)
ดังนั้น 1010011000011000(2) = A618(16)
Assignment
(1.1) 10101110.11102 = Z8
(1.2) 4571.548 = Z2
(1.3) A1CB16 = Z2
(1.4) 4326.118 = Z16
(1.5) 11011101.1112 = Z16
ตัวอย่างเลขฐาน 10 เลขฐาน 2 เลขฐาน 8 เลขฐาน 16