๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ : วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราพระบรมราชชนนี
๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ : วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราพระบรมราชชนนี
๒๑ ตุลาคม ๒๔๔๓ วันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ของปวงชนชาวไทย
เป็นพระบรมราชชนนีของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ๑ พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐม รามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ และ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ ทั้งเป็นพระอัยยิกา พระบาท สมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงได้รับการยกย่องเป็นพระราชมารดาที่ประเสริฐสุด โดยทรงอภิบาลอบรมพระราชธิดาและพระราชโอรสทั้ง ๓ พระองค์ ด้วยพระองค์เองอย่างดีเยี่ยมทั้งด้านพระราชจริยวัตร การศึกษา การอบรมขัดเกลาพระกิริยาอัธยาศัย ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในกิจการทุกเรื่องจนพระมหากษัตริย์ทั้ง ๒ พระองค์ ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของพสกนิกรชาวไทย
พระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติตลอดพระชนม์ชีพ สร้างคุณูปการแผ่ไพศาลต่อแผ่นดินไทย ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในระหว่างเสด็จฯเยือน มิตรประเทศ อีกทั้งทรงแบ่งเบาพระราชภาระด้วยการดูแลเอาใจใส่ออกเยี่ยมเยียนทุกข์สุขของราษฎรในชนบทอย่างต่อเนื่อง ทรงสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชน ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ขณะที่การสาธารณสุข ทรงสนพระราชหฤทัยในคุณภาพชีวิตของพสกนิกร ทอดพระเนตรความทุกขเวทนาของราษฎรยามเจ็บไข้ได้ป่วย จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ในพระองค์ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นแห่งแรก พระราชทานนามว่า “แพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี” มีอักษรย่อว่า “พอ.สว.” พร้อมกันนี้ทรงให้การพัฒนาอาชีพเพื่อการกินดีอยู่ดีของราษฎร โดยทรงมุ่งให้ลดละเลิกการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อทำไร่เลื่อนลอย จนสามารถคืนความอุดมสมบูรณ์แก่ทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นที่มาของโครงการพัฒนาดอยตุง และชาวไทยภูเขาพร้อมใจถวายพระสมัญญาว่า “แม่ฟ้าหลวง” ขณะที่ด้านศาสนา ทรงสนับสนุนการศึกษาสงฆ์และการปฏิบัติ ธรรมอย่างกว้างขวาง
อีกพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง คือ ทรงพระเมตตาในการจัดจำหน่ายดอกป๊อปปี้ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เนื่องในวันทหาร ผ่านศึกทุกปี ทั้งทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สงเคราะห์ช่วยเหลือทหารผ่านศึก และครอบครัว และผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยและความมั่นคงต่อประเทศ ตลอดจนทหารนอกประจำการ
แม้วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ทรงมีพระอาการประชวร และประทับพักฟื้นพระวรกาย ณ โรงพยาบาลศิริราช ได้มี พระกรุณาพระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะแพทย์และพยาบาลที่ถวายการรักษา ตลอดจนราชองครักษ์ ข้าราชบริพาร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับซื้อดอกป๊อปปี้ ณ ที่ประทับ
และในช่วงเช้าวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลา ๑๐๐ ปี และบริเวณ พระบรมรูป สมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงนำดอกป๊อปปี้จำหน่ายให้ประชาชน ในการนี้ถือเป็นพระราชกรณียกิจครั้งสุดท้าย
เมื่อทรงหายจากพระอาการประชวร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระ บรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระ กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับ สมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯกลับไปประทับ ณ วังสระปทุม เป็นภาพที่สถิตแห่งความทรงจำครั้งสุดท้ายของชาวไทยที่ได้ชื่นชมพระบารมี ยังความปลาบปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้ จนกระทั่งวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘ สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี เสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุ ๙๔ พรรษา
ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/royal/1956649
สืบค้นเมื่อวันที่ : ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๔, ห้องสมุดประชาชนอำเภอโคกสำโรง